ดาวรุ่งแพะบ้ากู้หน้า นาที 92 ช่วยโคโลญจน์รอดพ่าย 3 นัดติด

ค่ำคืนที่หลายคนคิดว่า เอฟซี โคโลญจน์ กำลังจะทรุดต่อเนื่อง กลับกลายเป็นเวทีแจ้งเกิดเต็มตัวของ แซอิด เอล มาลา ดาวรุ่งวัยเพียง 19 ปี หลังเจ้าตัวซัดประตูตีเสมอในนาทีที่ 92 ช่วยทีมบุกแบ่งแต้มจาก แวร์เดอร์ เบรเมน 1-1 ในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน นัดที่ 12 ของฤดูกาล

เกมนี้ เบรเมนได้ประตูขึ้นนำเร็วจาก มาร์โค ฟรีดล์ ทำให้โคโลญจน์มีสิทธิ์จะกลืนความพ่ายแพ้เป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน แต่เอล มาลา ไม่ยอมให้เรื่องนั้นเกิดขึ้น เขารับบอลทางกราบ ตัดเข้าใน แล้วซัดผ่านมือมิโอ บัคเฮ้าส์ แบบเฉียบขาดในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ กลายเป็นประตูสำคัญที่ไม่เพียงรักษาแต้ม แต่ยังรักษากำลังใจทั้งทีมและแฟนบอลเอาไว้ด้วย

สถิติจารึกชื่อ! เอล มาลา ขึ้นหิ้งแข้งโคโลญจน์อายุน้อยยิงครบ 5 ลูก

ประตูในเกมนี้ไม่ใช่แค่สวยและสำคัญ แต่ยังทำให้ เอล มาลา จารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์สโมสรทันที เพราะมันคือประตูที่ 5 ของเขาในลีกซีซันนี้ จากการลงเล่นเพียง 12 นัดให้โคโลญจน์

ที่พิเศษกว่านั้นคือ ด้วยอายุเพียง 19 ปี 95 วัน เขากลายเป็นนักเตะโคโลญจน์ที่อายุน้อยที่สุดอันดับ 3 ที่ยิงครบ 5 ประตูใน บุนเดสลีกา โดยมีเพียงสองตำนานสโมสรที่ทำได้เร็วกว่านี้คือ

  • ลูคัส โพดอลสกี้ ตอนอายุ 18 ปี 319 วัน
  • เยอร์เก้น เยนดรอสเซ็ก ตอนอายุ 19 ปี 29 วัน

นั่นหมายความว่า เอล มาลา กำลังเดินอยู่บนเส้นทางเดียวกับแข้งระดับไอคอนของโคโลญจน์ และหากรักษาฟอร์มแบบนี้ต่อไป ชื่อของเขามีโอกาสถูกพูดถึงในระดับเดียวกันในอนาคตไม่ไกล

เสียงจากฮีโร่วัย 19 – สุขที่ได้ยิงต่อหน้าแฟนบอล แต่รู้ว่าทีมยังทำได้ดีกว่านี้

หลังจบเกม เอล มาลา ให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าทั้งดีใจและจริงจังในเวลาเดียวกัน เขาย้ำว่าประตูนี้สำคัญก็จริง แต่โคโลญจน์ยังต้องปรับปรุงหลายอย่าง

“มันเป็นความรู้สึกที่เหลือเชื่อเสมอเวลายิงประตูต่อหน้าแฟนบอลจำนวนมาก” เจ้าหนูหมายเลขดังกล่าวกล่าว “เราเจอปัญหานิดหน่อยในครึ่งแรก แม้จะมีแผนการเล่นที่ดีอยู่แล้ว แต่ก็ปล่อยให้ เบรเมน ได้โอกาสสำคัญครั้งหนึ่ง ซึ่งโชคดีที่ มาร์วิน เซฟได้ในจังหวะดวลเดี่ยว”

คำพูดของเขาสะท้อนให้เห็นว่า เอล มาลา ไม่ได้หลงกับการเป็นฮีโร่ทดเจ็บ แต่ยังมองเกมในภาพรวม เห็นทั้งจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนา ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของแข้งระดับท็อป

เพื่อนร่วมทีมยกย่อง – ไม่ยอมแพ้จนกว่าจะเป่าจบ

หนึ่งในคนที่ออกมายืนยันคาแรกเตอร์ของ เอล มาลา ได้ชัดเจนที่สุดคือ เอริค มาร์เทล เพื่อนร่วมทีมที่ยกเครดิตให้เจ้าหนูรายนี้เต็มๆ

มาร์เทลเผยว่า จุดเด่นของ เอล มาลา ไม่ใช่แค่เรื่องการยิงประตู แต่คือ “ใจ” และ “ความไม่ยอมแพ้”

เขาย้ำชัดว่า

  • เอล มาลา พร้อมวิ่งสู้ทุกวินาที อยู่ในเกมตลอด 90 นาที
  • ต่อให้พลาดโอกาสดวลเดี่ยว 4 ครั้ง เขาก็ยังกล้ารับบอลในจังหวะที่ 5 และสุดท้ายก็เปลี่ยนเป็นประตูได้
  • นักเตะคนนี้ “ไม่เคยเลิกเชื่อในตัวเอง” และนี่คือสิ่งที่ทำให้เขาแตกต่าง

ยิ่งไปกว่านั้น เอล มาลา เพิ่งถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ของเยอรมนีเป็นครั้งแรก ทำให้ฟอร์มในระดับสโมสรยิ่งถูกจับตามองมากขึ้นไปอีก และเกมนี้ก็เป็นอีกหนึ่งหลักฐานว่าทำไมโค้ชทีมชาติถึงกล้าไว้ใจดาวรุ่งรายนี้

โคโลญจน์ยังไม่สุด แต่ได้เสาหลักรุ่นใหม่ให้อนาคต

แม้ภาพรวมของโคโลญจน์ในฤดูกาลนี้จะไม่ได้สวยหรู การลุ้นหนีท้ายตารางยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ของทีม แต่การมีแนวรุกวัย 19 ปีที่พร้อมสร้างความแตกต่างอย่าง เอล มาลา คือทรัพยากรล้ำค่า ที่อาจเป็นตัวแปรสำคัญในการพาทีมอยู่รอดบนลีกสูงสุด

ซีซันนี้ เขายิงไปแล้ว 5 ประตูจาก 12 เกมในลีก และที่น่าสนใจคือ หลายประตูมีน้ำหนักมากกว่า “สกอร์” เพราะมันมาพร้อมกับการเปลี่ยนหน้าเกม เพิ่มความมั่นใจให้เพื่อนร่วมทีม และปลุกบรรยากาศในสนามให้ลุกเป็นไฟ

ถ้าโคโลญจน์สามารถสร้างทีมที่สมดุลให้รองรับศักยภาพของ เอล มาลา ได้ในระยะยาว เราอาจได้เห็นเขาก้าวจากคำว่า “ดาวรุ่ง” ไปเป็น “ตัวแบก” ทั้งในสโมสรและระดับชาติในไม่ช้า

สรุป – เอล มาลา ว่าที่สัญลักษณ์ใหม่ของแพะบ้าและอินทรีเหล็ก

จากแค่ “ประตูตีเสมอนาที 92” เกมหนึ่งใน บุนเดสลีกา กลายเป็นจุดเชื่อมที่ทำให้หลายคนเริ่มหันมามอง เอล มาลา อย่างจริงจังมากขึ้น ทั้งสถิติอายุน้อยแต่ยิงครบ 5 ลูก การไม่ยอมแพ้แม้จะพลาดหลายครั้งก่อนหน้า ไปจนถึงทัศนคติที่คิดถึงทีมก่อนตัวเอง

นี่ไม่ใช่แค่ดาวรุ่งที่ฟอร์มแรงชั่วครั้งชั่วคราว แต่คือกองหน้าที่เล่นเพื่อทีม เชื่อในตัวเอง และพร้อมพัฒนาต่อไป เมื่อบวกกับการถูกเรียกติดทีมชาติเยอรมนีชุดใหญ่แล้ว เส้นทางข้างหน้าของเขา ทั้งกับโคโลญจน์และทีมชาติ ดูน่าจับตามองอย่างยิ่ง

เกล็ดความรู้จากเกมนี้และเส้นทางของเอล มาลา

  1. การยิงประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บไม่ใช่แค่เรื่องของทักษะ แต่สะท้อน “สภาพจิตใจ” ว่านักเตะยังเชื่อว่าทีมมีโอกาสจนวินาทีสุดท้าย
  2. นักเตะที่ขึ้นแท่นทำสถิติร่วมกับชื่ออย่าง ลูคัส โพดอลสกี้ มักไม่ได้มีดีแค่พรสวรรค์ แต่ต้องมีความสม่ำเสมอและใจที่รับกับแรงกดดันได้
  3. การถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ตั้งแต่อายุยังน้อย คือสัญญาณว่าระบบสเกาต์และสตาฟฟ์ทีมชาติให้ความเชื่อมั่นว่า นักเตะรายนี้จะเป็นหนึ่งใน “แกนหลัก” ในอนาคต
  4. สโมสรที่มีดาวรุ่งแจ้งเกิดในสถานการณ์กดดันสูง มักใช้โมเมนตัมนี้เป็นจุดเริ่มของการยกระดับทีมทั้งในแง่สปิริตและผลงานในสนาม
  5. ในโลกฟุตบอลสมัยใหม่ “สถิติ” และ “เมนทัลลิตี้” สำคัญพอๆ กัน แข้งที่ผสมทั้งสองอย่างได้ลงตัว มักกลายเป็นทรัพย์สินสำคัญของสโมสรทั้งด้านกีฬาและมูลค่าทางธุรกิจ

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล ทั้งข่าวฮอตในยุโรป เรื่องราวดาวรุ่งพุ่งแรง และมุมมองเข้มๆ แบบคนดูบอลตัวจริง อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM