แมนยูเดินเกมหากุนซือชั่วคราว เพิ่มชื่อคาร์ริคเข้าลิสต์
กระแสเปลี่ยนผ่านที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดยังเดือดไม่หยุด เมื่อล่าสุด เดลี่ เมล รายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดโต๊ะเจรจากับ “ไมเคิ่ล คาร์ริค” เพื่อพิจารณาดึงมารับตำแหน่งผู้จัดการทีมแบบชั่วคราวจนจบฤดูกาลนี้ ไม่ได้มีแค่ “โอเล่ กุนนาร์ โซลชา” ที่เป็นข่าวหนาหูอยู่ก่อนแล้ว
นั่นหมายความว่า “ปีศาจแดง” กำลังมองหาคนที่ “มีประสบการณ์และคุ้นสนาม” มาช่วยประคองทีมในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ มากกว่าจะฝากความเสี่ยงไว้กับทางเลือกเดียว เพราะเกมที่เหลือไม่ใช่เวลาลองผิดลองถูกอีกต่อไป
ปลดอโมริมแล้วตั้งเฟล็ทเชอร์คุมทันที แต่เป็นแค่แผนระยะสั้น
หลังสโมสรตัดสินใจปลด รูเบน อโมริม ออกจากตำแหน่งกุนซือ แมนยูแต่งตั้ง “ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์” เข้ามาคุมทีมแบบขัดตาทัพทันที ทว่าในมุมของบอร์ดบริหาร เชื่อกันว่านี่เป็นเพียงการ “อุดรอยรั่ว” ชั่วคราว เพื่อให้ทีมเดินหน้าต่อได้แบบไม่สะดุด
แหล่งข่าวมองตรงกันว่า เฟล็ทเชอร์อาจคุมทีมแค่ไม่กี่นัดเท่านั้น ก่อนที่สโมสรจะดึงคนที่มีเครดิตและประสบการณ์มากกว่ามารับไม้ต่อ เพราะตอนนี้เข้าสู่ช่วงสำคัญของฤดูกาลแล้ว ทุกคะแนนคือแรงสั่นสะเทือนต่อทั้งอันดับและบรรยากาศในทีม

โอมา แบร์ราด้า-เจสัน วิลค็อกซ์ คุยมากกว่า 1 ตัวเลือก
ก่อนหน้านี้ชื่อของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ถูกโยงแบบจริงจังว่าอาจกลับมารับภารกิจคุมทีมชั่วคราว แต่รายงานล่าสุดระบุว่า โอมา แบร์ราด้า (Omar Berrada) ประธานบริหารของสโมสร และ เจสัน วิลค็อกซ์ (Jason Wilcox) ผู้อำนวยการฟุตบอล ไม่ได้คุยกับโซลชาคนเดียว
พวกเขาได้เจรจากับ “ไมเคิ่ล คาร์ริค” ด้วยเช่นกัน เพื่อวางทางเลือกสำรองหรือแม้กระทั่ง “ตัวจริง” หากการประเมินภาพรวมแล้วเห็นว่าคาร์ริคเหมาะกว่าในแง่การคุมห้องแต่งตัว การสื่อสาร และการประคองทีมให้ผ่านช่วงพายุ
รูปแบบการคุยยังไม่ชัด แต่ยังไม่เจอตัวจริง—แมนยูขอนัดเจอถึงค่อยตัดสิน
เดลี่ เมล ระบุว่า ยังไม่ชัดเจนว่าการสนทนากับทั้งโซลชาและคาร์ริคเป็นการคุยผ่านโทรศัพท์หรือวิดีโอคอล แต่สิ่งที่ “ชัดเจน” คือยังไม่มีการพบกันแบบต่อหน้า
และนี่คือจุดที่แมนยูยึดเป็นหลัก—สโมสรจะยังไม่ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะเลือกใคร จนกว่าจะได้พบกับทั้งสองคน “แบบตัวเป็น ๆ” เพื่อคุยรายละเอียด แผนทำทีม ขอบเขตอำนาจ และแนวทางรับมือแรงกดดันในช่วงที่ทีมต้องการความนิ่งมากที่สุด
คาร์ริคเคยคุมแมนยูชั่วคราวมาแล้ว ก่อนผันไปสร้างชื่อกับมิดเดิ้ลสโบรช์
ชื่อของ “ไมเคิ่ล คาร์ริค” ไม่ใช่คนแปลกหน้าในบทบาทขัดตาทัพ เพราะเขาเคยคุมแมนยูแบบชั่วคราวมาแล้วในช่วงที่โซลชาถูกปลดจากตำแหน่งกุนซือ ซึ่งประสบการณ์นั้นทำให้เขารู้ดีว่า “เก้าอี้ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด” ร้อนระดับไหน
หลังจากนั้นคาร์ริคไปรับงานคุมทีมชุดใหญ่ของ มิดเดิ้ลสโบรช์ เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2022 ก่อนจะถูกปลดในเดือนมิถุนายน 2025 โดยสถิติการคุมทีมของเขาถูกระบุว่ามีอัตราชนะ 46.32 เปอร์เซ็นต์—ตัวเลขที่สะท้อนว่าเขามีพื้นฐานการทำทีมจริง ไม่ได้เป็นแค่โค้ชเฉพาะกิจ
นัยสำคัญของข่าวลือ: แมนยูเลือก “ประสบการณ์” มากกว่าทางผ่าน
การที่แมนยูคุยทั้งโซลชาและคาร์ริค แปลได้ชัดว่าบอร์ดบริหารต้องการ “คนที่มาแล้วคุมได้ทันที” เข้าใจสภาพแวดล้อมของสโมสร และรับแรงกดดันจากสื่อ-แฟนบอลได้ ไม่ใช่โค้ชที่ต้องใช้เวลาปรับตัว
ในช่วงที่ทีมอยู่ในโหมดต้องรีบกู้สถานการณ์ การตัดสินใจเลือกกุนซือชั่วคราวจึงไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะมันอาจกำหนดทิศทางของฤดูกาลที่เหลือทั้งหมด และส่งผลต่อการเลือกกุนซือถาวรในก้าวถัดไปด้วย.

เกล็ดความรู้
- ตำแหน่ง “กุนซือขัดตาทัพ” มักถูกใช้เพื่อประคองทีมช่วงเปลี่ยนผ่าน และลดแรงสั่นสะเทือนในห้องแต่งตัวก่อนตั้งโค้ชถาวร
- การนัดพบแบบตัวเป็น ๆ ก่อนแต่งตั้ง เป็นขั้นตอนสำคัญในการคุยเรื่องอำนาจตัดสินใจ แผนงาน และความคาดหวังที่ต้องทำได้ทันที
- สถิติอัตราชนะ (Win Percentage) เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดภาพรวมผลงานโค้ช แต่บริบทลีก ความคาดหวัง และทรัพยากรทีมก็มีผลอย่างมากต่อการตีความตัวเลข
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอลแบบเข้ม ๆ ครบทุกประเด็น อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM