🧨 จุดแตกหักที่ทำให้ “เดอะ แรบบิท” ต้องตัดสินใจ
บรรยากาศในรัง บีจี ปทุม ยูไนเต็ด มาถึงจุดที่ต้อง “เปลี่ยนเกียร์” เมื่อสโมสรประกาศแยกทางกับ มาซาทาดะ อิชิอิ หลังผลงานในเวทีชิงแชมป์สโมสรอาเซียน Shopee Cup ฤดูกาล 2025/26 จบลงแบบไม่เข้าเป้า และทำให้แรงกดดันสะสมระเบิดออกมาในที่สุด
⚽ เกมเสมอเซลังงอร์ 1-1 ที่กลายเป็นคำตอบสุดท้าย
แมตช์ที่กลายเป็น “ประตูปิดฉาก” คือเกมที่ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด บุกไปเสมอ เซลังงอร์ เอฟซี 1-1 ก่อนจบอันดับ 3 รอบแบ่งกลุ่ม Shopee Cup พลาดตั๋วเข้ารอบต่อไปแบบเจ็บจี๊ด—และนั่นคือจังหวะที่สโมสรเลือกตัดสินใจแบบไม่ลังเล
🔥 ร่วง 3 รายการในเวลาไล่เลี่ย…สัญญาณอันตรายที่สโมสรรับไม่ได้
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ “ตกรอบหนึ่งถ้วย” คือภาพรวมทั้งซีซันที่ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด หลุดจากเส้นทางลุ้นแชมป์ไปแล้วถึง 3 รายการ ได้แก่ ช้าง เอฟเอ คัพ, Shopee Cup และ ACL 2 ซึ่งในโลกฟุตบอลระดับอาชีพ นี่คือสัญญาณชัดว่าทีมต้องรีเซ็ตบางอย่าง ไม่งั้นความเสียหายจะลุกลามไปไกลกว่านี้
📊 ตัวเลขผลงานคุมทีม: ไม่ได้พัง…แต่ “ไม่พอ” สำหรับเป้าหมาย
แม้สถิติของกุนซือชาวญี่ปุ่นรายนี้จะไม่ได้เละเทะ โดยคุมทีมรวมทุกรายการ 20 นัด ชนะ 10 เสมอ 5 แพ้ 5 แต่เมื่อชั่งน้ำหนักกับ “ความคาดหวัง” ของสโมสรที่ต้องการไปให้ไกลในหลายเวที ตัวเลขนี้จึงถูกตีความว่า “ยังไม่ถึงมาตรฐานที่ต้องการ” และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในที่สุด

🏆 เป้าหมายที่ยังเหลือ: เมืองไทย คัพ และศึกลีกที่ห้ามพลาดอีก
หลังตกรอบถ้วยใหญ่หลายรายการ ตอนนี้เส้นทางที่ยังพอให้แฟนๆ ได้จับความหวังไว้คือ เมืองไทย คัพ ที่ทีมผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายแล้ว ส่วนในเวทีลีก ทีมรั้งอันดับ 5 มี 33 คะแนน และตามหลังจ่าฝูง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 14 แต้ม—ช่องว่างนี้แปลตรงๆ ว่า เกมต่อจากนี้พลาดอีกแทบไม่ได้ ถ้ายังอยากยื้อพื้นที่หัวตารางให้ได้
✅ สรุป
การแยกทางครั้งนี้คือการส่งสารชัดเจนว่า บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เลือก “ความเด็ดขาด” เพื่อหยุดเลือดไหล หลังผลงานหลุดเป้าหมายต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน Shopee Cup ที่จบเพียงอันดับ 3 รอบแบ่งกลุ่ม แม้ภาพรวมสถิติจะไม่ได้ย่ำแย่ แต่โลกความจริงของทีมลุ้นแชมป์คือ “ต้องผ่านด่านให้ได้” ไม่ใช่แค่ “พอไปวัดไปวา”
🧠 เกล็ดความรู้
- การ “ปลดโค้ช” มักเกิดเมื่อผลงานไม่สอดคล้องกับเป้าหมายระยะสั้น เช่น ตกรอบบอลถ้วยสำคัญหรือหลุดเส้นทางลุ้นแชมป์
- จบอันดับ 3 รอบแบ่งกลุ่มในทัวร์นาเมนต์แบบ Shopee Cup หมายถึงพลาดโอกาสเข้ารอบทันที เพราะโควตารอบต่อไปจำกัด
- สถิติชนะ 10 จาก 20 นัด อาจดูดีในภาพรวม แต่ถ้า “แพ้ในเกมชี้ชะตา” หรือ “ตกรอบถ้วย” บ่อยครั้ง ก็ยังถูกตัดสินว่าไม่ตอบโจทย์ได้
- การเหลือเส้นทางลุ้นแชมป์เพียงรายการเดียว จะเพิ่มแรงกดดันทั้งทีมและสตาฟฟ์ เพราะทุกนัดกลายเป็นนัดที่ต้องชนะ
ขอบคุณรูปภาพจาก / BG Pathum United
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะข่าวเดือดวงการลูกหนัง อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM