ประเด็นร้อนที่ทำให้คณะวินัยต้องขยับ
เกม ไทยลีก นัดที่ 20 คู่ระหว่าง ลำพูน วอริเออร์ พบ พลังกาญจน์ เอฟซี กลายเป็นหัวข้อที่ถูกจับตา เมื่อมีจังหวะปะทะนอกเกมที่หนักเกินกว่าจะปล่อยผ่าน และสุดท้ายถูกนำเข้าที่ประชุม คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 35 ประจำฤดูกาล 2568/69 เพื่อพิจารณาบทลงโทษอย่างเป็นทางการ
จังหวะปัญหา: มือบีบคอจนล้ม แต่เกมเดินต่อ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ ปวีร์ ตันฑะเตมีย์ (พลังกาญจน์ เอฟซี) ใช้มือบีบคอ บวร ตาปลา (ลำพูน วอริเออร์) จนล้มลงกับพื้น ผู้ตัดสินเป่าฟาวล์แล้ว แต่กลับไม่มีการลงโทษใด ๆ ในจังหวะนั้น ทำให้เรื่องนี้ถูกมองว่า “ผิดจังหวะ ผิดน้ำหนัก และผิดมาตรฐาน” สำหรับเกมระดับลีกสูงสุด
มุมมองลำพูน: มองไม่ชัดก็จริง แต่ไม่ควรหลุดจากสายตา VAR
ฝั่งลำพูนให้เหตุผลว่า ผู้ตัดสินถูกบดบังจนมองไม่เห็นเหตุการณ์ได้ชัดเจน เพราะเป็นการเล่นนอกเกมที่เกิดขึ้นในจังหวะอึกทึก แต่ประเด็นที่ทำให้ไฟลุก คือการมองว่าเป็นความผิดพลาดของ VAR ที่ไม่ได้เรียกผู้ตัดสินไปทบทวน ทั้งที่เป็นการเจตนาทำร้ายคู่แข่งและเข้าข่ายต้องมีบทลงโทษชัดเจน

บทลงโทษอย่างเป็นทางการ: พักเปา-พัก VAR-แบนผู้เล่นพร้อมปรับเงิน
ผลการพิจารณาออกมาชัดแบบไม่ต้องตีความ และเป็นสัญญาณแรงว่า “งานตัดสินพลาดแล้วมีราคา”
- ลงโทษ ชัยฤกษ์ งามสม ผู้ตัดสินที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาด พักการปฏิบัติหน้าที่ 3 สัปดาห์
- ลงโทษ นที ชูสุวรรณ ผู้ตัดสินวีดิทัศน์ (VAR) พักการปฏิบัติหน้าที่ 2 สัปดาห์
- ลงโทษ ปวีร์ ตันฑะเตมีย์ พักการแข่งขัน 2 นัด และปรับเงิน 20,000 บาท
สรุป: เคสนี้คือบทเรียนตรง ๆ ของเกมอาชีพ
ภาพรวมของเรื่องนี้สะท้อนชัดว่า ฟุตบอลอาชีพไม่ใช่แค่เตะให้จบเกม แต่ต้องคุมมาตรฐานให้ได้ทุกมิติ โดยเฉพาะจังหวะนอกเกมที่เสี่ยงบานปลาย หากผู้ตัดสินในสนามพลาดได้ ระบบช่วยตัดสินต้องไม่พลาดซ้ำ เพราะนั่นหมายถึงความยุติธรรมของทั้งลีก และความปลอดภัยของนักเตะทุกคน
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : ผู้ตัดสินและ VAR ในเกมไทยลีก
- บทบาทของผู้ตัดสินในสนามคือ “ตัดสินตามที่เห็น” แต่ VAR มีหน้าที่ช่วยจับจังหวะสำคัญที่หลุดมุมมอง โดยเฉพาะเหตุรุนแรงนอกเกม
- จังหวะที่เข้าข่ายเจตนาทำร้าย มักถูกยกระดับเป็นประเด็นวินัยได้ แม้เกมจะผ่านไปแล้ว
ขอบคุณรูปภาพจาก Thai League
ถ้าอยากตามข่าวโทษแบน บทลงโทษ และความเคลื่อนไหวในลีกแบบทันกระแส ติดตามอัปเดตต่อได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM