ดีนี่ย์เปิดฉากแรง เขย่าภาพลักษณ์ โมฮาเหม็ด ซาลาห์
ทรอย ดีนี่ย์ อดีตกองหน้าวัตฟอร์ด ออกมาวิจารณ์ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แบบตรงไปตรงมา โดยมองว่าดาวยิงชาวอียิปต์เป็นหนึ่งในนักเตะที่ “ดราม่า” มากที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น พร้อมตั้งคำถามชัดเจนว่า ต่อให้มีพรสวรรค์สูงแค่ไหน ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับการถูกยกขึ้นเป็นตำนานตลอดกาลของลิเวอร์พูล หากยังขาดภาพของผู้นำและการเป็นตัวแทนสโมสรในยามกดดัน
ประเด็นนี้ยิ่งร้อนขึ้น เพราะต้นเรื่องเกิดในช่วงที่ซาลาห์กำลังจะปิดฉากเส้นทาง 9 ปีกับ “หงส์แดง” หลังมีการระบุว่าเจ้าตัวเตรียมอำลาถิ่นแอนฟิลด์ในช่วงซัมเมอร์นี้ ท่ามกลางฤดูกาลที่เต็มไปด้วยแรงกระแทกทั้งในสนามและนอกสนาม
มองต่างจากแฟนบอล เพราะดราม่าถูกหยิบมาชั่งน้ำหนักกับผลงาน
ดีนี่ย์ไม่ได้โจมตีเรื่องฝีเท้า แต่สิ่งที่เขาจับตาคือพฤติกรรมในช่วงที่สถานการณ์ไม่เป็นใจ เขามองว่าซาลาห์มักตกเป็นประเด็นทุกครั้งเมื่อถูกเปลี่ยนตัวหรือหลุดเป็นสำรอง และภาพรวมในฤดูกาลนี้ทำให้เครดิตที่ได้รับดูสวนทางกับท่าทีที่แสดงออกมา
เขายังเปรียบเทียบอย่างชัดเจนกับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ โดยยกให้กองหลังดัตช์เป็นคนที่กล้าออกมารับแรงกดดันแทนทีม ไม่ว่าจะชนะ แพ้ หรือเสมอ ขณะที่ซาลาห์กลับถูกมองว่าเลือกสร้างโมเมนต์ของตัวเองมากกว่าจะยืนอยู่แถวหน้าตอนสโมสรเผชิญปัญหา
ย้อนเหตุการณ์เก่า ยิ่งเติมเชื้อให้คำวิจารณ์หนักขึ้น
หนึ่งในจุดที่ดีนี่ย์หยิบมาใช้ คือเหตุการณ์เมื่อซาลาห์เคยมีปากเสียงกับ เจอร์เก้น คล็อปป์ หลังถูกจับนั่งสำรอง ก่อนตามมาด้วยประโยคที่กลายเป็นภาพจำว่า “ถ้าผมพูด มันจะลุกเป็นไฟ” ซึ่งยิ่งตอกย้ำภาพนักเตะที่ปล่อยให้ดราม่าลอยค้างกลางอากาศแทนการอธิบายให้ชัดเจน
นอกจากนี้ยังมีการยกกรณีที่ซาลาห์เคยลบสิ่งที่เกี่ยวข้องกับสโมสรออกจากโซเชียลมีเดีย หลังถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง รวมถึงบทสัมภาษณ์ที่เอลแลนด์ โรด ซึ่งมีเนื้อหาพาดพิงถึงความสัมพันธ์กับ อาร์เน่อ สล็อต และอนาคตของตัวเองกับทีม จนทำให้ภาพลักษณ์เรื่องความเป็นมืออาชีพถูกตั้งคำถามหนักขึ้นอีกระลอก

ดีนี่ย์ชี้ชัด ตำนานสโมสรไม่ใช่แค่เรื่องเก่ง
แก่นของคำวิจารณ์ครั้งนี้อยู่ตรงคำว่า “ตำนาน” เพราะในมุมของดีนี่ย์ การจะถูกยกไปอยู่จุดนั้น ไม่ใช่แค่ยิงประตูเยอะหรือมีพรสวรรค์มหาศาล แต่ต้องแบกรับสโมสรในทุกช่วงเวลา โดยเฉพาะวันที่ทีมกำลังเสียศูนย์ เขามองว่าซาลาห์ยังไปไม่ถึงจุดนั้น และถึงขั้นสรุปแรงว่า “ซาลาห์ เล่นเพื่อตัวเองเท่านั้น”
ยิ่งเมื่อซาลาห์ถูกระบุว่าเป็นนักเตะค่าเหนื่อยสูงสุดของลิเวอร์พูล คำถามเรื่องภาวะผู้นำยิ่งหลีกไม่พ้น เพราะเมื่อทีมมีปัญหา คนที่ถูกคาดหวังให้ยืนขึ้นมารับแรงกระแทก ต้องไม่ใช่แค่คนที่เด่นเวลาเกมไหลลื่น แต่ต้องเป็นคนที่ช่วยหยุดไฟในวันที่ห้องแต่งตัวเริ่มร้อนระอุด้วย
ลิเวอร์พูลอาจเสียมากกว่าผลงาน หากบรรยากาศในทีมเริ่มร้าว
อีกจุดที่ดีนี่ย์กังวลคือผลกระทบต่อบรรยากาศภายในทีมของสล็อต เขามองว่าการปล่อยให้คนอื่นอย่างฟาน ไดค์ ออกมาพูดแทนอยู่ตลอด อาจค่อยๆ สร้างรอยร้าวในห้องแต่งตัว และทำให้สถานการณ์ที่เปราะบางอยู่แล้ว ยิ่งปะทุหนักกว่าเดิม
นี่จึงไม่ใช่แค่การวิจารณ์นักเตะคนหนึ่ง แต่เป็นการตั้งคำถามต่อบทบาทของสตาร์เบอร์หนึ่งในวันที่สโมสรต้องการผู้นำมากที่สุด และนั่นทำให้ชื่อของซาลาห์กลับมาอยู่กลางวงถกเถียงอีกครั้งแบบไม่มีทางหลบได้พ้น
สรุป
คำพูดของทรอย ดีนี่ย์อาจฟังแรง แต่ก็สะท้อนประเด็นที่แฟนบอลหลายคนกำลังถกกันอยู่จริง นั่นคือ ซาลาห์เป็นสุดยอดนักเตะหรือไม่ คำตอบแทบไม่ต้องเถียง แต่เขาเป็นตำนานลิเวอร์พูลแบบไร้ข้อกังขาแล้วหรือยัง คำตอบอาจยังไม่ชัดอย่างที่หลายคนเคยคิด เพราะในโลกฟุตบอล ความยิ่งใหญ่ไม่ได้วัดกันแค่จำนวนประตู แต่วัดกันตอนทีมกำลังสั่นคลอนว่าใครยืนอยู่ตรงนั้นเพื่อสโมสรจริงๆ
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : การเป็นตำนานของสโมสรฟุตบอล
- การเป็นตำนานไม่ได้วัดแค่สถิติส่วนตัว แต่รวมถึงภาวะผู้นำ ความรับผิดชอบ และอิทธิพลต่อทีมในระยะยาว
- นักเตะที่แฟนบอลยกเป็นตำนาน มักถูกจดจำจากช่วงเวลาที่พาสโมสรผ่านวิกฤต ไม่ใช่เฉพาะวันที่ทุกอย่างสวยงาม
- บทสัมภาษณ์ ท่าทีต่อสื่อ และการรับมือแรงกดดัน มีผลต่อภาพจำของนักเตะไม่แพ้ผลงานในสนาม
แฟนบอลที่อยากตามทุกประเด็นร้อนของโลกฟุตบอลแบบเข้มข้น คมชัด และอ่านสนุกทุกมุม อย่าลืมติดตาม พรีเมียร์ลีก GOALSIAM กันต่อได้ทุกวัน