🔥กระแสแรงจากสเปน: มาร์ก้าชี้อาร์เบลัวส่อไม่ได้ไปต่อ
รายงานจาก มาร์ก้า สื่อดังเมืองกระทิงดุระบุว่า อัลบาโร่ อาร์เบลัว โค้ชของ เรอัล มาดริด เริ่มอยู่ในสถานการณ์ “รอดยาก” สำหรับฤดูกาลหน้า หลังพาทีมเจองานหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกมล่าสุดที่บุกไปพ่าย เบนฟิก้า 4-2 จนส่งผลให้ “ราชันชุดขาว” ต้องไปเล่นรอบเพลย์ออฟเพื่อลุ้นเข้ารอบน็อกเอาต์ถ้วย แชมเปี้ยนส์ ลีก
และเมื่อผลลัพธ์มันไม่เป็นใจ แรงสั่นสะเทือนก็วิ่งตรงมาที่เก้าอี้กุนซือแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะสำหรับสโมสรที่วัดความสำเร็จด้วยถ้วยใหญ่ทุกปี ความผิดพลาดไม่กี่นัดอาจถูกมองว่าเป็น “สัญญาณอันตราย” ที่ต้องรีบแก้ทันที
⚔️แพ้เบนฟิก้า 4-2 จุดชนวนเพลย์ออฟ และชื่อมูรินโญ่ถูกโยงในเรื่องนี้
เกมที่กลายเป็นชนวนสำคัญคือความพ่ายแพ้ต่อเบนฟิก้า ทีมดังลีกโปรตุเกส ซึ่งบทความต้นฉบับชี้ว่ามี โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตนายใหญ่เบร์นาเบวคุมทีมอยู่ และ “สเปเชี่ยล วัน” ทำผลงานพาทีมคว้าชัยได้อย่างเหลือเชื่อ จนทำให้ทั้งสองฝ่ายต้องลงเตะรอบเพลย์ออฟร่วมกัน
นี่คือจุดที่ทำให้แรงกดดันพุ่งสูงขึ้น เพราะความพ่ายแพ้แบบเสียถึง 4 ประตู ไม่ใช่เพียงผลการแข่งขัน แต่เป็นภาพสะท้อนว่าแผงรับและการคุมเกมของมาดริด “มีรอยรั่วให้เห็นชัด” ยิ่งในรายการยุโรปที่ความผิดพลาดถูกลงโทษทันที มันจึงยิ่งทำให้อนาคตของอาร์เบลัวถูกตั้งคำถามหนักกว่าเดิม

🚨ตกรอบโกปา เดล เรย์สุดช็อก ยิ่งเร่งไฟใต้เก้าอี้
ก่อนจะไปแพ้เบนฟิก้า มาดริดยังเจอแผลใหญ่ที่ทำให้เสียหน้าไม่น้อย เมื่อทีมตกรอบ 16 ทีมถ้วย โกปา เดล เรย์ อย่างน่าอับอาย จากการบุกไปแพ้ อัลบาเซเต้ ทีมระดับเซกุนด้า 3-2
ความพ่ายแพ้ต่อทีมรองชั้นแบบนี้มักถูกมองว่า “ไม่ใช่อุบัติเหตุ” หากเกิดขึ้นร่วมกับฟอร์มแกว่งต่อเนื่อง เพราะมันชี้ว่าทีมกำลังหลุดจากมาตรฐานที่สโมสรคาดหวัง ยิ่งพอพ่วงกับสถานการณ์ต้องไปเล่นเพลย์ออฟยุโรป ก็ยิ่งทำให้คำว่า “เปลี่ยนโค้ช” กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงดังขึ้นทุกวัน
🧠มาร์ก้าอ้างนักข่าวดัง: มีการคุยทาบเอเมรี่แล้ว
รามอน อัลบาเรซ เด มอน นักข่าวของมาร์ก้า ถูกอ้างว่าอาร์เบลัวมีโอกาสตกเก้าอี้หลังจบฤดูกาล เพราะมาดริดเล็งดึง อูไน เอเมรี่ มารับงานแทน
โดยในโพสต์บนโซเชียลเมื่อวันที่ 29 ม.ค. เขาระบุในทำนองว่า หากมาดริดตัดสินใจเปลี่ยนกุนซือหลังจบซีซั่น เอเมรี่จะเป็นตัวเลือกที่มีโอกาสดีที่สุด และมีการพูดคุยกันแล้วเมื่อไม่กี่วันก่อน เพื่อสอบถามถึงความเป็นไปได้
ประโยคนี้แปลเป็นภาษาฟุตบอลได้ชัดๆ ว่า “เริ่มขยับจริง” ไม่ใช่แค่ข่าวลือเลื่อนลอย เพราะการทาบทามเบื้องต้นเป็นขั้นตอนที่เกิดขึ้นเมื่อสโมสรอยากล็อกตัวเลือกไว้ก่อน โดยเฉพาะเมื่อตลาดกุนซือระดับท็อปมีการแข่งขันสูง
🧩ทำไมต้องเอเมรี่: โปรไฟล์แน่น ประสบการณ์คุมทีมใหญ่เพียบ
เอเมรี่ วัย 54 ปีถูกยกให้เป็นโค้ชชั้นยอด ด้วยประสบการณ์การคุมทีมชื่อดังหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น บาเลนเซีย, เซบีย่า, ปารีส แซงต์ แชร์กแมง, อาร์เซน่อล และ บียาร์เรอัล ก่อนจะไปรับงานกับ แอสตัน วิลล่า ในปี 2022 และพาทีมไปเล่นถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้
จุดแข็งของโค้ชสแปนิชรายนี้คือความละเอียดด้านแท็กติก ความสามารถในการจัดระเบียบทีม และการเตรียมทีมสำหรับเกมใหญ่ ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทีมระดับมาดริดมองหาเสมอ เพราะเมื่อคุณอยู่บนเวทีที่ทุกเกมคือความกดดัน คุณต้องการกุนซือที่คุมรายละเอียดได้ “นิ่งและคม” ไม่หลุดง่ายๆ
📈ผลงานกับวิลล่า: ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก พร้อมสถิติชัดเจน
บทความต้นฉบับยังระบุว่าในฤดูกาลนี้ เอเมรี่คุมวิลล่ามีลุ้นคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก เช่นเดียวกับอาร์เซน่อลและแมนฯ ซิตี้ และจนถึงตอนนี้เขาพาทีมจากย่านมิดแลนด์ลงสนามไปแล้ว 172 นัด มีสถิติชนะ 97 นัด เสมอ 30 นัด แพ้ 45 นัด คิดเป็นอัตราชนะ 56.40%
สถิติแบบนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขโชว์หล่อ แต่มันสะท้อนความสามารถในการ “สร้างความสม่ำเสมอ” ซึ่งเป็นสิ่งที่สโมสรใหญ่ให้ความสำคัญมาก เพราะการลุ้นแชมป์ไม่ใช่การชนะเป็นพักๆ แต่ต้องชนะให้ต่อเนื่อง และรับมือช่วงฟอร์มแกว่งให้ได้
🏆ตำนานยูโรปา ลีก: ชื่อชั้นที่พิสูจน์แล้วว่าเอาอยู่เกมน็อกเอาต์
อีกเหตุผลที่ทำให้ชื่อของเอเมรี่ถูกพูดถึงหนัก คือเขาเคยสร้างชื่อด้วยการคุมเซบีย่าคว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก สามปีติดต่อกัน และยังพาบียาร์เรอัลคว้าโทรฟี่รายการนี้ในฤดูกาล 2020/21 ด้วยการชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด จากการดวลจุดโทษตัดสิน
ภาพจำของเอเมรี่ในฟุตบอลถ้วยจึงชัดมากว่าเป็นกุนซือที่ “อ่านเกมน็อกเอาต์เป็น” วางแผนรับมือความกดดันได้ และยิ่งมาดริดกำลังเจอสถานการณ์ต้องไปลุ้นเพลย์ออฟยุโรป ความเชี่ยวชาญแบบนี้ยิ่งถูกมองว่าน่าสนใจ

✅สรุป
รายงานจากสื่อสเปนระบุว่าอัลบาโร่ อาร์เบลัวมีโอกาสไม่ได้ไปต่อกับเรอัล มาดริด หลังทีมแพ้เบนฟิก้า 4-2 จนต้องไปเล่นเพลย์ออฟเพื่อเข้ารอบน็อกเอาต์แชมเปี้ยนส์ ลีก และก่อนหน้านี้ยังตกรอบ 16 ทีมโกปา เดล เรย์จากการแพ้อัลบาเซเต้ 3-2 โดยมีการอ้างว่ามาดริดเริ่มทาบทามอูไน เอเมรี่ กุนซือแอสตัน วิลล่าเป็นตัวเลือกเบื้องต้นแล้ว พร้อมยกโปรไฟล์ความสำเร็จและสถิติการคุมทีมที่โดดเด่นของเขาเป็นเหตุผลสนับสนุน
📌เกล็ดความรู้
- ข่าวทาบทามกุนซือมักเริ่มจาก “การสอบถามความเป็นไปได้” ก่อนจะไปสู่การเจรจาเชิงลึกเมื่อจบฤดูกาล
- ผลงานในฟุตบอลถ้วยมีน้ำหนักกับสโมสรใหญ่ เพราะเป็นรายการที่ชี้ความสามารถด้านการวางแผนเกมน็อกเอาต์โดยตรง
- ความพ่ายแพ้แบบเสียหลายประตูในเกมยุโรป มักทำให้แรงกดดันต่อโค้ชพุ่งสูงกว่าปกติ เพราะสะท้อนปัญหาเชิงระบบ
- อัตราชนะเป็นตัวเลขหนึ่งที่บอก “ความสม่ำเสมอ” ของกุนซือ แต่บริบทความคาดหวังของสโมสรจะเป็นตัวตัดสินจริง
- โค้ชที่ประสบความสำเร็จในยูโรปา ลีก มักถูกมองว่าเชี่ยวชาญเกมวางแผนละเอียดและคุมอารมณ์ทีมในสถานการณ์ตึงมือ
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล…อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM