เปิดศักราช 2026 ช้างศึก U23 บุกซาอุฯ เดิมพันศักดิ์ศรีทั้งทวีป
เปิดปี 2026 มา แฟนบอลไทยมีภารกิจสำคัญต้องนั่งหน้าจอเชียร์ ChangsuekU23 ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่เตรียมยกพลไปซาอุดีอาระเบีย ลุยศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี 2026 รอบสุดท้าย โดยอยู่ในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม D แข่งขันระหว่างวันที่ 6-24 มกราคม 2026
แม้ทีมชุดนี้อาจยังไม่ถูกมองว่า “ดีที่สุด” ในทุกตำแหน่ง แต่ทั้ง 23 ชีวิตต่างพกหัวใจไปสู้ให้เอเชียได้รู้ว่าเด็กไทยไม่ได้มีไว้ให้ใครข่มง่ายๆ และหนึ่งในชื่อที่ถูกจับตาหนักเป็นพิเศษคือ “ดาวโจนส์จากลีกรากหญ้า” ที่พร้อมฉายแสงบนเวทีใหญ่
ดาวโจนส์จาก BYD DOLPHIN LEAGUE 3 ที่ชื่อ “เซฟ” ต้องมีในลิสต์
ในกลุ่มผู้เล่นที่มาจาก BYD DOLPHIN LEAGUE 3 SEASON 2025/26 มีชื่อของ “เซฟ” ชวัลวิทย์ แซ่เล้า ปีกรุกของ พราม แบงค็อก ทีมรองจ่าฝูงโซนภาคกลาง เลกแรก ติดทัพไปด้วย
นี่คือเคสที่วงการฟุตบอลไทยชอบเรียกว่า “ช้างเผือกจากลีกรากหญ้า” เพราะเส้นทางของเขาไม่ได้เริ่มจากสปอร์ตไลต์ที่ส่องแรง แต่เริ่มจากคนเห็นแวว คนเชื่อ และคนยอมใช้เวลาเฝ้าปั้น จนวันนี้ชื่อของเขามายืนในทีมชาติไทย U23 อย่างเต็มภาคภูมิ
ถ้าไม่มีคนปั้น…อาจไม่มี “เซฟ ยู23” ในวันนี้
วงการลูกหนังไทยอาจไม่ได้เห็น “เซฟ” ถ้าไม่มี อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ ที่เคยสร้างเขาขึ้นมาสมัยอยู่กับโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี รวมถึง “โค้ชจุ่น” ดร.จตุพร ประมลบาล กุนซือพราม แบงค็อก ที่ไปเห็นแววเด็กระยองรายนี้ตั้งแต่อายุ 15-16 ปี แล้วมั่นใจว่า “ปั้นได้”
ตอนนั้นชวัลวิทย์อาจยังไม่สมบูรณ์แบบ ไม่ได้เด่นชัดทุกอย่างในทันที แต่ฟุตบอลหลายครั้งมันต้องใช้ “เวลา” เป็นตัวตัดสิน และพราม แบงค็อกคือสถานที่ที่ให้เวลาเขาจริงๆ
รุ่นน้อง “ธีรศักดิ์” กับคำตอบสั้นๆ ที่เปลี่ยนอนาคต
ชวัลวิทย์เป็นรุ่นน้องของ “ต้น” ธีรศักดิ์ เผยพิมาย สมัยรุ่งๆ กับ “บลูอาร์มี่” หลังจบ ม.6 เขาเลือกเดินต่อบนเส้นทางฟุตบอล ย้ายไปเล่นกับอินเตอร์ แบงค็อก โดยโค้ชจุ่นก็ยังติดตามฟอร์มอยู่ตลอด
จังหวะสำคัญคือวันที่โค้ชจุ่นไปถามธีรศักดิ์ (ซึ่งย้ายไปการท่าเรือ เอฟซี ในเวลานั้น) ว่า ถ้าดึงเซฟมาเล่นกับพราม แบงค็อกจะดีไหม จะปั้นได้ไหม คำตอบที่ได้คือประโยคสั้นๆ แต่หนักแน่น
“เอามาเลยครับอาจารย์ เขาอนาคตไกลแน่”
แม้ทั้งคู่จะไม่ทันกันในทีมเพราะธีรศักดิ์ย้ายออกก่อน แต่คำยืนยันจากรุ่นพี่ก็เหมือน “ตราประทับ” ว่าเด็กคนนี้มีของจริง
ระเบิดฟอร์ม! 2 รายการ 47 ประตูในวัย 19 ปี ใครจะทำได้แบบนี้
สองปีก่อน พราม แบงค็อกส่งทีม U18 ลงแข่งยูธลีก และให้ “เซฟ” ลงเล่นทั้งยูธลีกและไทยลีก 3 ไปพร้อมกันในฤดูกาล 2023-2024 และนี่แหละคือปีที่ทำให้ทั้งวงการหันมามอง
เขาระเบิดฟอร์มกลายเป็นดาวซัลโว U18 ยูธลีก ยิงไป 23 ประตู และยังเป็นดาวซัลโวไทยลีก 3 ด้วยจำนวน 24 ประตู รวมแล้ว 47 ประตู ในวัยแค่ 19 ปี ณ เวลานั้น
ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ “เยอะ” แต่มันคือสัญญาณของกองหน้าหรือปีกที่มีเซนส์การจบสกอร์ระดับพิเศษ เพราะการยิงถี่ขนาดนี้ในสองเวทีพร้อมกัน มันต้องอาศัยทั้งสภาพร่างกาย ความมั่นใจ และความกระหายที่ไม่ลดเลย
พัฒนารอบด้าน: ปีกซ้าย-ปีกขวา เพื่อเปิดโลกเกมรุก
ฤดูกาล 2024-2025 ชวัลวิทย์ยังยิงต่อเนื่อง และต้นสังกัดลองให้เขาเล่นทั้งปีกซ้ายและปีกขวา จุดประสงค์ชัดเจน—ไม่ให้เป็นนักเตะที่เก่งด้านเดียว แต่ต้อง “เปิดโลก” ให้ครบเครื่อง ทั้งการเลี้ยง การตัดเข้าใน การเปิดบอล และการจบสกอร์ในมุมต่างๆ
การขยับตำแหน่งแบบนี้ทำให้นักเตะพัฒนาความเข้าใจเกมรุกได้รอบด้าน และทำให้เขามีความยืดหยุ่นสูงขึ้นเวลาไปอยู่ในระบบทีมชาติ

บททดสอบยุโรป: ไปเยอรมันเดือนเดียว แต่ได้ “การบ้าน” กลับมาเต็มกระเป๋า
ช่วงต้นปีที่ผ่านมา “เซฟ” ได้เดินทางไปทดสอบฝีเท้าที่เยอรมัน โดยต้นสังกัดส่งไปลองสนามจริง เริ่มตั้งแต่ดิวิชั่น 6 ไล่ขึ้นมาดิวิชั่น 5 และไปถึงดิวิชั่น 4 ภายในเวลาแค่เดือนเดียว
เดือนเดียวอาจฟังดูสั้น แต่สำหรับนักเตะวัยนี้ มันคือการเผชิญฟุตบอลที่สปีดสูงกว่า ดุดันกว่า และรายละเอียดเข้มกว่าในทุกจังหวะ เป็นการเรียนรู้ที่เอากลับมาใช้ได้จริง โดยเฉพาะเรื่องการตัดสินใจเร็ว การปะทะ และวินัยตำแหน่ง
ทีมชาติไทยเคยเห็นของแล้ว: U19 สู่ U23 กับโอกาสที่เปิดประตูบานใหญ่
ในเส้นทางทีมชาติ “เซฟ” เคยติดทีมชาติไทย U19 ในยุคโค้ชซัลบาดอร์ และติดทีมชาติร่วมรุ่นกับนักเตะพรสวรรค์อย่างคคนะ คำยกมาแล้ว
ส่วนกับทีมชาติไทย U23 เขาถูกจับตาอย่างละเอียดตั้งแต่ยุคโค้ชนิชิกายะ ที่เห็นว่าเด็กคนนี้ “มีของ” ถึงขั้นมาดูฟอร์มกับพราม แบงค็อกยาวๆ 5 นัดเต็ม หลังชื่อของเขาเริ่มถูกพูดถึง
และในยุคปัจจุบันของ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ก็ให้โอกาสลงสนามไปแล้ว 4 นัด ซึ่งสำหรับนักเตะจากลีกรากหญ้า นี่คือโอกาสที่เหมือนประตูบานเล็ก…แต่สำหรับเซฟ มันคือความหวังที่ใหญ่หลวง
โค้ชจุ่นพูดชัด: เป้าหมายคือทีมชาติชุดใหญ่ และสิ่งที่รักคือ “ตัวตน”
โค้ชจุ่น ดร.จตุพร พูดถึงเซฟแบบตรงไปตรงมา เป้าหมายคือพัฒนาให้ไปถึงทีมชาติชุดใหญ่ แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนรักเขา ไม่ใช่แค่จำนวนประตูหรือความเร็วริมเส้น
หลังกลับจากเยอรมัน เขาไม่ได้หยิ่ง ไม่เหลิง ไม่ลืมตัว ยังช่วยยกน้ำ ช่วยเก็บของ เก็บบอล เหมือนเด็กคนเดิม เขาไม่ใช่ “น้ำเต็มแก้ว” และทุกคนเชื่อว่า ถ้ายังถ่อมตัวแบบนี้ โอกาสไปต่อในลีกที่สูงกว่าจะมาแน่นอน อยู่ที่ว่า “ทีมไหนจะมองเห็นก่อน”
ในทีมพราม แบงค็อก เขามี “กัปตันเต้ย” จิระณัฏฐ์ โสภาอนันต์ เป็นลูกพี่คอยดูแล ส่วนในทีมชาติ U23 เขาเป็นที่รักของเพื่อนร่วมทีม และมักเข้าคู่กับ “เดอะแบก” อิคลาส สันหรน ได้อย่างลงตัว
ตัวเลขไม่โกหก: 3 ซีซั่นมีส่วนร่วมกับประตู 70 ลูก
ปัจจุบัน “เซฟ” ชวัลวิทย์ แซ่เล้า วัย 21 ปี มีส่วนร่วมกับประตูของต้นสังกัดรวม 70 ลูก แบ่งเป็นยิง 50 ลูก และแอสซิสต์ 20 ลูก ตลอด 3 ซีซั่นที่ผ่านมา
และถ้าเขาฉายแววในชิงแชมป์เอเชีย U23 ที่ซาอุฯ แค่ “ช็อตสองช็อต” ก็มีโอกาสสูงที่จะถูกพูดถึงในตลาดซื้อขาย เพราะเวทีนี้คือจอใหญ่ที่ทั้งเอเชียจับตา
โปรแกรมชิงแชมป์เอเชีย U23 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม D ของทีมชาติไทย
นัดที่ 1
ออสเตรเลีย พบ ไทย
วันที่ 8 มกราคม 2569 เวลา 18.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
สนาม อัล ชาบับ คลับ สเตเดียม
นัดที่ 2
ไทย พบ อิรัก
วันที่ 11 มกราคม 2569 เวลา 21.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
สนาม ปรินซ์ ไฟซอล บิน ฟาฮัด สปอร์ตส์ ซิตี้ สเตเดียม
นัดที่ 3
ไทย พบ จีน
วันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 18.30 น. (ตามเวลาประเทศไทย)
สนาม อัล ชาบับ คลับ สเตเดียม
ถ่ายทอดสดทาง YouTube : BG Sports
เกล็ดความรู้
- นักเตะจากลีกรากหญ้าขึ้นทีมชาติได้จริง หากมีผลงานชัดและถูกพัฒนาต่อเนื่องในระบบที่เหมาะสม
- การยิงประตูระดับ 47 ลูกในวัย 19 ปี สะท้อนทั้ง “คม” และ “สม่ำเสมอ” ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ทีมชาติให้ค่ามาก
- การไปทดสอบฝีเท้าต่างประเทศ แม้สั้น แต่ช่วยเปิดมุมมองเรื่องสปีดเกม วินัย และการตัดสินใจ
- เวที U23 ชิงแชมป์เอเชียเป็นสนามโชว์ศักยภาพที่มีผลต่อเส้นทางอาชีพ เพราะมีแมวมองและสื่อทั้งทวีปติดตาม
ขอบคุณรูปภาพจาก ช้างศึก – ฟุตบอลทีมชาติไทย
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของทีมชาติไทย U23 และเส้นทางดาวรุ่งไทยที่กำลังพุ่งขึ้นแบบไม่เกรงใจใคร อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM