เกมจบแบบไร้สกอร์ แต่ดราม่าทดเจ็บทำไฟลุกทั้งสนาม

ศึกพรีเมียร์ลีกที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยมระหว่างอาร์เซน่อลกับลิเวอร์พูลจบลงด้วยสกอร์ 0-0 แต่สิ่งที่แฟนบอลพูดถึงหนักกว่าผลการแข่งขันกลับเป็นเหตุการณ์ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อเกิดจังหวะปะทะทางอารมณ์จนทำให้บรรยากาศหลังเกมตึงขึ้นทันที

จุดเริ่มต้นมาจากจังหวะที่ คอเนอร์ แบรดลี่ย์ ฟูลแบ็กลิเวอร์พูลมีอาการบาดเจ็บจนล้มลงนอนกับพื้น ขณะที่เกมยังคงเสมอและทั้งสองทีมกำลังไล่ล่าประตูชัย ส่งผลให้ทุกจังหวะมีความกดดันสูงเป็นพิเศษ

ช็อตที่ทำให้โซโบซไลเดือด: มาร์ติเนลลี่ถูกมองว่า “ตั้งใจผลัก” คนเจ็บออกนอกสนาม

ในช่วงทดเวลา ขณะสกอร์ยัง 0-0 แบรดลี่ย์มีปัญหาบาดเจ็บจนลงไปนอนกลิ้งกับพื้น และในจังหวะนั้นเอง กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ แนวรุกของอาร์เซน่อลถูกระบุว่าแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ด้วยการ “ผลัก” แบรดลี่ย์ให้ออกไปนอกสนาม เพราะคิดว่าอีกฝ่ายพยายามถ่วงเวลา

เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้ผู้เล่นลิเวอร์พูลหลายคนทันที เพราะมันเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความปลอดภัยของนักเตะควรเป็นเรื่องสำคัญที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเกมใหญ่หรือเกมตัดสินอันดับก็ตาม

โซโบซไลพูดหลังเกมแบบตรงไปตรงมา: “เขาไม่ได้ถ่วงเวลา เขาเจ็บจริง”

โดมินิค โซโบซไล กองกลางลิเวอร์พูลออกมาตำหนิพฤติกรรมดังกล่าวหลังจบเกม โดยเล่าว่าเขาเห็นแบรดลี่ย์ “นอนบิดหัวเข่าไปมา” และยืนยันว่าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแน่ แต่เชื่อว่าแบรดลี่ย์ไม่ได้ตั้งใจนอนเพื่อถ่วงเวลา

โซโบซไลยังเสริมด้วยว่า ในตอนนั้นแบรดลี่ย์เหมือนยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาอยู่ตรงไหนของสนาม ก่อนที่มาร์ติเนลลี่จะเข้ามาผลักให้หลุดออกไปนอกเส้น ซึ่งทำให้เขามองว่าเป็นการกระทำที่ไม่ควรเกิดขึ้น

ประโยคชัดที่สุด: “อยากชนะได้ แต่อย่าลืมว่าชีวิตนักฟุตบอลสำคัญกว่า”

โซโบซไลยอมรับว่าเข้าใจความรู้สึกของอาร์เซน่อลที่อยากชนะ เพราะลิเวอร์พูลเองก็ต้องการชัยชนะเหมือนกัน แต่เขาย้ำว่าไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์แบบไหน สุขภาพของนักฟุตบอลต้องมาก่อนเหนือสิ่งอื่นใด

มุมมองของกัปตันทีมชาติฮังการีสะท้อนแนวคิดของนักเตะอาชีพที่รู้ดีว่า อาการบาดเจ็บหนึ่งครั้งอาจเปลี่ยนอนาคตการเล่นได้ทันที และการเร่งเกมโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย เป็นสิ่งที่ไม่ควรยอมรับในระดับสูงสุด

เกล็ดความรู้

  • ช่วงทดเวลาบาดเจ็บมักเป็นช่วงที่อารมณ์ในสนามพุ่งสูงที่สุด เพราะทุกทีมมองว่าจังหวะเดียวอาจเปลี่ยนผลการแข่งขัน
  • นักเตะที่บาดเจ็บโดยเฉพาะบริเวณเข่า ต้องระวังการถูกกระแทกหรือถูกลาก/ผลัก เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น
  • การถ่วงเวลามีอยู่จริงในฟุตบอล แต่การตัดสินว่าคนเจ็บ “ถ่วงเวลา” หรือ “เจ็บจริง” ควรปล่อยให้ผู้ตัดสินและทีมแพทย์จัดการ

แฟนบอลที่อยากตามดราม่าเกมใหญ่และประเด็นหลังเกมแบบเข้ม ๆ อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM