ลามีน ยามาล ออกโรงเอง หลังเกมทีมชาติสเปนถูกเสียงเชียร์ต่ำช้ากลบค่ำคืนลูกหนัง

ค่ำคืนที่ควรเป็นเพียงเกมอุ่นเครื่องระหว่าง สเปน กับ อียิปต์ กลับถูกเปลี่ยนให้เป็นประเด็นร้อนนอกสนาม เมื่อมีเสียงตะโกนเชิงเหยียดอิสลามดังขึ้นหลายครั้งตลอดเกม จนบดบังบรรยากาศฟุตบอลอย่างน่าอึดอัด โดย ลามีน ยามาล แนวรุกดาวรุ่งของบาร์เซโลนา ซึ่งลงเล่นในครึ่งแรกก่อนถูกเปลี่ยนตัวช่วงพักครึ่ง ไม่ปล่อยเรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆ และออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนในวันถัดมา

เกมดังกล่าวจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ที่สนาม RCDE Stadium แต่สิ่งที่คนพูดถึงมากกว่าแท็กติกหรือผลงานในสนาม กลับเป็นเสียงตะโกน “Who doesn’t jump is Muslim” ที่ดังขึ้นถึง 3 ครั้งระหว่างการแข่งขัน เหตุการณ์นี้ทำให้ยามาลแสดงอาการผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด และหลังจบเกมเขายังเดินออกจากสนามเพียงลำพัง ขณะที่ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ กุนซือทีมชาติสเปน ก็ออกมาประณามพฤติกรรมดังกล่าวทันทีเช่นกัน

คำตอบของยามาลชัดทุกบรรทัด ไม่ใช่แค่ไม่พอใจ แต่คือการยืนหยัดอย่างมีศักดิ์ศรี

ยามาลใช้พื้นที่บนอินสตาแกรมตอบโต้ต่อเหตุการณ์นี้ด้วยถ้อยคำตรงไปตรงมา และสะท้อนชัดว่าเขาไม่ได้มองว่านี่เป็นเรื่องเล็กแม้แต่นิดเดียว

I am a Muslim, alhamdulillah.

Yesterday at the stadium, the chant “whoever doesn’t jump is a Muslim” was heard. I know it was directed at the opposing team and wasn’t personal against me, but as a Muslim, it’s still disrespectful and intolerable.

I understand that not all fans are like that, but to those who chant these things: using a religion as a taunt on the field makes you ignorant and racist. Football is for enjoying and cheering, not for disrespecting people for who they are or what they believe.

That said, thank you to everyone who came to support us, see you at the World Cup.

แปลไทย:

ผมเป็นมุสลิม อัลฮัมดุลิลลาห์

เมื่อวานในสนามมีเสียงตะโกนว่า “ใครไม่กระโดดคนนั้นเป็นมุสลิม” ผมรู้ว่ามันพุ่งเป้าไปที่ทีมคู่แข่ง และไม่ได้มุ่งมาที่ผมโดยตรง แต่ในฐานะมุสลิม มันยังคงเป็นสิ่งที่ไม่ให้เกียรติและยอมรับไม่ได้

ผมเข้าใจว่าไม่ใช่แฟนบอลทุกคนจะเป็นแบบนั้น แต่สำหรับคนที่ตะโกนคำพวกนี้ การเอาศาสนามาใช้เป็นคำล้อเลียนในสนาม แสดงถึงความงมงาย ความไม่รู้ และการเหยียดผู้อื่นอย่างชัดเจน ฟุตบอลมีไว้เพื่อความสนุกและการเชียร์ ไม่ใช่เพื่อดูหมิ่นคนอื่นจากตัวตนหรือความเชื่อของพวกเขา

สุดท้ายนี้ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาให้กำลังใจ แล้วพบกันในฟุตบอลโลก

ไม่ใช่แค่ดราม่าในโซเชียล เพราะเรื่องนี้ไปถึงขั้นสอบสวนแล้ว

หลังเกิดเหตุ ตำรวจแคว้นกาตาลันได้เปิดการสอบสวนต่อกรณีดังกล่าวแล้ว ขณะที่ เอสปันญอล ก็ออกแถลงการณ์ประณามเสียงตะโกนเชิงเหยียด โดยระบุว่าพฤติกรรมแบบนี้เป็นสิ่งน่ารังเกียจและไม่อาจยอมรับได้ อย่างไรก็ตาม สโมสรยังแสดงความไม่พอใจต่อกระแสที่เหมารวมทำลายภาพลักษณ์แฟนบอลเอสปันญอล เพราะผู้ชมในสนามวันนั้นเป็นแฟนบอลทีมชาติสเปนจากหลากหลายสโมสร ไม่ได้มีเพียงแฟนเจ้าถิ่นเท่านั้น

ฟุตบอลควรเป็นพื้นที่ของการแข่งขัน ไม่ใช่เวทีของความเกลียดชัง

สิ่งที่ยามาลพูดออกมาไม่ใช่แค่การตอบโต้แทนตัวเอง แต่เป็นการย้ำเตือนทั้งวงการว่า ฟุตบอลไม่มีที่ว่างสำหรับการเหยียดศาสนา ไม่ว่าจะถูกพูดเล่น ถูกพูดตามอารมณ์ หรือถูกอ้างว่าไม่ได้เจาะจงใครก็ตาม เพราะเมื่อคำพูดนั้นแตะศักดิ์ศรีของผู้คน มันก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอีกต่อไป

ในวัยเพียง 18 ปี ยามาลแสดงให้เห็นถึงวุฒิภาวะและความกล้าหาญเกินอายุ เขาไม่เลือกเงียบ ไม่เลือกหลบ และไม่ปล่อยให้พฤติกรรมผิดๆ ถูกกลืนหายไปพร้อมเสียงนกหวีดหมดเวลา นี่ต่างหากคือพลังของนักเตะระดับใหญ่ ทั้งในสนามและนอกสนาม

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : การเหยียดในวงการฟุตบอล

  • เหตุเหยียดในฟุตบอลยุคใหม่ไม่ได้จำกัดแค่เรื่องเชื้อชาติ แต่ยังรวมถึงศาสนา ชาติพันธุ์ และอัตลักษณ์ส่วนบุคคลด้วย
  • สโมสร ลีก และสมาคมฟุตบอลหลายประเทศเริ่มใช้มาตรการสอบสวนย้อนหลังจากภาพและเสียงในสนามอย่างจริงจังมากขึ้น
  • นักเตะที่ออกมาพูดด้วยตัวเอง มักมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้สังคมฟุตบอลไม่มองเรื่องการเหยียดเป็นเรื่องปกติ

GOALSIAM ขอมองตรงๆ ว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรถูกลดทอนให้เป็นเพียง “สีสันในสนาม” เพราะมันคือบาดแผลของเกมลูกหนังโดยแท้จริง และแฟนบอลที่อยากติดตามทุกประเด็นร้อนของโลกฟุตบอลแบบเข้มข้นถึงแก่น อย่าลืมติดตาม ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM กันต่อเนื่อง