คดีเปาไฟลุกกลางบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม โซนเหนือ
คณะกรรมการพิจารณา วินัย มารยาท ของสมาคมลูกหนังไทย สั่งลงดาบแบน ผู้ตัดสิน รวม 7 สัปดาห์ จากเกม บีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม โซนภาคเหนือ คู่ที่ เชียงใหม่ เอฟซี เปิดบ้านเสมอ อุตรดิตถ์ เอฟซี 1-1 เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา หลังตรวจสอบแล้วพบว่ามี “ความผิดพลาดชัดเจน” ถึง 2 จังหวะใหญ่ในเกมเดียว
กรณีนี้ไม่ใช่แค่เรื่องผลการแข่งขัน แต่สะท้อนมาตรฐานการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินในระบบลีกอาชีพของ ฟุตบอลไทย โดยตรง ว่าทุกจังหวะดราม่าในสนาม มี “สายตา” จากคณะวินัยคอยตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา
จังหวะดราม่านาที 10 – จุดโทษที่ไม่ควรเป็นจุดโทษ
ประเด็นแรกที่ถูกจับมาขยายละเอียด เกิดขึ้นในนาทีที่ 10 ของเกม เมื่อผู้เล่นหมายเลข 19 เกื้อหนุน จันทร์อำไพ ของ เชียงใหม่ เอฟซี ถูกผู้รักษาประตูหมายเลข 99 อิทธิพล คำสุพรหม ของ อุตรดิตถ์ เอฟซี ปะทะล้มลงในเขตโทษ ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่าเป็นจุดโทษให้เจ้าถิ่นทันที
ทางสโมสรทีมเยือน รวมถึงหลายเสียงในโลกโซเชียลมองว่า จังหวะนี้ไม่ควรเป็นจุดโทษ เพราะก่อนการปะทะ เกื้อหนุนมีเจตนาใช้ “มือซ้ายปัดบอล” อย่างชัดเจน ซึ่งตามกติกาแล้ว ถือเป็นการใช้มือเล่นบอลโดยมิชอบ

ผลการพิจารณาของคณะวินัย มารยาท ระบุชัดว่า
- เกื้อหนุน จันทร์อำไพ มีเจตนาใช้มือเล่นลูกบอลก่อนเกิดการปะทะ
- การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายทำฟาวล์ในหัวข้อการใช้มือเล่นบอลโดยไม่ชอบ
- ดังนั้น จังหวะนี้ควรถูกมองว่าเป็นฟาวล์ของฝ่ายรุก ไม่ใช่การทำฟาวล์ของผู้รักษาประตู
แต่ในสนาม ผู้ตัดสินกลับให้เป็นจุดโทษของ เชียงใหม่ เอฟซี ทำให้ถูกตัดสินว่า “ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด” และโดนลงโทษพักการทำหน้าที่ทันที 6 สัปดาห์
จังหวะสไลด์เปิดปุ่มนาที 37 – ฟาวล์อันตรายที่ไร้ใบเหลือง
ดราม่ายังไม่จบแค่จุดโทษ นาทีที่ 37 เกมเดือดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ ดิเอโก้ ซิลวา ผู้เล่นหมายเลข 10 ของ อุตรดิตถ์ เอฟซี ถูก อรรถพล กันหนู หมายเลข 34 ของ เชียงใหม่ เอฟซี สไลด์เข้าใส่จากด้านข้างแบบเห็นปุ่มชัดเจน
ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์ให้ แต่ “ไม่มีใบเหลือง” หรือโทษทางวินัยใด ๆ ตามออกมา ทั้งที่ตามกติกาแล้ว จังหวะสไลด์ที่มีปุ่มลอยจากพื้นและสัมผัสถูกเท้าคู่แข่งในลักษณะเสี่ยงอันตราย ต้องมีอย่างน้อย “ใบเหลือง” ติดมือ
ผลการพิจารณารอบสอง ระบุว่า
- อรรถพล กันหนู เข้าสกัดแบบ Sliding Tackle จากด้านข้าง
- เท้าลอยจากพื้นและสัมผัสบริเวณด้านข้างของเท้าคู่ต่อสู้
- เข้าข่ายการเล่นที่เสี่ยงทำให้เกิดอันตรายต่อคู่แข่ง
- ตามกติกา ต้องลงโทษด้วยการคาดโทษใบเหลือง
แต่เมื่อผู้ตัดสินให้แค่ฟาวล์ “ไร้ใบเหลือง” ก็ถูกตัดสินอีกครั้งว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด และโดนเพิ่มโทษพักงานอีก 1 สัปดาห์
สรุปโทษแบน 7 สัปดาห์ – สัญญาณเตือนเปาทุกสนาม
เมื่อรวมสองเคสเข้าด้วยกัน คณะกรรมการจึงมีมติลงโทษ ชลิต พลอยเพ็ชร์ ผู้ตัดสิน รายนี้ดังนี้
- เหตุการณ์ที่ 1 (จุดโทษนาที 10) พักการปฏิบัติหน้าที่ 6 สัปดาห์
- เหตุการณ์ที่ 2 (สไลด์เปิดปุ่มนาที 37) พักการปฏิบัติหน้าที่ 1 สัปดาห์
รวมระยะเวลาลงโทษทั้งหมด พักการปฏิบัติหน้าที่ 7 สัปดาห์เต็ม
นี่ไม่ใช่แค่บทลงโทษเฉพาะรายบุคคล แต่คือ “สัญญาณแรง” ไปยังผู้ตัดสินทุกสนามในระบบลีกไทย ว่าคณะกรรมการพร้อมตรวจสอบทุกจังหวะสำคัญ โดยเฉพาะเคสที่มีผลต่อสกอร์และความปลอดภัยของนักเตะ
มองมุมกติกา – ทำไมสองจังหวะนี้ถึง “พลาดไม่ได้”
เพื่อให้เข้าใจมากขึ้นว่าเหตุการณ์นี้สะเทือนแค่ไหน ลองมองจากมุมกติกาฟุตบอลระดับสากล
- จังหวะมือปัดบอลในเขตโทษ หากเป็นฝ่ายรุกใช้มือเล่นบอลก่อน จังหวะต่อเนื่องแทบทั้งหมดจะถูกมองว่า “ฟาวล์ของฝ่ายรุก” ไม่ใช่จุดโทษ
- จังหวะสไลด์เปิดปุ่มที่เท้าลอยจากพื้น และสัมผัสบริเวณข้อเท้าหรือด้านข้างของเท้า ถือว่าเป็นการเล่นที่ “เสี่ยงอันตรายสูง” อย่างน้อยต้องมี ใบเหลือง บางกรณีถึงขั้นใบแดง หากเข้าหนักหรือใช้กำลังเกินควร
เมื่อสองจังหวะนี้ถูกตัดสินสวนทางกับกติกา ก็ไม่แปลกที่คณะวินัยฯ จะต้องลงมือ “เบรก” ผู้ตัดสิน เพื่อรักษามาตรฐานการแข่งขันในระยะยาว

เกล็ดความรู้จากคดีแบนผู้ตัดสินเกม เชียงใหม่ เอฟซี – อุตรดิตถ์ เอฟซี
- การใช้มือเล่นบอลโดยฝ่ายรุกในเขตโทษ ส่วนใหญ่จะถูกพิจารณาเป็นฟาวล์ของฝ่ายรุกเอง แม้ต่อมาจะมีการปะทะกับผู้รักษาประตูก็ตาม
- จังหวะสไลด์เปิดปุ่มที่ทิ้งน้ำหนักและเท้าลอยจากพื้น ถือเป็นการเล่นที่เสี่ยงอันตรายแทบทุกกรณี ตามหลักแล้วต้องมี “ใบเหลือง” เป็นอย่างต่ำ
- คณะกรรมการวินัย มารยาท ไม่ได้ดูเพียงใบรายงานผู้ตัดสิน แต่ใช้ภาพการแข่งขันและหลักกติกาฟุตบอลเป็นเกณฑ์ในการพิจารณาโทษ
- การลงโทษแบนผู้ตัดสิน ไม่ใช่แค่ลงดาบ แต่ยังเป็น “เครื่องมือปรับมาตรฐาน” เพื่อยกระดับคุณภาพลีกทั้งระบบ
- เกมในลีกระดับล่างอย่าง บีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม ก็ได้รับการดูแลด้านมาตรฐานการตัดสินไม่ต่างจากลีกสูงสุด เพราะทุกระดับล้วนเป็นส่วนหนึ่งของพีระมิดฟุตบอลอาชีพไทย
สายเช็กดราม่าบอลไทย สายวิเคราะห์กติกา หรือใครที่อินกับเรื่องมาตรฐาน ผู้ตัดสิน บอกเลยว่าคดีแบบนี้ต้องตามให้ครบ และห้ามพลาดทุกความเคลื่อนไหวต่อจากนี้ที่ GOALSIAM จะเกาะติดให้แบบเข้มข้นทุกมุม
ขอบคุณรูปภาพจาก Official Chiangmai Football Club
ติดตามข่าวบอลไทย ดราม่าผู้ตัดสิน และวิเคราะห์เกมมันส์ ๆ ได้ทุกวัน ที่เดียวครบเหมือนเดิมที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM