วินัยลงดาบหลังเกมชิงเมืองไทย คัพ

คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท มีมติลงโทษ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และ การท่าเรือ เอฟซี จากเหตุการณ์แฟนบอลจุดพลุแฟร์ในเกมรอบชิงชนะเลิศ เมืองไทย คัพ ฤดูกาล 2568/69 โดยยอดปรับรวมทั้งหมดอยู่ที่ 140,000 บาท พร้อมมีคำเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรถึงฝั่ง “สิงห์เจ้าท่า” จากกรณีออกจากห้องแต่งตัวล่าช้า

การพิจารณาครั้งนี้เกิดขึ้นในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 49 ประจำฤดูกาล 2568/69 เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ในเกมรอบชิงชนะเลิศระหว่าง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด พบ การท่าเรือ เอฟซี เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2569

การท่าเรือโดนเตือน หลังออกจากห้องพักช้ากว่ากำหนด

ประเด็นแรกที่ถูกหยิบขึ้นมาพิจารณา คือกรณีสโมสรการท่าเรือ เอฟซี ออกจากห้องพักนักกีฬาล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนด แม้ผู้ควบคุมการแข่งขันจะเข้าไปแจ้งเตือนแล้วก็ตาม ส่งผลให้เกมเริ่มล่าช้าไป 1 นาที 58 วินาที

คณะกรรมการฯ เห็นว่าเข้าข่ายความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.6 เรื่องการปฏิบัติตามกำหนดการและการนับเวลาถอยหลัง หรือ OFFICIAL COUNTDOWN แต่เนื่องจากเป็นความผิดครั้งแรก จึงมีมติลงโทษด้วยการเตือนเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมกำชับให้ปฏิบัติตามขั้นตอนอย่างเคร่งครัดในครั้งต่อไป

แฟนบอลจุดพลุแฟร์ ควันแดงลอยทั่วอัฒจันทร์

อีกเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นก่อนเริ่มการแข่งขัน เมื่อพบว่ากองเชียร์ของทั้งสองสโมสรมีการจุดพลุแฟร์บริเวณด้านหลังอัฒจันทร์ จนเกิดไฟสีแดงและควันจำนวนมาก โดยฝั่งบีจี ปทุม ยูไนเต็ด อยู่บริเวณโซน N ส่วนฝั่งการท่าเรือ เอฟซี อยู่บริเวณโซน E

หลังจบเกม ระหว่างพิธีมอบเหรียญรางวัล แฟนบอลของบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ยังมีการจุดพลุแฟร์บนอัฒจันทร์โซน N เพิ่มอีกประมาณ 5-6 ลูก และใช้เวลาจุดนานราว 5 นาที ทำให้ประเด็นนี้กลายเป็นเหตุวินัยที่ถูกแยกพิจารณาอย่างชัดเจน

สรุปบทลงโทษ บีจีโดน 80,000 ท่าเรือโดน 60,000

คณะกรรมการฯ มีมติลงโทษกองเชียร์การท่าเรือ เอฟซี ฐานจุดพลุในสถานที่จัดการแข่งขัน ซึ่งเข้าข่ายผิดระเบียบข้อ 4.3 โดยปรับเงิน 40,000 บาท และเนื่องจากเคยกระทำผิดลักษณะเดียวกันมาแล้วเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 จึงถูกเพิ่มโทษอีก 20,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 60,000 บาท

ส่วนฝั่งกองเชียร์บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ถูกพิจารณาว่ากระทำผิด 2 วาระแยกกัน คือการจุดพลุก่อนเกม และการจุดพลุหลังจบการแข่งขัน จึงถูกลงโทษเป็น 2 กระทง กระทงละ 40,000 บาท รวมค่าปรับทั้งหมด 80,000 บาท

ระเบียบข้อ 4.3 ชัดเจน จุดพลุในสนามมีโทษปรับ

ตามระเบียบข้อ 4.3 ระบุว่า การจุดพลุ ประทัด ไฟเย็น หรือวัตถุที่ก่อให้เกิดควัน ไม่ว่าจะเกิดขึ้นก่อน ระหว่าง หรือหลังการแข่งขัน ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมในสถานที่จัดการแข่งขัน และมีโทษปรับตั้งแต่ 30,000-60,000 บาท

หากการกระทำนั้นก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายเพิ่มเติม อาจถูกพิจารณาเพิ่มโทษได้อีกตามระเบียบของสมาคมฯ ซึ่งถือเป็นมาตรการที่ต้องการยกระดับความปลอดภัยในสนามฟุตบอลไทยให้เข้มข้นขึ้น

สรุปภาพรวมเหตุการณ์

บทลงโทษครั้งนี้สะท้อนชัดว่าเกมใหญ่ไม่ได้วัดกันแค่ผลงานในสนาม แต่พฤติกรรมรอบสนามก็มีน้ำหนักไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเรื่องพลุแฟร์ที่แม้จะสร้างบรรยากาศเดือดให้กองเชียร์ แต่เมื่อผิดระเบียบและเสี่ยงต่อความปลอดภัย สโมสรย่อมต้องรับผลตามกฎอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ กฎวินัยแฟนบอลในสนามฟุตบอล

  • การจุดพลุแฟร์ในสนามแข่งขันถือเป็นความผิดทางวินัย เพราะมีความเสี่ยงทั้งเรื่องไฟ ควัน และความปลอดภัยของผู้ชม
  • สโมสรอาจถูกลงโทษจากพฤติกรรมของกองเชียร์ แม้เหตุการณ์ไม่ได้เกิดจากนักเตะหรือทีมงานโดยตรง
  • การปฏิบัติตามกำหนดการก่อนแข่งขันเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานจัดการแข่งขันระดับอาชีพ

ขอบคุณรูปภาพจาก การท่าเรือ เอฟซี Port FC / BG Pathum United

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล ทั้งข่าวเดือดหลังเกม ประเด็นร้อนในสนาม และความเคลื่อนไหวสำคัญของฟุตบอลไทย อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM

Categorized in:

ฟุตบอลไทย,