โค้ชจุ่นรับภารกิจใหญ่ พาหมอนทองวิทยาเดินหน้าสู่เส้นทางใหม่
อนุรักษ์ ศรีเกิด หรือ “โค้ชจุ่น” เปิดตัวเป็นหนึ่งในทีมผู้ฝึกสอนของทีมฟุตบอล โรงเรียนหมอนทองวิทยา อย่างเป็นทางการ หลังมีการเปิดตัวทีมงานเมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวยอมรับตรงไปตรงมาว่า ทีมกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ทั้งในแง่ผลงานและสภาพจิตใจของทุกคนในสโมสร แต่สิ่งที่เขาย้ำชัดคือการเข้ามาครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อเกาะกระแส หากเข้ามาเพื่อวางรากฐานและพาทีมกลับมายืนให้ได้อีกครั้ง
เป้าหมายไม่ใช่แค่ชนะ แต่ต้องปั้นชีวิตเด็กให้ดีขึ้น
โค้ชจุ่นพูดชัดว่าการทำทีมครั้งนี้ไม่ได้มองเพียงผลการแข่งขันระยะสั้น แต่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเตะในระยะยาว เขาเชื่อว่าการพัฒนาไม่จำเป็นต้องรอเวลายาวนานถึงสองปี เพราะภายในหนึ่งปีทุกคนต้องเห็นทิศทางที่ชัดเจนว่าทีมกำลังดีขึ้นหรือไม่ ตลอดช่วงเดือนที่ผ่านมาเขาเข้ามาช่วยเซ็ตระบบ สร้างจุดยืน และพยายามวางฐานให้เด็กๆ มีอนาคต อย่างน้อยที่สุดคือต้องมีโอกาสต่อยอดไปสู่รั้วมหาวิทยาลัยและมีชีวิตที่มั่นคงกว่าที่เป็นอยู่

เส้นทางเริ่มต้นสุดเจ็บปวด แต่โค้ชจุ่นไม่ยอมถอย
ภาพความจริงที่โค้ชจุ่นต้องเจอไม่ใช่งานง่ายเลย เพราะหมอนทองวิทยาต้องลงแข่งท่ามกลางข้อจำกัดมากมาย เขาเผยว่าช่วงแรกแทบไม่รู้จักนักเตะในทีมด้วยซ้ำ หลายทีมคู่แข่งมีทั้งนักเตะจากระบบกรมพละหรือเด็กจากสโมสรระดับ T1-T2 แต่ฝั่งหมอนทองกลับแทบไม่มีต้นทุนแบบนั้น แถมยังมีผู้เล่นจากฟุตซอลรุ่น U15, U16 และ U17 ที่ไม่เคยผ่านฟุตบอล 11 คนอย่างจริงจังมาก่อนด้วยซ้ำ
ยิ่งไปกว่านั้น ผลการแข่งขันในช่วงเริ่มต้นยังสะท้อนความหนักหนาแบบไม่ต้องแต่งเติม ไม่ว่าจะเป็นเกมแพ้ อบจ.ชัยนาท 0-7, แพ้ ภัทรบพิตร 0-13 และแพ้ วิชูทิศ 0-3 ซึ่งล้วนเป็นแมตช์ที่สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อทั้งทีมและตัวเฮดโค้ชเอง แต่ถึงจะโดนวิจารณ์หนักเพียงใด เขายืนยันว่าตัวเองไม่เคยคิดยอมแพ้ และยังพยายามปลุกนักเตะให้ลุกขึ้นสู้ต่อทุกครั้ง
คำพูดจากใจโค้ชจุ่น ที่สะท้อนหัวใจคนทำทีม
“ตอนนี้ทุกอย่างอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยน เช่น ผลการแข่งขัน ผมเองก็เจ็บปวด และเชื่อว่าน้องๆ ทุกคนรู้ว่าเรากำลังทำอะไร เราอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลง แต่จะทำให้แรงศรัทธาไม่ลดลงไป ทีมนี้มี FC เยอะ ผมไม่ได้เข้ามาเพื่อเกาะกระแส”
“เคยมีคำถามจากแฟนบอลและครอบครัวผมว่า อย่าเลย เข้ามามีแต่เจ็บ..จริง บอกเลยว่าผมโดนเยอะมาก แต่ผมมีเป้าหมาย การพัฒนาไม่ต้องเซ็นถึง 2 ปี ให้ดูว่า 1 ปี จะพัฒนาหรือไม่ ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา ผมเข้ามาช่วยก่อน ให้น้องๆ มีจุดยืน ยึดมั่นการสร้างรากฐาน อย่างน้อยต้องส่งนักเตะไปเรียนมหาวิทยาลัย มีชีวิตที่ดี นี่คือเป้าหมายแรก”
“ผมเจอมรสุมแรงมากวันที่แพ้ อบจ.ชัยนาท 0-7 คอมเมนต์ นี่หรอโค้ชที่เคยคุมทีมชาติ เล่นบอลเป็นหรือเปล่า ผมบอกตัวเอง ผมไม่ยอมแพ้หรอก”
“วันที่ 2 เราแพ้ ภัทรบพิตร 0-13 ตอนโดน 10 ลูก น้องๆ ก็ยังสู้ บอกไปว่าอย่ายอมแพ้”
“เกมแพ้ วิชูทิศ 0-3 นักข่าวเล่นผมยับทุกเพจ ไม่จับนักบอลเลย ผมบอกกับตัวเองว่า อย่าเสียใจ เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนอยู่แล้ว บอกน้องๆ อย่ายอมแพ้ เราทำได้”
“วันนี้ทีมกำลังเริ่มต้นใหม่ เลือกนักเตะอายุ 17 ปี เชื่อว่าจากนี้ไปจะดีขึ้น ผมจะไม่ทิ้งน้องๆ ที่อยู่ที่นี่ คนที่ไม่ได้รับโอกาส ต้องได้รับโอกาสจากผม เชื่อว่าจะพัฒนาไปได้”

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ การสร้างทีมเยาวชนฟุตบอล
- ทีมเยาวชนที่ยั่งยืน ไม่ได้วัดกันแค่จำนวนชัยชนะ แต่ดูที่การพัฒนาทักษะ วินัย และเส้นทางต่อยอดของนักเตะในอนาคต
- เด็กที่มาจากฟุตซอลสามารถต่อยอดสู่ฟุตบอล 11 คนได้ดี หากได้รับเวลาปรับตัวเรื่องแท็กติก พื้นที่ และจังหวะเกม
- โค้ชระดับเยาวชนที่ดี ต้องทำหน้าที่มากกว่าคนสอนบอล แต่ต้องเป็นทั้งผู้ปลุกใจ วางรากฐาน และมองอนาคตของนักเตะไปพร้อมกัน
ขอบคุณรูปภาพจาก ชมรมฟุตบอลศิษย์โรงเรียนหมอนทองวิทยา
แฟนบอลที่อยากติดตามทุกความเคลื่อนไหวของวงการลูกหนังไทยแบบเข้มข้นถึงใจ อย่าลืมติดตามกันต่อได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM