ดุมฟรีส์ลั่นเป้าหมายเดียว เนเธอร์แลนด์ต้องเป็นแชมป์โลก
เดนเซล ดุมฟรีส์ แบ็กพลังไดนาโมของทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ประกาศชัดแบบไม่อ้อมค้อมว่า ภารกิจของทัพอัศวินสีส้มในศึกฟุตบอลโลก 2026 คือการไล่ล่าตำแหน่งแชมป์โลกเท่านั้น หลังจากความเจ็บปวดในกาตาร์ 2022 ยังฝังลึกและกลายเป็นเชื้อไฟชั้นดีให้ทีมชุดนี้เดินหน้าดุดันกว่าเดิม
เนเธอร์แลนด์จบเส้นทางฟุตบอลโลกครั้งก่อนแบบสุดเจ็บปวด หลังพ่ายอาร์เจนตินาในการดวลจุดโทษรอบ 8 ทีมสุดท้าย ทั้งที่ เวาต์ เวกฮอร์สต์ ยิงประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 11 พาทีมลากเกมไปถึงช่วงต่อเวลาได้สำเร็จ แต่สุดท้ายทัพฟ้าขาวเป็นฝ่ายไปต่อ ก่อนก้าวขึ้นคว้าแชมป์โลกในที่สุด
“เราตั้งเป้าหมายใหญ่สำหรับฟุตบอลโลกครั้งนี้ ตอนนี้เราแข็งแกร่งกว่าสี่ปีที่แล้วมาก และเราต้องพิสูจน์ให้เห็น แน่นอนว่าเรามีเป้าหมายเดียว นั่นคือการเป็นแชมป์โลก เราเข้าร่วมเพื่อชนะ และเรามีนักเตะที่ทำแบบนั้นได้ แต่ต้องพิสูจน์กันทีละเกม มันไม่ง่ายแน่นอน แต่เราจะทุ่มทุกอย่าง และผมเชื่อว่าเราทำได้”
บทเรียนจากกาตาร์ 2022 คือแผลลึกที่ยังไม่หาย
สำหรับดุมฟรีส์ เกมกับอาร์เจนตินายังเป็นความทรงจำที่ไม่อยากย้อนกลับไปมองมากนัก เพราะมันคือค่ำคืนที่เนเธอร์แลนด์เข้าใกล้ความฝัน แต่สุดท้ายต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านแบบเจ็บแสบ
“ผมไม่ชอบย้อนกลับไปมองเกมนั้น และผมคิดว่าแฟนบอลเนเธอร์แลนด์ก็คงไม่ชอบเหมือนกัน สำหรับแฟนบอลทั่วไป มันเป็นเกมที่ยอดเยี่ยม เหมือนรถไฟเหาะ แต่สุดท้ายอาร์เจนตินาเป็นฝ่ายหัวเราะทีหลังและกลายเป็นแชมป์โลก เราตกรอบ นั่นยอมรับได้ยากมาก แต่มันจะผลักดันพวกเราให้พยายามหนักขึ้นในครั้งนี้เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย”
ดุมฟรีส์ย้ำว่า ฟุตบอลโลกคือเวทีสูงสุดของนักฟุตบอล และการได้สวมเสื้อทีมชาติเนเธอร์แลนด์ลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ระดับนี้คือความภาคภูมิใจขั้นสุด เขามองว่านี่คือโอกาสสำคัญที่นักเตะทุกคนต้องใช้ให้คุ้มที่สุด
เนเธอร์แลนด์กับบาดแผลชิงดำที่ยังรอวันสะสาง
ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เคยเข้าชิงฟุตบอลโลกมาแล้ว 3 ครั้ง ในปี 1974, 1978 และ 2010 แต่ยังไม่เคยได้สัมผัสถ้วยแชมป์โลก ดุมฟรีส์เองยังจำภาพนัดชิงปี 2010 ได้อย่างแม่นยำ เพราะตอนนั้นเขายังเป็นเด็กชายที่ต้องเสียน้ำตาหลังเห็นบ้านเกิดพ่ายสเปน
“ผมดูเกมปี 2010 แน่นอน นัดชิงครั้งนั้นเศร้ามาก ตอนนั้นผมยังเป็นเด็ก ผมร้องไห้ตอนเนเธอร์แลนด์แพ้ ผมกำลังพักร้อนอยู่ที่ซูรินามกับครอบครัว และดูเกมอยู่ริมสระน้ำ ช่วงเวลาแบบนั้นทำให้คุณรู้ว่าคุณสามารถสร้างบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ เนเธอร์แลนด์ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทีมเต็งเสมอ”
พลัง ดุดัน และแพสชัน คือดีเอ็นเอของดุมฟรีส์
ในสนาม ดุมฟรีส์ไม่ใช่แค่นักเตะริมเส้นธรรมดา แต่เป็นแข้งที่เล่นด้วยพลังงานมหาศาล ทั้งการเติมเกม บดปะทะ และปลุกไฟให้เพื่อนร่วมทีม เขามองว่าความแข็งแกร่ง ความดุดัน และแพสชันคือจุดเด่นที่อยู่กับตัวเองมาตลอด
“ผมคิดว่าพลัง ความดุดัน และแพสชันคือสิ่งที่บ่งบอกตัวผมในสนาม เมื่ออายุมากขึ้น คุณจะรู้จักตัวเองมากขึ้น แต่คุณสมบัติเหล่านี้ผมมีมาตลอด ผมอยากชนะเสมอ อยากนำเกม และพยายามทำให้เพื่อนร่วมทีมคิดแบบเดียวกัน นี่คือตัวตนของผม มันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และมันจะไม่มีวันเปลี่ยน”
แม้ฟุตบอลดัตช์ขึ้นชื่อเรื่องการครองบอล การเคลื่อนที่ และการเลือกจังหวะเล่นอย่างชาญฉลาด แต่ดุมฟรีส์มองว่าเนเธอร์แลนด์ยังสามารถเติมความดุดันแบบชาติอเมริกาใต้เข้าไปได้ เพื่อทำให้ทีมสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ฟาน ไดค์ ผู้นำที่ทำให้ทั้งทีมยืนตรง
อีกหนึ่งแกนหลักที่ดุมฟรีส์ยกย่องอย่างชัดเจนคือ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ กัปตันทีมที่เป็นมากกว่าเซ็นเตอร์แบ็ก แต่คือเสาหลักทางจิตใจของเนเธอร์แลนด์ ทั้งเรื่องสมาธิ มาตรฐาน และความเป็นผู้นำในห้องแต่งตัว
“เขาคือผู้นำของเราแน่นอน สิ่งที่ผมชื่นชมเขามากที่สุดคือ เขามีสมาธิในทุกเกม เขาเป็นตัวอย่างให้ทุกคน เขานำอยู่ข้างหน้าเสมอ ทำให้เรามีสมาธิ เขาเรียกร้องจากทุกคนสูงมาก และทำให้ทุกคนมองเขาเป็นแบบอย่าง เขาคือผู้นำของทีม และสิ่งนั้นมอบความมั่นใจให้คนอื่น”
ฟุตบอลโลก 2026 กับคำสัญญาถึงแฟนบอลสีส้ม
นอกจากเรื่องในสนาม ดุมฟรีส์ยังยอมรับว่าเขาอยากสัมผัสวัฒนธรรมในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะรัฐเท็กซัสที่เขาได้ยินเรื่องราวมามาก แต่ด้วยภารกิจฟุตบอลโลก การโฟกัสหลักยังเป็นเกมการแข่งขันก่อนทุกอย่าง
ปิดท้าย ดุมฟรีส์ส่งสารถึงแฟนบอลเนเธอร์แลนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องพลังเชียร์และบรรยากาศสีส้มเต็มสนาม เขาหวังว่าในฟุตบอลโลก 2026 แฟนบอลจะเดินทางไปสนับสนุนทีมเหมือนที่ผ่านมา และร่วมกันพาแพสชันสีส้มไปลุกโชนในอเมริกา
“แฟนบอลเนเธอร์แลนด์ขึ้นชื่อเรื่องแพสชันและความสุขที่พวกเขานำมาให้ ดังนั้นผมคาดหวังว่าจะเป็นแบบนั้นอีกครั้ง ในทุกทัวร์นาเมนต์ที่เราเล่น เราได้เห็นแฟนบอลเนเธอร์แลนด์อยู่เสมอ มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม แน่นอนว่าระยะทางไกลมาก แต่สายสัมพันธ์ระหว่างเรากับแฟนบอลยอดเยี่ยมจริง ๆ ผมหวังว่าพวกเขาจะสนับสนุนเราเหมือนเดิม ผมให้คุณค่ากับความสัมพันธ์นี้เสมอ และสำหรับแฟนบอลที่อยู่ในสหรัฐฯ การได้เห็นสีส้มอยู่ทุกที่คงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมาก มานำแพสชันสีส้มไปสู่อเมริกากันเถอะ”
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : เนเธอร์แลนด์กับฟุตบอลโลก
- เนเธอร์แลนด์เคยเข้าชิงฟุตบอลโลก 3 ครั้ง แต่ยังไม่เคยคว้าแชมป์โลก
- ฟุตบอลโลก 2010 คือหนึ่งในบาดแผลใหญ่ของแฟนบอลดัตช์ หลังแพ้สเปนในนัดชิงชนะเลิศ
- ฟุตบอลดัตช์ขึ้นชื่อเรื่องการครองบอล การเคลื่อนที่ และระบบทีมที่เป็นเอกลักษณ์
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอลแบบเข้มข้น ดุดัน และไม่พลาดประเด็นใหญ่ก่อนฟุตบอลโลก 2026 อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ ๆ ได้ที่ ฟุตบอลโลก 2026 GOALSIAM