การท่าเรือวางใจ “โค้ชอู๊ด” คุมทีมต่อซีซั่นหน้า
การท่าเรือ เอฟซี เดินเกมชัดเจนทันทีหลังจบฤดูกาล ด้วยการประกาศยืนยันให้ “โค้ชอู๊ด” สระราวุฒิ ตรีพันธ์ ทำหน้าที่หัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีมต่อไปในฤดูกาล 2026/27 หลังพาทีมทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงเวลาสำคัญ และตอบโจทย์เป้าหมายของสโมสรได้แบบเต็มน้ำเต็มเนื้อ
นี่ไม่ใช่แค่การต่อสัญญาธรรมดา แต่คือการส่งสัญญาณว่า “สิงห์เจ้าท่า” พร้อมเดินหน้าต่อด้วยโค้ชที่เข้ามารับงานในสถานการณ์กดดัน แล้วเปลี่ยนความเสี่ยงให้กลายเป็นผลงานจับต้องได้บนสนาม
จบรองแชมป์ไทยลีก สูงสุดในรอบ 27 ปี
ฤดูกาล 2025/26 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่แฟนบอลคลองเตยได้เห็นทีมของตัวเองยืนอยู่แถวหน้าของวงการบอลไทยอย่างเต็มภาคภูมิ เมื่อการท่าเรือจบอันดับรองแชมป์ไทยลีก ซึ่งเป็นอันดับสูงที่สุดของสโมสรในรอบ 27 ปี
ผลงานดังกล่าวยังพาทีมคว้าสิทธิ์ลุย เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ระดับ Elite เป็นครั้งแรก รวมถึงปิดฉากฤดูกาลด้วยการเฉือนชนะ บีจี ปทุมฯ 1-0 คว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วย เมืองไทย คัพ เป็นสมัยที่ 2 ในรอบ 16 ปี พร้อมได้สิทธิ์เข้าร่วมศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรอาเซียน หรือ Shopee Cup เป็นครั้งแรกเช่นกัน
จากกุนซือขัดตาทัพ สู่คนที่พาทีมไร้พ่าย
โค้ชอู๊ด วัย 46 ปี ถูกดันขึ้นมารับหน้าที่คุมทีมชั่วคราวในช่วงที่ อเล็กซานเดร กามา มีอาการป่วยกะทันหันและจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยตอนนั้นการท่าเรืออยู่เพียงอันดับ 3 ของตาราง ตามหลังราชบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 2 อยู่ 4 คะแนน แถมยังต้องเจอสถานการณ์กดดันจาก ทรู แบงค็อกฯ ที่ลงเล่นน้อยกว่า

แต่สุดท้ายโค้ชอู๊ดเปลี่ยนเกมได้สำเร็จ พาทีมแซงขึ้นมาจบรองแชมป์ตามเป้าหมายสำคัญของสโมสร พร้อมทำสถิติไม่แพ้ใครตลอดช่วงที่รับหน้าที่ กลายเป็นกุนซือที่พาการท่าเรือไร้พ่ายติดต่อกันยาวนานที่สุด ด้วยผลงาน 11 นัดรวมทุกรายการ ชนะ 9 เสมอ 2 ยิงได้ 27 ประตู และเสียเพียง 7 ประตูเท่านั้น
บอร์ดบริหารตอบแทนผลงาน ต่อสัญญาอีก 1 ปี
ด้วยผลงานที่ชัดเจนทั้งตัวเลข สภาพจิตใจทีม และความต่อเนื่องในเกมใหญ่ ทำให้บอร์ดบริหารการท่าเรือตัดสินใจต่อสัญญาฉบับทางการให้โค้ชอู๊ดออกไปอีก 1 ปี พร้อมมอบความไว้วางใจให้เป็นคนพาทีมลุยฤดูกาล 2026/27 แบบเต็มตัว
ในมุมของทีม นี่คือการเลือกความต่อเนื่องมากกว่าการเริ่มต้นใหม่ เพราะโค้ชอู๊ดพิสูจน์แล้วว่าสามารถรับแรงกดดัน คุมห้องแต่งตัว และรักษามาตรฐานผลการแข่งขันได้ในช่วงที่ทีมต้องการคำตอบมากที่สุด
ขอบคุณกามา ผู้วางรากฐานความสำเร็จ
การท่าเรือยังแสดงความขอบคุณต่อ อเล็กซานเดร กามา อดีตกุนซือชาวบราซิล ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของความสำเร็จในฤดูกาลที่ผ่านมา หลังมีบทบาทวางรากฐานและระบบการเล่นตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่น
อย่างไรก็ตาม ด้วยปัญหาอาการป่วย ทำให้กามาต้องเดินทางกลับประเทศบราซิลตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2569 ภายใต้คำแนะนำของทีมแพทย์ โดยต้องงดกิจกรรมหรือการออกกำลังกายหนักเป็นเวลา 3 เดือน ก่อนที่โค้ชอู๊ดจะเข้ามาสานงานต่อจนจบฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยม
ซีซั่นหน้าเจองานหนัก 5 รายการ
สำหรับโปรแกรมต่อไป การท่าเรือ เอฟซี จะกลับมาฝึกซ้อมช่วงปรีซีซั่นตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่ที่เข้มข้นกว่าเดิม เพราะต้องลงแข่งขันถึง 5 รายการ
- ไทยลีก
- ช้าง เอฟเอ คัพ
- เมืองไทย คัพ
- เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก ระดับ Elite
- ฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรอาเซียน หรือ Shopee Cup

นี่คือบททดสอบใหญ่ของโค้ชอู๊ด เพราะฤดูกาลหน้าไม่ใช่แค่การรักษามาตรฐานเดิม แต่ต้องยกระดับทีมให้พร้อมรับแรงปะทะทั้งในประเทศและเวทีระดับเอเชีย
สรุป
การต่อสัญญาโค้ชอู๊ดคือการตัดสินใจที่มีน้ำหนักจากผลงานจริง ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว เพราะเขาพาการท่าเรือก้าวผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของฤดูกาลได้อย่างนิ่ง ดุดัน และมีผลลัพธ์รองรับชัดเจน จากทีมที่ต้องไล่ล่าอันดับ 2 สู่รองแชมป์ไทยลีก พร้อมตั๋วเอเชียและแชมป์บอลถ้วยในมือ
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ การท่าเรือ เอฟซี
- การจบรองแชมป์ไทยลีก 2025/26 คืออันดับสูงสุดของการท่าเรือในรอบ 27 ปี
- โค้ชอู๊ดพาทีมไร้พ่าย 11 นัดรวมทุกรายการ ชนะ 9 เสมอ 2
- ฤดูกาล 2026/27 การท่าเรือต้องรับมือถึง 5 รายการ ทั้งในประเทศ อาเซียน และเอเชีย
ขอบคุณรูปภาพจาก การท่าเรือ เอฟซี Port FC
ฤดูกาล 2026/27 จึงเป็นเวทีพิสูจน์ครั้งใหญ่ของทั้งโค้ชอู๊ดและสิงห์เจ้าท่า ว่าจะต่อยอดความสำเร็จนี้ไปได้ไกลแค่ไหน แฟนบอลที่ไม่อยากพลาดทุกความเคลื่อนไหวของบอลไทย อย่าลืมติดตามข่าวเด่น ข่าวร้อน และประเด็นลูกหนังเข้มข้นได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM