เกมจบ แต่ดราม่าเพิ่งเริ่ม: เอเมรี่ถูกจับตาทันทีหลังเสียงนกหวีด

แม้สกอร์ในสนามจะชัดเจนว่า แอสตัน วิลล่า บุกมาโดน อาร์เซน่อล ถล่มยับ 4-1 แต่สิ่งที่ถูกพูดถึงหนักไม่แพ้กันกลับเป็นช็อตหลังเกม เมื่อ อูไน เอเมรี่ เดินตรงเข้าอุโมงค์ทันที โดยไม่รอสัมผัสมือกับ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือเจ้าถิ่น จนแฟนบอลจำนวนมากมองว่า “ไม่แฟร์” และพากันถล่มในโซเชียลแบบไม่ไว้หน้า

แพ้ที่เก่า เจ็บที่เดิม: วิลล่าสะดุดนัดแรกหลังชนะรวด 11 เกม

เกมที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ไม่ใช่แค่การแพ้ธรรมดา เพราะเอเมรี่คืออดีตกุนซือของ “ปืนใหญ่” ที่กลับมาเยือนถิ่นเดิมแล้วโดนทีมเก่ากระซวกเละ แถมผลการแข่งขันยังส่งให้ “เดอะ กันเนอร์ส” เดินหน้ารั้งตำแหน่งจ่าฝูงต่อไปแบบดุดัน ขณะที่ทีมจากมิดแลนด์ต้องหยุดสถิติร้อนแรง หลังไม่แพ้ใครและชนะรวดถึง 11 นัดในทุกรายการก่อนหน้านี้

ความพ่ายแพ้นัดนี้เลยเหมือนโดนตัดโมเมนตัมแบบแรง ๆ ทั้งในแง่ผลงานและความรู้สึกของแฟนบอล

ช็อตที่กลายเป็นไฟลามทุ่ง: ไม่รอจับมืออาร์เตต้า จนโดนเฉ่ง “ตามระเบียบ”

หลังเกมจบลง แฟนบอลตาไวสังเกตว่าเอเมรี่หันหลังเข้าห้องแต่งตัวทันที ทำให้เกิดคำถามว่า “หนีการจับมือหรือเปล่า?” เพราะในอีกมุมหนึ่ง อาร์เตต้ากำลังฉลองกับทีมสตาฟฟ์อยู่ช่วงสั้น ๆ ก่อนพยายามเดินมาหา

และทันทีที่ภาพดังกล่าวหลุดไปถึงโซเชียล เสียงวิจารณ์ก็มาเป็นชุด บางคอมเมนต์เล่นแรงแบบไม่กั๊ก เช่น

  • “ผมชอบเอเมรี่ แต่ปกป้องไม่ได้…อาร์เตต้าใช้เวลาเฮกับสตาฟฟ์แค่ไม่กี่วินาทีแล้วก็เดินมาหา”
  • “เอเมรี่รีบวิ่งหนีไปแล้ว ทั้งที่อาร์เตต้าตั้งใจจะจับมือ”
  • “เห็นชัดว่าเขาถูกบอกว่าเอเมรี่เข้าอุโมงค์ไปแล้ว”

ดราม่าจึงไม่ได้อยู่ที่ “จับมือหรือไม่จับ” อย่างเดียว แต่อยู่ที่ “ภาพที่แฟนบอลตีความ” ว่ามันเหมือนการไม่ให้เกียรติกัน

เอเมรี่ชี้แจงชัด: “ผมรอแล้ว แต่มีธุระต้องทำ”

เมื่อถูกถามตรง ๆ หลังเกม เอเมรี่ตอบกับสื่อแบบชัดเจนว่า เขาไม่ได้มีปัญหาอะไรกับอาร์เตต้า เพียงแต่ในจังหวะนั้นอีกฝ่ายกำลังฉลองกับทีมโค้ช และเขามีเรื่องจำเป็นต้องรีบจัดการ

เขายืนยันในทำนองว่า
เขารออยู่แล้ว แต่รอไม่ได้ เพราะต้องกลับเข้าห้องแต่งตัว และไม่มีอะไรเป็นปัญหาส่วนตัว

น้ำเสียงของเอเมรี่พยายามตัดไฟตั้งแต่ต้นลมว่า “อย่าโยงไปไกล” และให้มองว่าเป็นเรื่องจังหวะหลังเกมล้วน ๆ

อาร์เตต้าปิดประเด็นสั้น ๆ: “มันเป็นส่วนหนึ่งของเกม”

ฝั่งเจ้าถิ่นอย่างอาร์เตต้าเองก็ไม่ได้เติมเชื้อ เขาตอบแบบนิ่ง ๆ ว่า “มันเป็นเรื่องที่ดี เป็นส่วนหนึ่งของเกม และไม่ใช่ปัญหา” เพื่อปิดประเด็นให้จบในกรอบฟุตบอล

พูดง่าย ๆ คือ อาร์เตต้าไม่อยากให้เรื่องนี้กลายเป็นสงครามนอกสนาม แม้โลกออนไลน์จะเดือดก็ตาม

สรุป: ดราม่าจับมือที่ดังเพราะอารมณ์หลังแพ้

สุดท้ายแล้ว เรื่อง “ไม่จับมือ” อาจไม่ได้ใหญ่ในมุมของคนอยู่ในสนาม แต่พอทีมแพ้ยับ แถมเป็นเกมที่หยุดสถิติชนะรวดของวิลล่า และเป็นการเจอทีมเก่าของเอเมรี่ ทุกอย่างเลยถูกขยายแรงขึ้นแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้—โดยเฉพาะบนโลกโซเชียลที่พร้อมตัดสินจากภาพไม่กี่วินาที

เกล็ดความรู้

  • ธรรมเนียม “จับมือหลังเกม” คือมารยาทฟุตบอลเพื่อแสดงความเคารพ แต่ไม่ได้เป็นกฎบังคับทางการเสมอไป
  • ดราม่าหลังเกมมักรุนแรงขึ้นเมื่อเกิด “ความพ่ายแพ้หนัก ๆ” หรือมี “บริบททีมเก่า-ทีมใหม่” เข้ามาเกี่ยวข้อง
  • บางครั้งโค้ชอาจรีบเข้าห้องแต่งตัวเพื่อประชุมทีม/ดูอาการนักเตะ/จัดการงานสื่อ จนทำให้ภาพที่ออกมาถูกตีความผิดได้ง่าย

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล…อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM