🔥 ฝันสคูเด็ตโต้ยังสด แต่เกือบมี “สะดุดแรง” กลางทาง
ฤดูกาลนี้เส้นทางลุ้นแชมป์ของอินเตอร์ดูเหมือนจะไหลลื่นแทบไร้ปัญหา เป้าหมายคว้า แชมป์เซเรีย อา สมัยที่ 3 ในรอบ 7 ฤดูกาลกำลังอยู่ในมือ และภาพรวมของทีมจ่าฝูงก็ยังส่งสัญญาณว่า “สคูเด็ตโต้กำลังจะกลับสู่ซาน ซิโร่” อีกครั้ง
ทว่าในเกมเปิดหัวสุดสัปดาห์คืนวันศุกร์ที่ซาน ซิโร่ กับทีมเยือนอย่างปิซ่า อินเตอร์เกือบเจอเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่าเป็น “นรกฉบับย่อ” เพราะถูกยิงนำตั้งแต่ครึ่งแรกแบบไม่ทันตั้งตัว และมีช่วงเวลาที่ความฝันเหมือนจะสั่นคลอนอย่างจริงจัง
⚔️ ปิกซ่าอันดับ 19 แต่เล่นเหมือนทีมลุ้นแชมป์: มอเรโอ้กดสองตุงใน 23 นาที
ก่อนเกม ปิซ่ากำลังดิ้นรนอยู่ถึงอันดับ 19 ของตาราง แต่พวกเขากลับมาสร้างแผลลึกให้เจ้าบ้านด้วยฟอร์มที่สวนทางกับอันดับอย่างสิ้นเชิง เมื่อ สเตฟาโน่ มอเรโอ้ กองหน้าชาวมิลานของทีมเยือนยิงสองประตูในเวลาเพียง 23 นาทีแรกของครึ่งแรก
🚀 ประตูแรกสุดสะใจ: ซัดไกลอย่างเหลือเชื่อ
มอเรโอ้เริ่มต้นด้วยการยิงไกลแบบ “มีความกล้าและมีความคม” จนกลายเป็นประตูเปิดเกมให้ปิซ่าขึ้นนำและทำให้ทั้งสนามเงียบกริบ เพราะอินเตอร์แทบไม่ทันตั้งแถวรับมือ
2 – Stefano #Moreo is the first player to score a brace in the first 30 minutes of a Serie A match against Inter since Zlatan Ibrahimovic for AC Milan on 17 October 2020 (at 13th and 16th minutes in that case). Twice.#InterPisa #SerieA pic.twitter.com/Oid7xk4oBW
— OptaPaolo (@OptaPaolo) January 23, 2026
🎯 ประตูที่สอง: โหม่งเสาแรกจากบอลเปิดของตราโมนี
ไม่พอแค่นั้น เขายังมาย้ำความช็อกด้วยลูกโหม่งเสาแรกจากบอลเปิดของ มัตเตโอ ตราโมนี ปิดจ็อบเป็น 2-0 แบบคนดูยังไม่ทันตั้งสติ
📊 สถิติที่ทำให้ซาน ซิโร่ต้องอึ้ง: ยิงสองในครึ่งชั่วโมงเหมือนอิบราฯ ปี 2020
สองประตูของมอเรโอ้ยังบันทึกสถิติที่น่าจดจำ เพราะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในปี 2020 ที่มีผู้เล่นจากทีมคู่แข่งยิงอินเตอร์ได้ 2 ลูกภายในครึ่งชั่วโมงแรกของเกมลีก นี่คือสัญญาณเตือนแบบเสียงดังว่า ต่อให้คุณเป็นจ่าฝูง แต่ถ้าเสียสมาธิเมื่อไหร่ เกมอาจหลุดมือได้ทันที
⚡ อินเตอร์พลิกเกมในพริบตา: จุดโทษซิลินสกี้ปลุกทีม ก่อนเลาตาโร่โหม่งตีเสมอ
แต่สิ่งที่ทำให้อินเตอร์ถูกมองว่าเป็นทีมลุ้นแชมป์อย่างแท้จริง คือการไม่ปล่อยให้ความพังเกิดขึ้นยาวๆ พวกเขาพลิกสถานการณ์กลับมาอย่างรวดเร็ว เริ่มจาก จุดโทษของปิออทร์ ซิลินสกี้ ที่เหมือนเป็นประกายไฟปลุกทีมให้กลับเข้ารูปเข้ารอย
จากนั้นไม่นาน เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ก็ซัดความมั่นใจกลับคืนมาด้วยลูกโหม่งในกรอบเขตโทษแบบคมกริบ ตีเสมอให้ทีมได้สำเร็จ และทำให้โมเมนตัมของเกมพลิกกลับมาฝั่งอินเตอร์อย่างชัดเจน
🧨 ช่วงทดเจ็บครึ่งแรกคือจุดตัดสิน: พิโอ เอสโปซิโต้โหม่งแซง 3-2
ก่อนหมดครึ่งแรก ความกดดันของปิซ่าถูก “บีบจนแตก” และในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ พิโอ เอสโปซิโต้ เติมมาปิดงานด้วยลูกโหม่งอีกครั้งจากบอลเปิดทางฝั่งซ้ายที่คราวนี้มาจาก อเลสซานโดร บาสโตนี ส่งให้อินเตอร์แซงนำ 3-2 แบบโหดๆ
เกมที่เคยเหมือนจะเป็นช็อกแห่งฤดูกาล กลายเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าอินเตอร์ “กัดไม่ปล่อย” และรู้วิธีพลิกสถานการณ์ในเวลาที่ทีมต้องการที่สุด
🔥 ครึ่งหลังยิ่งเละ: ดิมาร์โก-บอนนี่-มคิทาร์ยานกดเพิ่ม ปิซ่าหมดสภาพ
หลังพักครึ่ง ปัญหาของปิซ่าไม่ได้ดีขึ้นเลย โดยทีมของอดีตกองหน้ามิลานอย่าง อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่ ยังโดนอินเตอร์ระดมยิงเพิ่มจาก เฟเดริโก้ ดิมาร์โก, อองเช่-โยอัน บอนนี่ และ เฮนริค มคิทาร์ยาน จนสกอร์ไหลและเกมหลุดจากมือแบบหมดทางกลับ
🏁 ยืนหัวตารางต่อไป: รอดพ้น “ช็อกแห่งซีซั่น” และยังคุมสถานการณ์เหนือมิลาน
แม้จะมีโอกาสที่คู่ปรับร่วมเมืองอย่างมิลานจะลดช่องว่างแต้มลงในสุดสัปดาห์นี้ แต่อินเตอร์ยังคงมีผลต่างประตูได้เสียที่ดี และที่สำคัญคือพวกเขารอดพ้นจากความพ่ายแพ้ที่อาจถูกจดจำว่าเป็น “ช็อกแห่งฤดูกาล” ได้แบบหวุดหวิดแต่เด็ดขาด
Lautaro Martinez came in charging like a bull for this goal 😈#SerieA pic.twitter.com/8ZQ33gpf7r
— DAZN Football (@DAZNFootball) January 23, 2026
✅ สรุป
อินเตอร์เกือบโดนปิซ่าทำช็อกคาบ้านหลังโดนนำ 2-0 จากสเตฟาโน่ มอเรโอ้ที่ยิงสองประตูใน 23 นาทีแรก พร้อมสถิติยิงสองในครึ่งชั่วโมงเหมือนอิบราฮิโมวิชปี 2020 แต่ทีมของคริสเตียน คิวูพลิกสถานการณ์อย่างรวดเร็วจากจุดโทษของซิลินสกี้ เลาตาโร่โหม่งตีเสมอ และพิโอ เอสโปซิโต้โหม่งแซงก่อนพักครึ่ง ก่อนครึ่งหลังดิมาร์โก บอนนี่ และมคิทาร์ยานกดเพิ่ม ช่วยให้อินเตอร์เลี่ยงช็อกแห่งฤดูกาลและยืนหัวตารางต่อไป
📌 เกล็ดความรู้
- เกมที่โดนนำเร็วไม่ได้แปลว่าจบ หากทีมมีสภาพจิตใจแข็งและแก้เกมได้ไว โมเมนตัมสามารถกลับมาได้ภายในไม่กี่นาที
- การทำประตูช่วงทดเจ็บครึ่งแรกมักเป็น “จุดหักเหทางจิตวิทยา” เพราะทำให้ทีมที่โดนนำเสียสมาธิทันที
- ผลต่างประตูได้เสียมีความสำคัญมากในการลุ้นแชมป์ เพราะบางช่วงแต้มใกล้กัน ความต่างของสกอร์รวมอาจเป็นตัวตัดสิน
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล…อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM