ดอร์ทมุนด์เจ็บแสบจากเกมคลาสสิเคอร์ แต่ยังไม่ยอมยกธง

รามี เบนเซไบนี แนวรับของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ออกมาเปิดใจหลังเกมพ่าย บาเยิร์น มิวนิค 2-3 ในศึกคลาสสิเคอร์นัดล่าสุด โดยยอมรับว่านี่คือเกมที่กดดันอย่างหนัก และเป็นแมตช์ที่อาจกำหนดทิศทางของฤดูกาลได้เลย แม้ยังเหลือโปรแกรมให้ลงเล่นอีกก็ตาม เบนเซไบนีมองว่า ดอร์ทมุนด์ออกสตาร์ตได้ดีและเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน แต่สุดท้ายก็โดนคุณภาพของบาเยิร์นลงโทษจากโอกาสไม่กี่ครั้งที่มี จนต้องจบลงด้วยความพ่ายแพ้แบบน่าเสียดาย

เขากล่าวว่า
“Well, we knew it was going to be a very difficult match. This game would obviously make or break our season, even if there are still games left to play. But it was clearly a match we really wanted to win.”
“เรารู้อยู่แล้วว่ามันจะเป็นเกมที่ยากมาก เกมนี้อาจตัดสินได้เลยว่าฤดูกาลของเราจะไปทางไหน แม้จะยังเหลือเกมให้เล่นอีกก็ตาม และแน่นอนว่านี่คือแมตช์ที่เราอยากชนะมากจริงๆ”

เกมสูสี แต่ผลลัพธ์ไม่เข้าทางเสือเหลือง

เบนเซไบนีประเมินว่า เกมนี้เป็นแมตช์ใหญ่ที่สูสีกันมาก ดอร์ทมุนด์ไม่ได้เล่นแย่จนสมควรแพ้ ทว่าบาเยิร์นเฉียบคมกว่าในจังหวะสำคัญ และนั่นคือสิ่งที่ตัดสินผลการแข่งขัน เขาสะท้อนมุมมองอย่างตรงไปตรงมาว่าเป็นเกมที่ดี เข้มข้น และตัดสินกันด้วยรายละเอียดเล็กๆ ที่ทีมระดับสูงมักไม่พลาด

เขากล่าวว่า
“They managed to score from the few chances they had, and they deserved it. We didn’t deserve to lose, they also deserved to win. So it was a good, tight match.”
“พวกเขาเปลี่ยนโอกาสไม่กี่ครั้งให้เป็นประตูได้ และสมควรได้รับผลลัพธ์นั้น เราเองก็ไม่ได้สมควรเป็นฝ่ายแพ้ แต่พวกเขาก็สมควรชนะเช่นกัน สรุปแล้วมันคือเกมที่ดีและสูสีมาก”

เอ็มเร่ ชาน เจ็บปิดเทอม ความเสียหายที่หนักกว่าผลแพ้

อีกหนึ่งประเด็นที่ทำให้ดอร์ทมุนด์เจ็บหนักกว่าเดิม คืออาการบาดเจ็บของกัปตันทีม เอ็มเร่ ชาน ซึ่งเบนเซไบนีชี้ชัดว่านี่คือการสูญเสียครั้งใหญ่ของทีม เพราะชานไม่ใช่แค่แกนหลักในสนาม แต่ยังเป็นคนสำคัญในห้องแต่งตัวที่ทั้งโค้ชและนักเตะให้การยอมรับอย่างมาก

เขากล่าวว่า
“He is listened to in the dressing room by the coaches and by the players. His place in the dressing room and in the team is really important. So it’s a real loss for the team. I wish him a speedy recovery and hope that he is back quickly.”
“เขาเป็นคนที่ทั้งโค้ชและนักเตะรับฟังในห้องแต่งตัว บทบาทของเขากับทีมสำคัญมากจริงๆ นี่จึงเป็นความเสียหายครั้งใหญ่ของเรา ผมขอให้เขาฟื้นตัวโดยเร็วและกลับมาให้ไวที่สุด”

สัปดาห์สุดโหดของเบนเซไบนี และวิธีตั้งสติหลังโดนกระหน่ำ

ก่อนพ่ายบาเยิร์น ดอร์ทมุนด์เพิ่งกระเด็นตกรอบ ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก จากน้ำมืออตาลันต้า แถมเบนเซไบนีเองก็โดนใบแดงช่วงทดเวลาบาดเจ็บในเกมนั้นด้วย เขายอมรับว่านี่คือช่วงเวลาที่ยุ่งยากและหนักหนาพอสมควร แต่เลือกใช้วิธีเรียบง่ายที่สุดในการรับมือ นั่นคือปล่อยให้เวลาเยียวยา และหลีกเลี่ยงการเสพโซเชียลมีเดียเพื่อเคลียร์หัวตัวเอง

เขากล่าวว่า
“I don’t do anything special. I let time do its job. Honestly, I had a slightly complicated week. It wasn’t the first time and it won’t be the last. So I just try not to look at social media and just clear my head.”
“ผมไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ แค่ปล่อยให้เวลาเยียวยาไปเอง พูดตรงๆ ว่านี่เป็นสัปดาห์ที่ค่อนข้างซับซ้อนสำหรับผม แต่มันไม่ใช่ครั้งแรกและคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ผมจึงพยายามไม่มองโซเชียลมีเดีย และทำหัวให้โล่งที่สุด”

เป้าหมายจากนี้ชัดเจน ดอร์ทมุนด์ต้องชนะทุกเกมที่เหลือ

คำพูดที่ชัดที่สุดและแรงที่สุดจากบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ คือการประกาศว่า ดอร์ทมุนด์ไม่มีทางเลือกอีกแล้ว หากยังหวังกลับมาสร้างแรงกดดันในเส้นทางลุ้นแชมป์ พวกเขาจำเป็นต้องเก็บชัยชนะให้ได้ทุกนัดที่เหลือ พร้อมภาวนาให้บาเยิร์นทำแต้มหล่นเองบ้าง นี่คือสถานการณ์ที่ไม่เปิดช่องให้พลาดอีกต่อไป

เขากล่าวว่า
“We simply have to try to win as many points as possible and hope that Bayern drop points. Now we don’t have a choice, we must win all remaining matches. We’ll see what happens.”
“เราต้องพยายามเก็บแต้มให้ได้มากที่สุด และหวังให้บาเยิร์นพลาดทำแต้มหล่น ตอนนี้เราไม่มีทางเลือกแล้ว เราต้องชนะทุกนัดที่เหลือ แล้วค่อยมาดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

จุดที่เสือเหลืองยังต้องเร่งแก้ มีปัญหาทั้งเกมรับและเกมรุก

เบนเซไบนีไม่พยายามปกปิดจุดอ่อนของทีม เขายอมรับแบบไม่อ้อมค้อมว่า ดอร์ทมุนด์ยังต้องพัฒนา “ทุกด้าน” ไม่ว่าจะเป็นเกมรับที่ต้องลดการเปิดพื้นที่ให้คู่แข่ง เกมรุกที่ต้องสร้างโอกาสให้มากขึ้น รวมถึงความเฉียบคมในจังหวะจบสกอร์ ซึ่งทั้งหมดนี้คือโจทย์สำคัญหากทีมยังคิดจะยกระดับกลับไปท้าชนกับยอดทีมในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล

เขากล่าวว่า
“Honestly, in all areas. Defensively, we have to give fewer chances away. In attack, we have to create more chances and be more clinical in front of goal.”
“พูดตามตรงคือทุกด้าน เกมรับเราต้องปล่อยโอกาสให้คู่แข่งน้อยลง ส่วนเกมรุกเราต้องสร้างโอกาสให้ได้มากขึ้น และต้องเฉียบคมกว่านี้เวลาเข้าทำหน้าประตู”

อาวุธลูกนิ่งยังเป็นของตายของดอร์ทมุนด์

อีกมุมที่น่าสนใจคือเรื่องลูกตั้งเตะ โดยบทสัมภาษณ์ระบุว่า ดอร์ทมุนด์ทำได้ถึง 17 ประตูจากลูกเซตพีซในฤดูกาลนี้ เป็นรองแค่บาเยิร์นที่ทำได้ 18 ประตูเท่านั้น เบนเซไบนีเผยว่าทีมงานของ นิโก้ โควัช ให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์วิดีโอมากขึ้น และพยายามต่อยอดการฝึกซ้อมในจุดนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเวลานี้ก็ถือว่าเริ่มเห็นผลชัดเจนแล้ว

เขากล่าวว่า
“We do much more video work. We try to practice it on the pitch, but sometimes we don’t really have time because there are other things to work on.”
“พวกเราทำงานกับวิดีโอกันมากขึ้น เราพยายามซ้อมกันในสนามด้วย แต่บางครั้งก็มีเวลาจำกัด เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องแก้ไขและพัฒนา”

ช่วงรอมฎอนไม่ใช่อุปสรรค หากบริหารร่างกายได้สมดุล

ในช่วงที่เข้าสู่เดือนรอมฎอน เบนเซไบนีซึ่งปฏิบัติศาสนกิจในฐานะมุสลิม ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่อุปสรรคใหญ่สำหรับเขา สิ่งสำคัญคือการหาสมดุลระหว่างการซ้อม การพักผ่อน และการฟื้นฟูร่างกาย แม้ช่วงแรกอาจมีอาการล้าบ้างเพราะร่างกายยังต้องปรับตัว แต่เจ้าตัวมองว่าไม่ใช่เรื่องซับซ้อน โดยเฉพาะเมื่อหลายเกมเตะหลังเวลาละศีลอดอยู่แล้ว

เขากล่าวว่า
“At the beginning of Ramadan I feel a little bit tired because I’m not used to it. I need a few days to adapt. But I don’t find it complicated.”
“ในช่วงเริ่มต้นของรอมฎอน ผมจะรู้สึกล้านิดหน่อยเพราะยังไม่ชิน ต้องใช้เวลาสองสามวันในการปรับตัว แต่ผมไม่ได้มองว่ามันเป็นเรื่องซับซ้อนอะไร”

สรุป

บทสัมภาษณ์ของเบนเซไบนีสะท้อนชัดว่า ดอร์ทมุนด์กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ไม่มีพื้นที่ให้ผิดพลาดอีกแล้ว ความพ่ายแพ้ต่อบาเยิร์น, การบาดเจ็บของเอ็มเร่ ชาน, การตกรอบยุโรป และแรงกดดันในตารางคะแนน ล้วนถาโถมเข้ามาพร้อมกัน แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันก็ทำให้ท่าทีของทีมชัดขึ้นกว่าเดิม นั่นคือจากนี้ไปทุกเกมคือเกมชี้เป็นชี้ตาย และเสือเหลืองต้องเดินหน้าล่าแต้มแบบห้ามสะดุดแม้แต่นัดเดียว หากยังอยากยื้อความหวังในการไล่ล่าแชมป์ต่อไป

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และแรงกดดันลุ้นแชมป์

  • การลุ้นแชมป์ในช่วงท้ายฤดูกาล มักไม่ได้วัดกันแค่คุณภาพทีม แต่รวมถึงสภาพจิตใจ ความนิ่ง และความลึกของขุมกำลังด้วย
  • ลูกตั้งเตะเป็นหนึ่งในอาวุธสำคัญของทีมใหญ่ เพราะช่วยเปลี่ยนเกมที่อึดอัดให้กลายเป็นประตูได้ในพริบตา
  • นักเตะที่ผ่านสัปดาห์ยากลำบาก มักต้องจัดการกับเสียงวิจารณ์ภายนอกให้ดีพอๆ กับการฟื้นสภาพร่างกายในสนาม

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอลแบบเข้มข้นถึงใจ อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM