⚽️ MVP วีก 17 แบบไร้ข้อกังขา: ซูลจ์คุมเกม-ปั้นเกม-ปิดสกอร์ครบในนัดเดียว

ศึก บีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง 2025/26 ประจำสัปดาห์ที่ 17 ได้ผู้เล่นยอดเยี่ยมอย่างเป็นทางการแล้ว และชื่อที่ถูกเลือกคือ “ซูลจ์ผู้พี่” โรเบิร์ต ซูลจ์ จอมทัพของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
รางวัลนี้มาจากผลงานในเกมที่ปราสาทสายฟ้าเปิดบ้านไล่ถล่ม สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด 8-1 เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งซูลจ์เป็นตัวเดินเกมสำคัญที่ทำให้รูปเกมของบุรีรัมย์ไหลลื่นและดุดันตั้งแต่ต้นจนจบ

🔥 ฟอร์มซีซั่นนี้โหดจัด: ลง 18 นัด ยิง 10 จ่าย 6 รั้งจ่าฝูงแบบไม่ต้องลุ้น

ซูลจ์วัย 33 ปี ไม่ได้แค่เด่นเกมเดียว แต่ฟอร์มทั้งฤดูกาลคือระดับ “เครื่องยนต์หลัก” ของทีม
ผลงานในศึก T1 ซีซั่นนี้ (ข้อมูลตามต้นฉบับ) เจ้าตัวลงเล่นไปแล้ว 18 นัด ยิง 10 ประตู และทำ 6 แอสซิสต์ เป็นการยืนยันว่าเขาไม่ใช่เพลย์เมกเกอร์สายคุมจังหวะอย่างเดียว แต่เป็นผู้เล่นที่ให้ผลลัพธ์จริงทั้งการจบสกอร์และการสร้างโอกาส

และเกมถล่มเชียงราย 8-1 เขายิงได้ 1 ประตู พร้อมทำ 2 แอสซิสต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้บุรีรัมย์ยังคงรั้งจ่าฝูงต่อไป แข่ง 18 นัด มี 47 คะแนน สถานการณ์ยังแข็งแรงและเดินหน้าไล่ล่าเป้าหมายใหญ่แบบเต็มสูบ

🧠 ทำไมเกมนี้ถึงเป็นของซูลจ์: ลงแค่ 60 นาที แต่สร้างความเสียหายให้เชียงรายเป็นชุด

สิ่งที่น่าทึ่งคือซูลจ์ลงเล่นเพียง 60 นาที แต่สร้างอิมแพ็กต์หนักมาก ทั้งการกดสกอร์เองและปั้นให้เพื่อนยิง แถมยังเป็นคนคุมจังหวะการขึ้นเกมในพื้นที่อันตราย
นี่คือคุณค่าของ “จอมทัพตัวจริง” ที่ลงมาแล้วทีมเดินเกมได้เป็นระบบ ทุกการตัดสินใจมีความหมาย และทำให้คู่แข่งไล่ไม่ทันตั้งแต่ครึ่งแรก

📊 สถิติซูลจ์เกมดวลเชียงราย: ตัวเลขชัดว่า “คุมเกมอยู่หมัด”

นี่คือสถิติแบบละเอียดของ โรเบิร์ต ซูลจ์ ในเกมพบสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด

  • ลงเล่น 60 นาที
  • ยิง 1 ประตู
  • ทำ 2 แอสซิสต์
  • ยิงทั้งหมด 4 ครั้ง (เข้ากรอบ 2 ครั้ง)
  • สร้างโอกาส 7 ครั้ง
  • ช่วยเกมรับ 3 ครั้ง
  • ผ่านบอลแม่นยำ 21/30 ครั้ง (70%)
  • สัมผัสบอล 54 ครั้ง
  • สัมผัสบอลในพื้นที่คู่ต่อสู้ 5 ครั้ง
  • จ่ายบอลเข้าพื้นที่สุดท้าย 1 ครั้ง
  • เก็บบอล 1 ครั้ง
  • ดวลชนะบนพื้น 3/6 ครั้ง
  • ดวลชนะกลางอากาศ 1/2 ครั้ง

อ่านสถิติแล้วเห็นอะไร?

  • “สร้างโอกาส 7 ครั้ง” คือหัวใจของการเป็น MVP เพราะหมายถึงซูลจ์มีส่วนทำให้เกมรุกเกิดขึ้นต่อเนื่อง
  • ยิง 4 ครั้งและทำได้ 1 ประตู แปลว่าเขากล้าเล่น กล้าจบ ไม่ใช่แค่จ่ายอย่างเดียว
  • ช่วยเกมรับ 3 ครั้ง ตอกย้ำว่าทำงานครบทั้งสองฝั่ง ไม่ปล่อยให้ทีมเสียสมดุล
  • สัมผัสบอล 54 ครั้งในเวลาแค่ 60 นาที แปลว่าเกมส่วนใหญ่ “ผ่านเท้าเขา” จริงๆ

🏆 MVP ที่สะท้อนความเป็นผู้นำ: ไม่ต้องอยู่ครบ 90 นาที ก็ทำให้เกมขาดได้

การได้ MVP ในเกมที่ทีมชนะขาดมักมีหลายคนโดดเด่น แต่ซูลจ์ถูกเลือกเพราะเขาเป็นคน “กำหนดทิศทางของเกม”
เขาเป็นศูนย์กลางของการต่อบอล การสร้างจังหวะ และการจบสกอร์ ทำให้บุรีรัมย์เล่นได้ง่ายขึ้นทั้งทีม และเมื่อทีมเล่นง่าย ผลลัพธ์ก็ออกมาเป็นสกอร์ที่ขาดลอยแบบที่เห็น

🧠 เกล็ดความรู้

  • ผู้เล่นตำแหน่งจอมทัพที่สร้างโอกาสได้เยอะ มักเป็นคนเปลี่ยนเกม เพราะทำให้แนวรุกมีจังหวะเข้าทำมากขึ้น
  • การได้ MVP ในเกมที่ชนะขาด มักเกิดจากทั้ง “ผลลัพธ์” (ประตู/แอสซิสต์) และ “อิทธิพลต่อเกม” (สร้างโอกาส/คุมจังหวะ)
  • สถิติสัมผัสบอลสูงในเวลาเล่นไม่มาก แปลว่าทีมพึ่งพาการออกบอลจากนักเตะคนนั้นเป็นหลัก
  • ทีมที่มีจอมทัพฟอร์มแรงต่อเนื่อง จะมีความสม่ำเสมอสูง เพราะเกมรุกไม่ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้ง

ขอบคุณรูปภาพจาก BURIRAM UNITED / Thai League

ติดตามข่าวไทยลีก สถิติหลังเกม และความเคลื่อนไหวของปราสาทสายฟ้าแบบเข้มข้นได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM

Categorized in:

ฟุตบอลไทย,