ภาพใหญ่ที่กำลังถูกวางหมาก: ฟุตบอลไม่ใช่แค่เตะเก่ง แต่ต้อง “ไปได้ทั้งชีวิต”
วงการ ฟุตบอลไทย กำลังขยับหมากสำคัญแบบที่คนทำงานลูกหนังรอคอย เพราะนี่ไม่ใช่โปรเจกต์ “จัดคอร์สแล้วจบ” แต่คือการเอา “การเรียน” มาจับมือกับ “ฟุตบอล” ให้เดินไปด้วยกันอย่างเป็นระบบ เป้าหมายชัดคือขยายโอกาสเด็กทั่วประเทศให้เข้าถึงเส้นทางการพัฒนาแบบจริงจัง และต่อยอดเป็นอาชีพได้ ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอกสนามก็ตาม
วันประชุมที่มีนัยยะ: ส.บอลไทยฯ นั่งโต๊ะร่วม กสศ. เดินหน้าโมเดลการเรียนแบบใหม่
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดขึ้นช่วงเช้าวันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เมื่อฝ่ายเทคนิคของ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ประชุมร่วมกับ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อเตรียมจัดทำ หลักสูตรบูรณาการฟุตบอล ภายใต้แนวคิด การศึกษาแบบยืดหยุ่น ที่ออกแบบมาเพื่อเยาวชนที่มีความฝันในเกมลูกหนัง แต่ก็ไม่ถูกตัดโอกาสทางการเรียนไปพร้อมกัน

แกนหลักของการขับเคลื่อน: ใครนำทีม ทำไมถึงน่าจับตา
การประชุมครั้งนี้มี ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อุปนายกสมาคมฯ รับบทประธานการจัดทำหลักสูตร พร้อมทีมทำงานของสมาคมฯ และตัวแทน กสศ. ร่วมกันวางโครงสร้างให้เป็น “หลักสูตรที่ใช้ได้จริง” ไม่ใช่แค่เอกสารสวยๆ ที่อ่านแล้ววางไว้บนหิ้ง
โครงสร้างหลักสูตร 4 เสา: วางระบบให้ฟุตบอลเดินได้ทั้งประเทศ
สิ่งที่น่าสนใจคือหลักสูตรนี้ไม่ได้มองฟุตบอลแค่มุมการซ้อมหรือเทคนิคในสนาม แต่ขยายภาพเป็น 4 ด้านหลักที่ครอบคลุม “ระบบลูกหนัง” แบบครบวงจร ได้แก่
- สนาม
- สโมสร
- สปอนเซอร์
- การสื่อสาร
พูดให้ชัด นี่คือการสอนให้เด็กเข้าใจว่า ฟุตบอลอาชีพมันไม่ใช่แค่มีรองเท้าดีแล้วจะรอด แต่มันคืออุตสาหกรรมที่มีคนทำงานหลายตำแหน่ง มีบทบาทหลายหน้าที่ และต้องมีมาตรฐานรองรับตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงระดับชาติ

เป้าหมายไม่ใช่ผลิต “นักเตะอย่างเดียว” แต่สร้างคนทำฟุตบอลทั้งระบบ
หัวใจของโปรเจกต์นี้คือการผลักให้การพัฒนาเยาวชนไปไกลกว่าคำว่า “เด็กมีแวว” เพราะต่อให้ไม่ถึงขั้นเป็นนักเตะอาชีพ เด็กก็ยังควรมีเส้นทางอื่นในวงการได้ เช่น งานจัดการแข่งขัน งานดูแลทีม งานสื่อ งานประสานสปอนเซอร์ หรือการทำงานในอคาเดมี ซึ่งทั้งหมดคือชิ้นส่วนของ ระบบนิเวศฟุตบอลอาชีพ ที่ประเทศนี้ต้องมีให้แข็งแรง
กลุ่มเป้าหมายที่ตั้งใจชัด: เปิดประตูให้ “เยาวชน” เข้าถึงมาตรฐานและประสบการณ์จริง
สาระหลักที่ถูกวางไว้คือการทำให้เด็กที่สนใจกีฬาฟุตบอล “ได้เรียนอย่างถูกต้อง” และเข้าถึงประสบการณ์เป็นขั้นเป็นตอน จนสามารถนำไปต่อยอดอาชีพได้จริง ไม่ใช่การฝากอนาคตไว้กับดวง หรือรอให้มีแมวมองบังเอิญขับรถผ่านสนามซ้อม
ไทม์ไลน์งานชัด: มีผู้เชี่ยวชาญจัดหมวดหมู่ และนัดสรุป 31 มีนาคม 2569
หลังจากการเริ่มประชุมและวางแนวทางเบื้องต้น ขั้นต่อไปคือ กสศ. จะประสานผู้เชี่ยวชาญ/ผู้ชำนาญการ เพื่อจัดหมวดหมู่เนื้อหา วางแผนชั่วโมงเรียน และทำให้โครงสร้างสมบูรณ์ขึ้น ก่อนสรุปเนื้อหาอีกครั้งในวันที่ 31 มีนาคม 2569

สรุป
โปรเจกต์จับมือระหว่างสมาคมลูกหนังไทยฯ กับ กสศ. ครั้งนี้ คือการประกาศให้เห็นว่า “ฟุตบอล” กำลังถูกยกระดับเป็นโมเดลพัฒนาคน ไม่ใช่แค่พัฒนานักเตะ โดยใช้หลักสูตรที่ครอบคลุมทั้งสนาม สโมสร สปอนเซอร์ และการสื่อสาร เพื่อสร้างเส้นทางอาชีพครบวงจร และขยายโอกาสให้เด็กไทยทั่วประเทศเข้าถึงมาตรฐานการเรียนรู้และประสบการณ์ฟุตบอลแบบจริงจัง
เกล็ดความรู้
- “การศึกษาแบบยืดหยุ่น” มักถูกใช้เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถจัดตารางชีวิตให้สมดุล โดยเฉพาะกลุ่มที่มีภารกิจด้านกีฬา/ศิลปะ/อาชีพตั้งแต่อายุยังน้อย
- โครงสร้าง 4 ด้าน (สนาม-สโมสร-สปอนเซอร์-สื่อสาร) สะท้อนว่า ฟุตบอลอาชีพเป็น “อุตสาหกรรม” ไม่ใช่กิจกรรม
- ระบบอคาเดมีที่แข็งแรง ไม่ได้ผลิตแค่นักเตะ แต่ผลิตบุคลากรฟุตบอลได้ทั้งสายงานเบื้องหน้าและเบื้องหลัง
ขอบคุณรูปภาพจาก FA Thailand
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอลแบบเข้มๆ อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM