อาร์เซน่อลเฉือนเวสต์แฮม เกมเดียวสะเทือนเส้นทางแชมป์

มิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซน่อล ออกโรงชื่นชมการตัดสินใจของ คริส คาวานาห์ และทีม VAR หลังเกมพรีเมียร์ลีกที่ “ปืนใหญ่” บุกเชือด เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา

เกมนี้ไม่ใช่แค่สามแต้มธรรมดา แต่เป็นชัยชนะที่อาจเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ของอาร์เซน่อล เพราะพวกเขาขยับเข้าใกล้แชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยแรกในรอบ 22 ปี ท่ามกลางบรรยากาศกดดันระดับหายใจผิดจังหวะ

นาทีดราม่า วิลสันยิงเข้าแต่โดนริบประตู

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แฟนอาร์เซน่อลแทบใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม เมื่อ คัลลั่ม วิลสัน ซัดบอลข้ามเส้นไปแล้ว และตอนแรก คาวานาห์ เป่าให้เป็นประตูของเวสต์แฮม

แต่จังหวะนี้ยังไม่จบง่าย ๆ เพราะ ดาร์เรน อิงแลนด์ ผู้ตัดสิน VAR ส่งสัญญาณให้เช็กภาพช้าอีกครั้ง ก่อนพบว่าในจังหวะเตะมุม ปาโบลมีการใช้มือทั้งค้ำและดึง ดาบิด ราย่า จนผู้รักษาประตูอาร์เซน่อลเสียจังหวะรับบอล

หลังตรวจภาพอย่างละเอียด คาวานาห์จึงตัดสินริบประตู ทำให้อาร์เซน่อลรอดจากการเสียสองแต้มสำคัญ และเก็บชัยชนะออกจากลอนดอน สเตเดี้ยมได้แบบสุดระทึก

อาร์เตต้าชมผู้ตัดสิน กล้าพอในจังหวะกดดัน

หลังจบเกม อาร์เตต้าไม่กั๊กคำชมให้ทีมผู้ตัดสิน โดยมองว่านี่คือจังหวะที่ต้องใช้ทั้งความนิ่ง ความกล้า และความเด็ดขาด เพราะเดิมพันของเกมสูงมาก

“ผมจะจดจำวันนี้ไปอีกนานแน่นอน มันเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ขึ้น ๆ ลง ๆ เรารู้อยู่แล้วว่านี่จะเป็นวันที่ยาก พวกเขากำลังดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ส่วนเราก็กำลังพยายามลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก เราเริ่มเกมได้ดีมาก และมีโอกาสทองถึงสามครั้ง”

“จากนั้น เบน (ไวท์) มีอาการบาดเจ็บ เราจึงต้องเปลี่ยนตัวและปรับแผน เราต้องตัดสินใจหลายอย่างที่ยากมาก เราทุ่มทุกอย่างที่มีเพื่อพยายามคว้าชัยชนะ และเราก็ได้รับรางวัลตอบแทนจากความกล้าหาญนั้น จากนั้นก็มีจังหวะสำคัญสองครั้ง หนึ่งในนั้นเกี่ยวกับ ดาบิด ราย่า”

“เขาเซฟได้อย่างเหลือเชื่อ จากนั้นก็เกิดประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับประตูที่ถูกริบ ซึ่งแน่นอนว่านั่นเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญมาก เวลาที่ผมต้องวิจารณ์ ผมก็วิจารณ์ตรง ๆ แต่วันนี้ผมต้องขอชื่นชมพวกเขา (ทีมผู้ตัดสิน) เพราะคุณต้องมีความกล้าและเด็ดเดี่ยวมากในการส่งสัญญาณให้ผู้ตัดสินไปดูจังหวะนั้นอีกครั้ง”

“เมื่อคุณได้เห็นภาพรีเพลย์ ก็ไม่มีข้อสงสัยเลยว่ามันเป็นการฟาวล์ชัดเจน พวกเขากล้าหาญมาก จังหวะนั้นสมควรได้รับการตัดสินแบบนั้น ในมุมมองของผมมันชัดเจนมาก นั่นคือกฎ และสิ่งที่เราต้องการก็คือความสม่ำเสมอในการตัดสิน”

สามแต้มที่อาจตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีก

ความสำคัญของจังหวะนี้อยู่ตรงที่ หากประตูของเวสต์แฮมไม่ถูกริบ อาร์เซน่อลจะเก็บได้เพียงแต้มเดียว และนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แค่ 3 คะแนน แถมยังแข่งมากกว่า 1 นัด

แต่เมื่อผลจบด้วยชัยชนะ 1-0 ทัพปืนใหญ่ขยับเป็น 79 คะแนน ทิ้งห่าง “เรือใบสีฟ้า” 5 แต้ม และเหลือโปรแกรมอีกเพียง 2 นัดเท่านั้น เรียกได้ว่าเส้นทางสู่แชมป์อยู่ในมือของพวกเขาเองแบบเต็มตัว

สรุปภาพรวมข่าว

เกมนี้คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า อาร์เซน่อล ไม่ได้มีแค่เกมรุกหรือพลังใจ แต่ยังมีโชคชะตาและจังหวะสำคัญที่เข้าทางในเวลาที่ต้องการที่สุด ขณะที่การตัดสินของ VAR แม้จะถูกถกเถียง แต่จากมุมของอาร์เตต้า นี่คือการบังคับใช้กฎที่ถูกต้องและกล้าหาญในเกมที่ความกดดันสูงลิบ

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ อาร์เซน่อลลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก

  • ชัยชนะในเกมบุกเยือนช่วงท้ายฤดูกาลมักเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทีมลุ้นแชมป์ เพราะทุกแต้มมีผลต่อแรงกดดันโดยตรง
  • จังหวะ VAR ในเขตโทษจากลูกเตะมุมมักถูกจับตาเป็นพิเศษ เพราะมีทั้งการดึง ผลัก ค้ำ และบล็อกผู้รักษาประตูเกิดขึ้นบ่อย
  • การรักษาความนิ่งในเกมที่คู่แข่งกำลังหนีตกชั้นถือเป็นบททดสอบใหญ่ เพราะทีมท้ายตารางมักเล่นด้วยพลังใจแบบไม่มีอะไรจะเสีย

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล ทั้งข่าวพรีเมียร์ลีก ผลบอลเดือด ประเด็นร้อน และบทวิเคราะห์เข้ม ๆ อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ ๆ ได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM