ดาวรุ่งจากอะคาเดมี่เรือใบ—เส้นทางปูมาอย่างหรูตั้งแต่เด็ก

ชื่อของ จาห์ไม ซิมป์สัน-พิวซีย์ อาจยังไม่ดังเปรี้ยงในหมู่แฟนบอลทั่วไป แต่ในสายตาคนดูบอลเป็นงาน นี่คือกองหลังอนาคตไกลที่เติบโตจากระบบเยาวชนชั้นยอดของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก่อนจะได้โอกาสออกไปเก็บเวลในต่างแดน และล่าสุดกำลังมุ่งหน้าสู่ บุนเดสลีกา หลังย้ายไปอยู่กับ โคโลญจน์ ด้วยสัญญา ยืมตัว จนจบฤดูกาล 2025/26

ประวัติย่อ: อายุ ตำแหน่ง และดีกรีทีมชาติ

ข้อมูลส่วนตัว

ซิมป์สัน-พิวซีย์ อายุ 20 ปี (เกิดวันที่ 4 พฤศจิกายน 2005) เล่นตำแหน่ง เซ็นเตอร์แบ็ก และมีชื่อติดทีมชาติอังกฤษชุดเยาวชนมาแล้ว โดยลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ U18 รวม 3 นัดในปี 2023

จุดเด่นที่ถูกพูดถึง

เขาเป็นแนวรับที่ถูกมองว่ามีพื้นฐานเกมรับแน่น อ่านเกมได้ และเหมาะกับฟุตบอลสมัยใหม่ที่ต้อง “เริ่มเกมจากแดนหลัง” ไม่ใช่แค่เตะสาดหนีอย่างเดียว

จากฮัดเดอร์สฟิลด์สู่ซิตี้—เลือกเส้นทางที่ “ซ้อมจริง” เพื่ออนาคตจริง

ซิมป์สัน-พิวซีย์ เกิดที่ฮัดเดอร์สฟิลด์ แคว้นเวสต์ยอร์กเชียร์ และถูกจับตาจากหลายทีมในพรีเมียร์ลีกตั้งแต่เด็ก ก่อนสุดท้ายจะเข้าร่วมอะคาเดมี่ของแมนฯ ซิตี้ตอนอายุ 8 ขวบ

เขาเคยเล่าย้อนถึงช่วง “เลือกทีม” ไว้อย่างตรงไปตรงมาว่าอยู่ในช่วงลังเลระหว่างหลายสโมสร ทั้งเอฟเวอร์ตัน แมนฯ ยูไนเต็ด และแมนฯ ซิตี้ แถมยอมรับแบบไม่กั๊กว่าแรก ๆ ไปอยู่ซิตี้แล้วไม่ชอบ เพราะรู้สึกว่าที่นั่นซ้อมจริงจังมาก ในขณะที่ตอนลองไปยูไนเต็ดกลับรู้สึกสนุก เพราะเน้นเล่นเกมย่อย ๆ เป็นหลัก

แต่สุดท้าย “คุณแม่” ของเขาไปขอคำแนะนำจากคนในวงการฟุตบอลว่าทางไหนจะเป็นประโยชน์ต่อพัฒนาการมากกว่า และคำตอบคือซิตี้ เพราะระบบการฝึกซ้อมช่วยพัฒนาด้านเทคนิคและรายละเอียดรายบุคคลได้ดีกว่า เขาจึงตัดสินใจเซ็นจริงจังกับซิตี้หลังเข้าร่วมไปได้ 1 ปี

ชูถ้วยระดับเยาวชน—กัปตันพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ

การเลือกซิตี้ไม่ใช่แค่ “เลือกชื่อทีมเท่ ๆ” แต่เริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม เมื่อเวลาผ่านไปเขากลายเป็นแกนหลักของชุดเยาวชน และพาทีม U18 คว้าแชมป์ เอฟเอ ยูธ คัพ ได้สำเร็จ

ผลงานดังกล่าวส่งให้เขาได้รับการเรียกติดทีมชาติอังกฤษ U18 และได้ลงสนาม 3 นัดในปี 2023 ถือเป็นรางวัลของคนที่เดินตามเส้นทาง “ซ้อมหนัก—โตจริง” แบบชัดเจน

เปิดซิงชุดใหญ่กับเป๊ป—ได้ประเดิมทั้งบอลถ้วยและ UCL

ฟอร์มในระดับเยาวชนทำให้เขาไปเข้าตา เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และปลายปี 2024 เขาได้รับโอกาสประเดิมสนามอาชีพให้ทีมชุดใหญ่ในเกมคาราบาวคัพ (EFL Cup) ที่ซิตี้แพ้ท็อตแน่ม 1-2

และเพียง 6 วันถัดมา เขายังได้ออกสตาร์ตเกมแรกในเวที ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก พบสปอร์ติ้ง แม้ผลจะจบแบบเจ็บ ๆ อีกครั้งจากการแพ้ 1-4 แต่สำหรับเด็กอายุ 19 ในเวลานั้น การได้ “เริ่มเกม UCL” คือประสบการณ์ที่เงินซื้อไม่ได้ และเป็นใบเบิกทางว่าโค้ชเห็นศักยภาพในระดับที่พร้อมส่งลงสนามใหญ่

เซลติกแวะสั้น—ก่อนโคโลญจน์ฉวยโอกาสดึงไปปั้นต่อ

หลังทำผลงานเด่นกับทีม U21 ของซิตี้ เขาถูกปล่อยยืมไปเซลติกในช่วงต้นฤดูกาลนี้เพื่อหาประสบการณ์ชุดใหญ่เพิ่มเติม ทว่าโอกาสลงสนามจริงมีไม่มาก ได้ลงเล่นในลีกเพียง 1 นัด ทำให้สัญญายืมตัวถูกยุติลงเมื่อต้นเดือน

จังหวะนั้นเองกลายเป็นโอกาสทองของโคโลญจน์ที่ตัดสินใจคว้าตัวไปเสริมแนวรับทันที พร้อมเปิดฉากบททดสอบใหม่ในลีกที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มข้นและความเนี้ยบแทคติก

เกล็ดความรู้

  • นักเตะที่โตจากอะคาเดมี่ระดับท็อป มักถูกฝึกเรื่อง “การเล่นภายใต้ความกดดัน” ตั้งแต่เยาวชน จึงปรับตัวกับเกมใหญ่ได้ไว
  • กองหลังสมัยใหม่ไม่ได้วัดกันแค่สกัดบอล แต่ดูที่การยืนตำแหน่ง การสื่อสาร และการออกบอลขึ้นเกม
  • การย้ายไปลีกเยอรมันเป็นบททดสอบสำคัญ เพราะเกมเร็ว ปะทะหนัก และต้องตัดสินใจไวทุกจังหวะ
  • การได้ลงตัวจริงในเกมยุโรปตั้งแต่อายุยังน้อย มักเป็นสัญญาณว่าทีมแม่มองเป็น “โปรเจกต์ระยะยาว”

แฟนบอลสายตามดาวรุ่งบอกเลยว่าดีลนี้น่าจับตา เพราะโคโลญจน์ได้ของดีไปลองของในลีกที่โหดจริง ส่วนซิตี้ก็ได้เห็นพัฒนาการของเด็กปั้นแบบวัดผลได้ชัด ๆ ว่าเขาพร้อมยืนระยะในฟุตบอลระดับสูงแค่ไหน

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล ตั้งแต่ตลาดนักเตะไปจนถึงเรื่องลึกหลังเกม อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM