ฟลิคปลุกบาร์ซ่าบุกแบบกล้า แต่ต้องแน่นทุกจังหวะ

ก่อนเกมใหญ่ที่สนามเมโทรโปลิตาโน่ ฮันซี ฟลิค กุนซือ บาร์เซโลนา ส่งสารชัดถึงลูกทีมว่าการเจอกับ แอตเลติโก มาดริด นัดนี้ต้องเล่นอย่างกล้าหาญในเกมรุก ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาความนิ่งในเกมรับให้ได้ตลอด 90 นาที เพราะบรรยากาศในสนามจะกดดันอย่างหนักแน่นอน โดยเจ้าตัวย้ำว่าทีมต้องเพรส ต้องเดินหน้า และต้องใช้ทุกโอกาสให้คุ้มที่สุด ซึ่งนั่นอาจเป็นตัวตัดสินเกมระดับนี้ได้เลย

โค้ชชาวเยอรมันกล่าวว่า
“บรรยากาศในสนามจะยอดเยี่ยมมาก เราต้องมีเกมรับที่แข็งแกร่งและมั่นคง แต่ก็ต้องกล้าในเกมรุกด้วย เราต้องเพรส เราต้องเดินหน้า ใช้ทุกโอกาส นั่นคือความแตกต่างเมื่อคุณมองไปยังเกมล่าสุด”

พร้อมกันนั้น ฟลิคยังกล่าวอีกว่า
“ผมไม่ได้กังวลเรื่องเกมรับของเรา เราป้องกันได้ดีกว่านี้ แต่สิ่งสำคัญคือทั้งทีมต้องเล่นกันอย่างกระชับ และเราสามารถทำประตูได้”

เฟรงกี้ เดอ ยองฟิตทัน มีสิทธิ์คืนตัวจริงทันที

ประเด็นที่แฟนบอลจับตาที่สุดคือความพร้อมของ เฟรงกี้ เดอ ยอง มิดฟิลด์ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ที่เพิ่งกลับมาลงสนาม หลังพักไปนานราว 6 สัปดาห์จากอาการกล้ามเนื้อฉีก โดยเกมล่าสุดกับเอสปันญ่อล เขาลงมาเล่นช่วงท้ายเกมและทำแอสซิสต์ให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ในชัยชนะ 4-1 ได้ทันที

ฟลิคยืนยันแบบไม่อ้อมค้อมว่า

“กรณีของเฟรงกี้ตอนนี้ดูดีกว่า มาร์ก เบร์นาล มาก มันเป็นเรื่องยากสำหรับเขา แต่เฟรงกี้ก็สามารถลงตัวจริงได้เช่นกัน สุดท้ายแล้วผมจะตัดสินใจอีกที”

คำพูดนี้ชัดพอจะบอกได้ว่า เดอ ยอง ไม่ได้เป็นแค่ตัวเลือกสำรองอีกต่อไป แต่มีโอกาสสูงที่จะถูกส่งลงเป็นแกนกลางในเกมที่ต้องอาศัยทั้งประสบการณ์และคุณภาพการครองบอล

ปัญหาใหญ่แดนกลาง ใครจะยืนคู่เปดรี

อีกจุดที่น่าสนใจคือการจัดแดนกลางของบาร์ซ่า เพราะตำแหน่งคู่ข้าง เปดรี ยังไม่ถูกล็อกตาย เอริก การ์เซีย มีแนวโน้มจะถอยลงไปช่วยแนวรับเพื่อทดแทน เปา กูบาร์ซี ที่ติดโทษแบน ทำให้หนึ่งตำแหน่งในแดนกลางเปิดกว้างทันที และชื่อของเดอ ยองกับกาบีจึงกลายเป็นสองตัวเลือกหลักในเวลานี้ ขณะที่ มาร์ก กาซาโด้ ดูเหมือนจะไม่ค่อยได้รับความไว้วางใจในเกมใหญ่ช่วงหลัง

ฟลิคยังเปิดทางให้ กาบี เช่นกัน โดยพูดว่า

“แน่นอนว่ากาบีลงเล่นได้ เขาเป็นนักเตะที่ทุ่มทุกอย่างให้ทีมและสโมสร ในสนามเขาไม่กลัวอะไรเลย และนั่นคือสิ่งสำคัญ เราจะได้เห็นกันพรุ่งนี้ว่าเขาจะเล่นตรงไหน เมื่อไหร่ เรายังมีเวลาและคงต้องรอดูอีกทีในคืนนี้”

ลามีน ยามาล ยังเป็นทีเด็ดที่ฟลิคฝากความหวัง

นอกจากเรื่องแดนกลางแล้ว ฟลิคยังพูดถึง ลามีน ยามาล แบบเต็มปากเต็มคำ หลังดาวรุ่งรายนี้อยู่ในฟอร์มที่ร้อนแรงต่อเนื่อง โดยกุนซือบาร์ซ่ามองว่า จุดแข็งที่สุดของเจ้าหนูรายนี้คือสถานการณ์ดวลตัวต่อตัวและการลากเลื้อย ซึ่งทีมต้องช่วยเปิดทางให้เขาเล่นในจุดที่อันตรายที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องย้ำว่าเกมนี้จะตัดสินกันด้วยพลังของทีม ไม่ใช่แค่ความสามารถเฉพาะตัวของใครคนหนึ่ง

ฟลิคกล่าวว่า

“ลามีนทำได้ดีมากในเกมหลัง ๆ เขาต้องได้ทำในสิ่งที่เขาเก่งที่สุด ซึ่งก็คือการดวลหนึ่งต่อหนึ่งและการเลี้ยงบอล เราก็ต้องสร้างทางเลือกให้เขาจ่ายบอลได้ด้วย เราต้องเล่นเป็นหนึ่งเดียว นี่คือสิ่งสำคัญ เป็นพลังของทีม ไม่ใช่ของใครคนเดียว เรามีนักเตะคุณภาพสูงหลายคน แต่แอตเลติโกก็มีเหมือนกัน เกมแบบนี้มักถูกตัดสินด้วยโมเมนตัม และหวังว่ามันจะอยู่ฝั่งเรา”

เกมนี้ไม่ใช่แค่เรื่องแท็กติก แต่คือบททดสอบความนิ่งของบาร์ซ่า

จากทุกคำพูดของฟลิค สิ่งที่ชัดเจนคือ บาร์ซ่าจะไม่ไปเล่นแบบรอรับแน่นอน พวกเขาจะพยายามครองเกม เดินหน้ากดดัน และใช้คุณภาพของแนวรุกเล่นงานคู่แข่ง แต่โจทย์สำคัญคือจะรักษาสมดุลระหว่างความกล้าและความละเอียดได้ดีแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อต้องเล่นท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลในบ้านของแอตเลติโก มาดริด

หากเดอ ยองได้ออกสตาร์ตจริง นั่นจะช่วยเพิ่มมิติทั้งเรื่องการคุมจังหวะ การผ่านบอล และความนิ่งในแดนกลางอย่างชัดเจน ส่วน ยามาล ก็ยังเป็นอาวุธเด็ดที่พร้อมฉีกเกมได้ทุกเมื่อ นี่จึงเป็นค่ำคืนที่บาร์ซ่าต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า พวกเขาไม่ได้มีดีแค่พรสวรรค์ แต่ยังมีความแกร่งพอจะผ่านเกมที่กดดันที่สุดของฤดูกาลได้ด้วย

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ : เฟรงกี้ เดอ ยอง และบทบาทในแดนกลาง

  • เดอ ยอง เป็นมิดฟิลด์ที่เด่นมากเรื่องพาบอลหนีเพรส ทำให้ทีมแกะความกดดันจากคู่แข่งได้ดีขึ้น
  • กาบี ให้พลังงานและความดุดันสูงกว่า แต่เดอ ยองมักให้ความนิ่งและการคุมจังหวะที่เป็นระบบกว่า
  • เกมกับแอตเลติโกมักตัดสินกันที่แดนกลาง หากบาร์ซ่าคุมพื้นที่ตรงนี้ได้ โอกาสครองรูปเกมจะเพิ่มขึ้นทันที

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอลแบบเข้มข้นและถึงเกม อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM