ซังต์ เพาลีประกาศทางการ คว้า “โทโมยะ อันโดะ” เสริมแนวรับ
ซังต์ เพาลี ทีมดังแห่งฮัมบูร์กประกาศยืนยันคว้าตัว โทโมยะ อันโดะ (Tomoya Andō) กองหลังทีมชาติญี่ปุ่นดีกรีติดธง 3 นัด เข้ามาร่วมทีมเป็นที่เรียบร้อย ถือเป็นการเติมความแข็งแกร่งให้แนวรับในช่วงสำคัญของฤดูกาลที่ทีมต้องดิ้นรนหนีโซนตกชั้นอย่างเข้มข้น
การย้ายทีมครั้งนี้ทำให้อันโดะย้ายมาเล่นที่สนาม มิลเลิร์นทอร์-สตาดิโอน (Millerntor-Stadion) หลังสร้างผลงานสม่ำเสมอกับ อวิสป้า ฟุกุโอกะ ในปี 2025
สถิติปี 2025 แน่นๆ: ลงเล่น 42 นัดกับอวิสป้า ฟุกุโอกะ
ในปี 2025 อันโดะลงสนามให้ อวิสป้า ฟุกุโอกะ ไปถึง 42 นัดในทุกรายการ นี่คือหลักฐานชัดว่าเขาเป็นนักเตะที่ทีมไว้ใจ ใช้งานต่อเนื่อง และมีความฟิตพร้อมยืนระยะ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญมากสำหรับทีมที่กำลังลุยงานหนีตายแบบซังต์ เพาลี
นอกจากผลงานระดับสโมสร เขายังเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ช่วยทีมชาติญี่ปุ่นคว้าแชมป์ รายการ East Asian Championship ฤดูกาล 2024/25 อีกด้วย ยิ่งตอกย้ำว่าประสบการณ์เกมใหญ่และมาตรฐานการเล่นของเขา “ไม่ได้มาเล่นๆ”
โค้ช Blessin ชมยับ: อ่านเกมไว ดุดัน แถมเล่นได้หลายบทบาท
อเล็กซานเดอร์ เบลสซิน เฮดโค้ชซังต์ เพาลี พูดถึงลูกทีมใหม่แบบชัดถ้อยชัดคำว่า เขาตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานกับอันโดะ เพราะนี่คือกองหลังที่ “ถูกฝึกมาดี” มีสมาธิ และไม่ถูกจำกัดอยู่แค่ตำแหน่งเดียว
เบลสซินมองว่าอันโดะคือผู้เล่นที่เด่นเรื่องการคาดการณ์เกม มีสไตล์ป้องกันแบบ “เดินหน้าเข้าหาเกม” ชอบแย่งบอลคืน และยังมีจุดเด่นสำคัญอย่างความเร่งสปีดที่ระเบิดได้ในระยะสั้น รวมถึงความอันตรายในลูกกลางอากาศที่ทำให้ทีมได้ประโยชน์ทั้งเกมรับและจังหวะขึ้นไปลุ้นทำประตู
ผอ.กีฬาชี้จุดขาย: ยืนหลังสามได้ทุกตำแหน่ง เพิ่มความยืดหยุ่นทันที
ด้าน อันเดรียส บอร์เนมันน์ ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสร เน้นชัดว่า การมาของอันโดะช่วยเพิ่ม “ความยืดหยุ่น” ให้แนวรับ เพราะสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในระบบหลังสาม ซึ่งเป็นรายละเอียดที่สำคัญมากสำหรับทีมที่ต้องรับมือคู่แข่งหลากสไตล์ใน บุนเดสลีกา
บอร์เนมันน์ยังย้ำว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อันโดะเป็นนักเตะที่ปรับตัวกับระดับการแข่งขันที่สูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว จนพัฒนาตัวเองไปเป็นนักเตะทีมชาติ และนั่นคือเหตุผลที่ซังต์ เพาลีมั่นใจว่าเขาจะเข้ามามีบทบาทกับทีมได้ “ทันที” ไม่ต้องรอให้เสียเวลาปรับนาน

อาจได้ประเดิมบุนเดสลีกาเร็วสุด! เจอ RB Leipzig 10 ม.ค. 2026
แฟนบอลซังต์ เพาลีมีสิทธิ์ได้เห็นหน้าแข้งญี่ปุ่นรายนี้ลงเล่นเร็วมาก เพราะอันโดะอาจได้ประเดิมสนามใน บุนเดสลีกา ทันทีในเกมที่ซังต์ เพาลีจะกลับมาลงสนามหลังพักเบรก ด้วยการเปิดบ้านพบ RB Leipzig วันที่ 10 มกราคม 2026
เกมนี้ไม่ใช่แค่นัดเปิดปี แต่เป็นแมตช์ที่มีความหมายต่อการอยู่รอดของทีม เพราะแต้มทุกคะแนนในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาลคือ “ของจริง” ไม่มีพื้นที่ให้พลาดง่ายๆ
สถานการณ์ซังต์ เพาลี: อยู่เพลย์ออฟตกชั้น ห่างโซนปลอดภัยแค่ 2 แต้ม
เวลานี้ซังต์ เพาลีนั่งอยู่ในตำแหน่งเพลย์ออฟหนีตกชั้น และตามหลังพื้นที่ปลอดภัยแบบเต็มตัวอยู่เพียง 2 คะแนนเท่านั้น โดยยังเหลือโปรแกรมลีกอีก 19 นัดให้พลิกชะตา
นี่คือเหตุผลที่การเสริมทัพในตำแหน่งกองหลังจึงถูกมองว่า “ต้องทำ” ไม่ใช่ “อยากทำ” เพราะแค่จังหวะเดียวที่เสียประตูในโซนล่างตาราง มันอาจหมายถึงทั้งฤดูกาล และอันโดะถูกดึงเข้ามาเพื่อเพิ่มความแน่น ลดความผิดพลาด และทำให้แนวรับมีทางเลือกมากขึ้นในเกมที่ต้องสู้แบบหลังพิงฝา
อันโดะเปิดใจ: ก้าวสู่บุนเดสลีกาคือก้าวสำคัญ และเวลานี้เหมาะที่สุด
อันโดะยอมรับตรงๆ ว่าการย้ายมาเล่นในบุนเดสลีกาเป็น “ก้าวที่สำคัญ” สำหรับเส้นทางอาชีพของเขา และมองว่านี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการรับความท้าทายครั้งใหญ่ เขาตั้งตารอทีมใหม่ บรรยากาศใหม่ และการเริ่มต้นที่กำลังจะมาถึงในเร็วๆ นี้
เกล็ดความรู้
- บุนเดสลีกาเป็นลีกที่ขึ้นชื่อเรื่องเกมเร็วและการเพรสซิ่งสูง กองหลังที่ “อ่านเกมไว” และ “สปีดดี” จะได้เปรียบมาก
- ระบบหลังสามต้องการกองหลังที่เล่นได้มากกว่าหนึ่งตำแหน่ง เพราะการสลับยืน-ซ้อนพื้นที่คือหัวใจของแท็กติก
- การหนีตกชั้นมักตัดสินกันที่เกมรับ ทีมที่เสียประตูน้อยลงแม้แค่เล็กน้อย มักได้แต้มเพิ่มแบบชัดเจนในช่วงโค้งท้าย
แฟนบอลที่อยากตามข่าวฟุตบอลต่างประเทศแบบเข้มๆ ถึงประเด็น พร้อมอัปเดตตลาดนักเตะและทุกความเคลื่อนไหวสำคัญ อย่าลืมติดตาม ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM ไว้ให้ดี เพราะเรื่องมันส์ๆ ยังมาอีกยาว!