เมืองทองประกาศทางการ เปิดตัวกุนซือใหม่
เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมแชมป์ลีกสูงสุดไทย 4 สมัย ประกาศแต่งตั้ง “โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส” โค้ชชาวบราซิล วัย 67 ปี เข้ามารับงานในตำแหน่ง หัวหน้าผู้ฝึกสอน คนใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมเดินหน้าลุยทันทีในช่วงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล
ภารกิจหนักตั้งแต่วินาทีแรก: กอบกู้สถานการณ์หนีตกชั้น
โจทย์ของบอร์จีสชัดเจนตั้งแต่ยังไม่ทันได้ชูผ้าพันคอ นั่นคือการพาทีมยกระดับผลงานและไล่แต้มเพื่อ หนีตกชั้น ให้ได้ในช่วง 9 นัดสุดท้ายของซีซั่น ไทยลีก 2025/26 งานนี้ไม่ใช่แค่ “ปรับทีม” แต่คือ “เปลี่ยนแรงสั่นสะเทือน” ให้กลายเป็นแรงผลักดันก่อนจะสายเกินไป

เริ่มงานทันที คุมซ้อม-คุมข้างสนามพร้อมสตาฟฟ์เดิม
บอร์จีสยืนยันพร้อมงัดประสบการณ์ทั้งหมดมาจัดระบบทีมแบบเร่งด่วน โดยจะลงทำการฝึกซ้อมทันที และเตรียมคุมข้างสนามร่วมกับสตาฟฟ์โค้ชชุดหลักที่มีอยู่ นำโดย เจษฏา จิตสวัสดิ์, ดัสกร ทองเหลา, ดานโญ่ เซียก้า และ วิษณุศักดิ์ แก้วเรือง เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านไม่สะดุดและเดินเกมได้ต่อเนื่อง
โปรไฟล์ไม่ธรรมดา: แชมป์ไทยลีก-แชมป์ลีกคัพ เคยผ่านงานในไทยเพียบ
ชื่อของบอร์จีสไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการบอลไทย เขาเคยพา “สโมสรพนักงานยาสูบ (TTM)” คว้าแชมป์ไทยลีก และพา “บีอีซี เทโรศาสน” ซิวแชมป์โตโยต้า ลีก คัพ มาแล้ว นอกจากนี้ยังเคยทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการอคาเดมีของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และผ่านงานกับหลายสโมสรในไทย ไม่ว่าจะเป็น สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด, พีทีที ระยอง, โปลิศ เทโร เอฟซี และ บางกอก เอฟซี

เกล็ดความรู้
การตั้งกุนซือที่ “รู้จักฟุตบอลไทย” มักช่วยลดเวลาปรับตัวได้มาก โดยเฉพาะช่วงท้ายฤดูกาลที่ทุกแต้มมีค่าเท่าทอง เพราะโค้ชที่คุ้นกับรูปแบบเกม ผู้เล่น และสภาพการแข่งขันในลีก จะตัดสินใจได้เฉียบขาดกว่าในสถานการณ์กดดัน
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : การเปลี่ยนโค้ชกลางฤดูกาล
- ทีมมักได้ “แรงกระตุ้นระยะสั้น” จากความเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะ 1-3 นัดแรกหลังเปลี่ยนกุนซือ
- ช่วงท้ายซีซั่น โค้ชใหม่มักเน้นเกมรับและวินัยทีมก่อน เพื่อเก็บแต้มให้เร็วที่สุด
- การคุมซ้อมทันทีและใช้สตาฟฟ์เดิมร่วมงาน ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการสื่อสารและความเข้าใจแท็กติก
ขอบคุณรูปภาพจาก Muangthong United FC.
แฟนบอลอยากตามทุกความเคลื่อนไหวเข้มๆ แบบถึงใจ อย่าลืมติดตาม ฟุตบอลไทย GOALSIAM ไว้ด้วย