⚽️ ศึกสคูเด็ตโตเดือดตั้งแต่ตอนนี้! อินเตอร์นำสองครั้ง แต่นาโปลีฮึดเจ๊า 2-2
สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ ย้ำชัดว่า นาโปลี คือทีมที่ “ไม่รู้จักคำว่ายอมแพ้” หลังผ่านเกมบิ๊กแมตช์สุดมันส์กับ อินเตอร์ ที่ซาน ซิโร่ จบลงด้วยผลเสมอ 2-2 ชนิดที่เกมแกว่งไปมาแบบไม่มีใครยอมใคร
อินเตอร์เป็นฝ่ายขึ้นนำถึงสองครั้งจากประตูของ เฟเดริโก้ ดิ มาร์โก้ และจุดโทษของ ฮาคาน ชัลฮาโนกลู แต่ฝั่ง “ปาร์เตโนเปอี” ก็ไม่แตกตื่น เพราะแม็คโทมิเนย์กดคนเดียวสองลูก ไล่ตามตีเสมอแบบสะท้อนหัวใจนักสู้เต็มๆ
เกมนี้ทำให้ภาพลุ้นแชมป์ที่เคย “ไปถึงเส้นชัยแบบหายใจรดต้นคอ” เมื่อฤดูกาลก่อน มีแววจะกลับมาเดือดซ้ำอีกครั้ง เพราะแค่เกมเดียวก็เห็นแล้วว่าทุกทีมพร้อมกัดกันยันนัดสุดท้าย
🔥 แม็คโทมิเนย์เปิดใจ: “เรายังอยู่ในเกมเสมอ” แม้เจอปัญหาตัวหลักหายเป็นแถว
หลังจบเกม แม็คโทมิเนย์ให้สัมภาษณ์กับ DAZN Italia ด้วยโทนหนักแน่นว่า เขารู้สึกมาตลอดว่า “ทีมยังอยู่ในเกม” ต่อให้สถานการณ์จะบีบแค่ไหนก็ตาม พร้อมชี้ว่าเพื่อนร่วมทีมทุ่มเทเต็มร้อยในช่วงที่ทีมเจอวิกฤตผู้เล่นขาดหายแบบต่อเนื่อง
และประโยคที่ทำให้แฟนบอลสะดุ้งคือการที่เขา “ไล่ลิสต์” รายชื่อแข้งสำคัญที่นาโปลีไม่มีให้ใช้งาน พร้อมเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า หากอินเตอร์เจอสภาพเดียวกันจะเป็นอย่างไร

🧨 ลิสต์เดือด! ขาดตัวหลักเพียบ…แม็คโทมิเนย์เทียบอินเตอร์แบบเห็นภาพทันที
แม็คโทมิเนย์กล่าวว่า นาโปลีไม่มีทั้ง อองกีซ่า, ลูกากู, กิลมอร์, เดอ บรอยน์, ราห์มานี่ (ช่วงต้นซีซั่น), เนเรสเจ็บ รวมๆ แล้วมันหนักพอๆ กับการให้อินเตอร์ลงสนามโดยไม่มี เลาตาโร่ มาร์ติเนซ, มาร์คุส ตูราม, นิโคโล่ บาเรลล่า และฮาคาน ชัลฮาโนกลู
นี่คือการย้ำว่า “ความยาก” ของนาโปลีไม่ได้มาเพราะเล่นไม่ดี แต่มาจากการต้องแบกทีมด้วยขุมกำลังที่หายไปเป็นชุดๆ แล้วก็ยังยืนระยะสู้หัวตารางได้แบบไม่ยุบ
🏅 แมน ออฟ เดอะ แมตช์ แบบไร้ข้อโต้แย้ง: สองประตูเปลี่ยนเกม และเปลี่ยนความรู้สึกทั้งทีม
แน่นอนว่าแม็คโทมิเนย์ถูกเลือกเป็น Man of the Match จาก Lega Serie A รวมถึงได้เรตติ้งเด่นในสายตาสื่อ เพราะผลงานในสนาม “ชัดเจนเกินจะปฏิเสธ”
ที่สำคัญ เกมนี้เขาไม่ได้เริ่มด้วยความเพอร์เฟกต์ เพราะมีความผิดพลาดในจังหวะขึ้นเกมที่นำไปสู่ประตูแรกของอินเตอร์ แต่สิ่งที่ทำให้เขากลายเป็นฮีโร่ คือการ “ลุกขึ้นมาแก้ตัว” และยิงสองประตูพาทีมกลับมาได้จริง
💬 “ความผิดพลาดเป็นส่วนหนึ่งของฟุตบอล” แม็คโทมิเนย์ย้ำต้องลุกขึ้นให้ไว
เจ้าตัวกล่าวแบบลูกผู้ชายว่า ความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติในฟุตบอล แต่สิ่งสำคัญคือห้ามจม ต้องลุกขึ้นแล้วทำให้ดีที่สุด เพราะทุกคนทำพลาดได้ เขาแค่อยากทุ่มสุดตัวเพื่อช่วยทีมให้มากที่สุด นี่คือมายด์เซ็ตที่แฟนบอลอยากเห็นจากนักเตะในเกมใหญ่

📣 ประธานเด ลอเรนติสยังทึ่ง! โพสต์ชม “ถ้าตัวเจ็บไม่หายไป 9 คน…นาโปลีจะไปไกลแค่ไหน?”
ไม่ใช่แค่ในสนาม แม้แต่ ออเรลิโอ เด ลอเรนติส ประธานสโมสรนาโปลี ยังออกมาโพสต์บนโซเชียลชื่นชมทีมว่าเป็นเกมที่ยอดเยี่ยม พร้อมตั้งคำถามสะเทือนวงการว่า หากไม่ต้องขาดผู้เล่นถึง 9 คนในหลายช่วงของฤดูกาล ตอนนี้นาโปลีจะทำผลงานได้มากแค่ไหน
คำพูดนี้ยิ่งตอกย้ำว่าฤดูกาลนี้นาโปลีไม่ได้แค่ “สู้” แต่สู้ทั้งที่ตัวเลือกไม่เต็มมือด้วยซ้ำ
📊 ตารางคะแนนยังบี้กันสุดๆ ท็อป 3 ไม่เปลี่ยน แต่แรงกดดันเพิ่มทุกสัปดาห์
ผลเสมอเกมนี้ทำให้ภาพรวมบนหัวตารางยังคงเดิม เพราะอีกคู่ เอซี มิลาน ก็ทำได้แค่เสมอ ฟิออเรนติน่า 1-1
สถานการณ์ล่าสุดคือ อินเตอร์นำ 43 แต้ม มิลานตามมา 40 และนาโปลี 39 แต้ม
แม้โรมาจะไล่ขึ้นมาทันนาโปลี และยูเวนตุสมีโอกาสทำแต้มเท่ากันได้ในคืนพรุ่งนี้ แต่ “สามทีมบนสุด” ยังมีเกมตกค้างที่ต้องลงเตะในสัปดาห์หน้า ทำให้การลุ้นแชมป์ยังเปิดกว้างแบบไม่มีใครกล้ากะพริบตา
🧱 ฟอร์มเกมรับก็มีฮีโร่! ฮวน เฆซุสคุมตูรามอยู่หมัด
อีกคนที่โดดเด่นคือ ฮวน เฆซุส ที่ทำผลงานเกมรับได้ดีมาก โดยเฉพาะการตามประกบและลดพิษสงของ มาร์คุส ตูราม ที่พยายามฉีกออกไปเล่นริมเส้นตลอดเวลา
เฆซุสยอมรับว่า ตูรามเป็นกองหน้าที่มีประสบการณ์ แต่เขาศึกษาคู่แข่งมาแล้ว และชี้ว่านี่คือผลงานทีมที่แข็งแกร่งในสนามยากอย่างซาน ซิโร่ พร้อมย้ำว่า “สำคัญมากที่เราไม่แพ้ที่นี่” และทีมยังสวม “สคูเด็ตโตบนอกเสื้อ” อยู่ ซึ่งแปลว่าพวกเขายังคิดถึงการป้องกันแชมป์เต็มตัว

😤 คอนเต้โดนไล่ออก! เดือดจัดประท้วงจุดโทษ เตะบอลขึ้นอัฒจันทร์-ตะโกนใส่เปาที่ 4
ความเดือดของเกมนี้ไม่ได้จบแค่ใน 90 นาที เพราะ อันโตนิโอ คอนเต้ ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามจากการประท้วงจังหวะจุดโทษแบบหนักหน่วง ทั้งเตะบอลขึ้นไปบนอัฒจันทร์ และตะโกนใส่หน้าเจ้าหน้าที่ผู้ตัดสินที่ 4
ด้านนักเตะนาโปลีให้ความเห็นว่า โค้ชมีคาแรกเตอร์แบบนี้อยู่แล้ว เขาเป็น “ผู้ชนะ” และมักปลุกเร้าไฟในทีม ซึ่งลูกทีมก็แสดงปฏิกิริยากลับมาในสนามได้ดี แม้จะเป็นเกมที่เล่นในสนามสุดโหดอย่างซาน ซิโร่
🧠 เกล็ดความรู้
- การไล่ตีเสมอสองครั้งในเกมเยือนทีมลุ้นแชมป์ แสดงถึง “สภาพจิตใจทีม” ที่แข็งมากกว่าระบบแท็กติกอย่างเดียว
- เกมที่มีผู้เล่นตัวหลักหายหลายคน ทีมมักต้องใช้ “ทีมเวิร์ค” และวินัยเกมรับเพื่ออยู่ในเกมให้ได้นานที่สุด
- แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไม่ได้วัดแค่ยิงได้ แต่รวมถึงการ “ตอบสนองหลังทำพลาด” ซึ่งสะท้อนภาวะผู้นำในสนาม
- โค้ชที่ประท้วงจนโดนไล่ออก มักเกิดจากเกมที่เดิมพันสูงและอารมณ์ในสนามเดือดถึงขีดสุด
แฟนบอลที่อยากตามทุกประเด็นเดือดของกัลโช่ เซเรีย อา วิเคราะห์เข้ม ข่าวไว และเรื่องลึกแบบถึงเครื่อง อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM