ประเด็นร้อนที่ลุกลามจากในสนาม

เกมฟุตบอลบางครั้งแพ้ชนะกันได้ แต่สิ่งที่แฟนบอลรับไม่ได้คือ “อารมณ์” ที่พาเหตุการณ์ไหลออกนอกกรอบกีฬา และเคสของ ขจรศักดิ์ ชูจิตร กลายเป็นอีกหนึ่งบทเรียนชัดๆ เมื่อจังหวะ เล่นนอกเกม ถูกพูดถึงอย่างหนัก จนท้ายที่สุดนำไปสู่การ ยกเลิกสัญญา กับต้นสังกัด

เหตุการณ์เกิดขึ้นตอนไหน และเกิดอะไรขึ้น

เหตุการณ์เกิดขึ้นในศึก ไทยลีก 3 (BYD DOLPHIN LEAGUE 3) แมตช์เดย์ 19 ระหว่าง พิจิตร ยูไนเต็ด พบ อุตรดิตถ์ เอฟซี โดยมีจังหวะปะทะที่ถูกระบุว่าเป็นการ “ย่ำเท้า” ใส่ผู้เล่นคู่แข่ง จนอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บ และทำให้เรื่องบานปลายจากเกมลูกหนังไปสู่ประเด็นวินัยนักกีฬาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แถลงขอโทษแบบร่ายยาวจากตัวนักเตะ

“ผมนายขจรศักดิ์ ชูจิตร อดีตผู้เล่นสโมสรพิจิตรยูไนเต็ด หมายเลข 29 อย่างแรกผมขอโทษทีมอุตรดิตถ์และแฟนบอลอุตรดิตถ์ รวมถึงขอโทษทีมพิจิตรยูไนเต็ด และแฟนบอลชาวพิจิตรด้วยครับ”

“ผมขอแสดงความขอโทษอย่างจริงใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการเล่นฟุตบอลของผม ซึ่งผมยอมรับโดยตรงว่าการกระทำของผมในขณะนั้นเป็นการเล่นที่เกินกว่าเหตุ ขาดความยับยั้งชั่งใจ และไม่เหมาะสม ส่งผลให้ผู้เล่นทีมอุตรดิตถ์ได้รับบาดเจ็บ”

“ผมขอยืนยันว่าผมไม่ได้มีเจตนาร้ายหรือประสงค์ให้เกิดผลกระทบดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ผมตระหนักดีว่าการกระทำของผมเป็นความผิด และผมขอน้อมรับผิดในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด โดยไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบใดๆ”

“เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญในชีวิตของผม ที่จะทำให้ผมต้องทบทวนพฤติกรรมของตนเอง และต้องให้ความสำคัญของการควบคุมอารมณ์มากกว่านี้ และการให้เกียรติผู้อื่นมากยิ่งขึ้น ผมขอรับรองว่าจะนำข้อผิดพลาดครั้งนี้ไปปรับปรุงตนเองอย่างจริงจัง และจะไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต”

“สุดท้ายนี้ ผมขอกราบขออภัยมา ณ ที่นี้อีกครั้ง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความเมตตา ได้รับโอกาส และการให้อภัยจากทุกท่านครับ”

ทำไมเรื่องนี้ถึงหนักกว่าที่คิด

ในโลกฟุตบอลอาชีพ “จังหวะเดียว” อาจเปลี่ยนเส้นทางทั้งฤดูกาล และสำหรับนักเตะ จังหวะเดียวก็เปลี่ยนเส้นทางอาชีพได้เหมือนกัน เพราะเมื่อมันกระทบความปลอดภัยของคู่แข่ง ภาพลักษณ์ทีม และความเชื่อมั่นของแฟนบอล สโมสรย่อมต้องตัดสินใจเด็ดขาดเพื่อรักษามาตรฐานของทีม

สรุปสถานการณ์ล่าสุด

ขจรศักดิ์ออกมายอมรับผิด ขอโทษทุกฝ่าย และยืนยันจะนำบทเรียนไปปรับปรุงตัวเอง ขณะที่ฝั่งสโมสรได้ตัดสินใจแยกทางแล้วตามที่ปรากฏในรายงานข่าว ทำให้เคสนี้ถูกจับตาในมุม “วินัย” มากพอๆ กับเรื่องฟุตบอลในสนาม

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : วินัยนักฟุตบอลและการควบคุมอารมณ์ในสนาม

  • ฟุตบอลอาชีพให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้เล่นเป็นอันดับต้นๆ จังหวะปะทะที่เสี่ยงทำร้ายคู่แข่งมักถูกพิจารณาเข้มกว่าปกติ
  • คำขอโทษช่วยลดแรงปะทะทางสังคมได้ แต่ “บทลงโทษทางวินัย” ยังเดินตามกระบวนการของลีกและสโมสร
  • ภาพลักษณ์นักเตะมีผลต่อโอกาสในอนาคต การยอมรับผิดและปรับพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องคือกุญแจของการกลับมา

ขอบคุณรูปภาพจาก Khajonsak Choojit

ติดตามทุกประเด็นเดือดในสนามและนอกสนามแบบถึงลูกถึงคนได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM

Categorized in:

ฟุตบอลไทย,