⚽️ จบในวันเดียวหลังพ่ายคู่ปรับ! มาดริดประกาศแยกทางอลอนโซ่อย่างเป็นทางการ

เกิดแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในถิ่นซานติอาโก เบร์นาเบว เมื่อ เรอัล มาดริด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่ง ลา ลีกา สเปน ตัดสินใจปลด ชาบี อลอนโซ่ ออกจากตำแหน่งเฮดโค้ชเป็นที่เรียบร้อย หลังพาทีมพ่าย บาร์เซโลน่า 2-3 ในนัดชิง ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า ได้เพียงวันเดียว

โดยสโมสรประกาศแยกทางกับกุนซือชาวสแปนิชอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา และระบุว่าเป็นการตกลงแยกทางด้วยความเห็นชอบของทั้งสองฝ่าย ปิดฉากช่วงเวลา 6 เดือนกว่าแบบเร็วเกินกว่าที่หลายคนคาดคิด

🗣️ แถลงการณ์ชัด: “อลอนโซ่คือตำนาน และมาดริดจะเป็นบ้านของเขาเสมอ”

แม้การตัดสินใจจะเด็ดขาด แต่โทนของแถลงการณ์จากสโมสรยังคงเต็มไปด้วยความให้เกียรติ โดยเรอัล มาดริดย้ำว่า อลอนโซ่จะยังคงได้รับความรักและความชื่นชมจากแฟนบอล “ราชันชุดขาว” เสมอ เพราะเขาคือหนึ่งใน “ตำนาน” ของสโมสร และเป็นบุคคลที่ยึดมั่นในคุณค่าของทีมมาโดยตลอด

สโมสรยังยืนยันชัดเจนด้วยคำพูดที่มีน้ำหนักว่า เรอัล มาดริดจะเป็นบ้านของเขาเสมอ สะท้อนว่าการแยกทางครั้งนี้เป็นการจบแบบมืออาชีพ ไม่ใช่ความบาดหมางส่วนตัว

🙏 ขอบคุณทีมสตาฟครบชุด: ทุ่มเท-มุ่งมั่น-ทำงานหนักตลอดช่วงเวลา

นอกจากขอบคุณตัวอลอนโซ่แล้ว มาดริดยังกล่าวขอบคุณทีมงานสตาฟโค้ชทุกคนสำหรับความทุ่มเท ความมุ่งมั่น และผลงานตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา พร้อมอวยพรให้ทุกคนประสบความสำเร็จในเส้นทางใหม่ต่อจากนี้

การใส่ชื่อ “สตาฟ” เข้าไปในแถลงการณ์คือรายละเอียดที่บอกชัดว่า สโมสรต้องการปิดฉากแบบให้เกียรติทุกฝ่าย เพราะการทำงานของเฮดโค้ชไม่ใช่เรื่องของคนเดียว แต่คือทีมเบื้องหลังทั้งหมด

✅ ตั้งกุนซือใหม่ทันที: อัลบาโร อาร์เบลัว จากกาสตียาขึ้นคุมชุดใหญ่

หลังประกาศแยกทาง อลอนโซ่แบบไม่ปล่อยให้สุญญากาศยืดเยื้อ เรอัล มาดริด เดินเกมต่อทันทีด้วยการแต่งตั้ง อัลบาโร อาร์เบลัว ซึ่งก่อนหน้านี้คุมทีม เรอัล มาดริด กาสตียา ขึ้นมาเป็นกุนซือใหญ่ของทีมชุดแรกแทนในทันที

นี่คือสัญญาณว่ามาดริดต้องการ “ความต่อเนื่อง” ภายในสโมสร และเลือกคนที่รู้จักระบบ อะคาเดมี และวัฒนธรรมทีมเป็นอย่างดีขึ้นมารับงานใหญ่ในช่วงที่แรงกดดันสูงสุดของฤดูกาล

📊 สถิติอลอนโซ่กับราชัน: คุม 6 เดือนกว่า ชนะ 24 เสมอ 4 แพ้ 6

สำหรับผลงานของอลอนโซ่ในฐานะกุนซือเรอัล มาดริด เขาอยู่ในตำแหน่งเพียง 6 เดือนกว่า โดยมีสถิติคุมทีม ชนะ 24 เสมอ 4 และแพ้ 6
และเกมที่พ่ายบาร์เซโลน่า 2-3 ในรอบชิงซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม กลายเป็น “นัดสุดท้าย” ของกุนซือวัย 44 ปีอย่างเป็นทางการ

🔥 พ่ายบาร์ซ่าเกมชิง กลายเป็นชนวนสะเทือนบัลลังก์

แม้รายละเอียดในข่าวชี้ชัดว่าเป็นการแยกทางโดยความเห็นชอบของทั้งสองฝ่าย แต่จังหวะเวลาเกิดขึ้นแบบแทบไม่ต้องตีความ—การแพ้คู่ปรับตลอดกาลอย่างบาร์เซโลน่าในเกมชิงแชมป์ มักเป็นชนวนเร่งให้สโมสรยักษ์ใหญ่ตัดสินใจเร็วขึ้นเสมอ โดยเฉพาะเมื่อความคาดหวังของ “ราชันชุดขาว” อยู่ในระดับที่ต้องชนะและต้องได้แชมป์เป็นพื้นฐาน

🧠 เกล็ดความรู้

  • การประกาศ “แยกทางด้วยความเห็นชอบของทั้งสองฝ่าย” มักเป็นถ้อยคำมาตรฐานเพื่อจบเรื่องแบบมืออาชีพ ลดแรงปะทะและกระแสเชิงลบ
  • สโมสรที่แต่งตั้งโค้ชจากทีมสำรองขึ้นคุมชุดใหญ่ มักต้องการความต่อเนื่องของแนวทางและความเข้าใจวัฒนธรรมสโมสร
  • เกมนัดชิงกับคู่ปรับโดยตรงเป็นแมตช์ที่แรงกดดันสูงสุด เพราะผลแพ้มักถูกขยายผลไปไกลกว่าฟอร์มในเกมเดียว
  • การเปลี่ยนโค้ชแบบทันทีช่วยลดช่วงสุญญากาศในทีม แต่ก็มาพร้อมความคาดหวังให้ “โค้ชใหม่” ยกระดับผลงานอย่างรวดเร็ว

แฟนบอลที่อยากตามข่าวเรอัล มาดริด และความเคลื่อนไหวลูกหนังยุโรปแบบเข้มข้น อัปเดตไว และเจาะลึกทุกมุม อย่าลืมติดตามความมันส์ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM