เสียงจากคนในสนาม เมื่อแฟนเริ่มทยอยออกก่อนหมดเวลา

เกมพรีเมียร์ลีกที่แอนฟิลด์จบลงด้วยผลเสมอ 1-1 แต่ประเด็นที่ร้อนกว่า “สกอร์” คือภาพแฟนบอลบางส่วนลุกออกจากที่นั่งก่อนเสียงนกหวีดสุดท้ายจะดังขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงท้ายเกมที่อารมณ์กำลังตึงที่สุด และยิ่งสะเทือนความรู้สึกเข้าไปอีกเมื่อทีมมาเสียประตูช่วงนาที 90

บรรยากาศหลังเกมไม่สวย เสียงโห่สะท้อนความกดดันพื้นที่ท็อปโฟร์

หลังจบการแข่งขันมีเสียงโห่จากแฟนบอลบางส่วนดังขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์ที่การลุ้นจบอันดับ ท็อปโฟร์ เจออุปสรรคเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงโค้งท้ายฤดูกาล ความกดดันไม่ใช่แค่ในสนาม แต่กระทบไปถึงความเชื่อมั่นของคนบนอัฒจันทร์ด้วย

โซโบซไลพูดตรงๆ แฟนลุกก่อนเวลา “มันไม่ช่วยทีม”

โซโบซไล แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวว่า
“ผมไม่คิดว่าการทำแบบนั้นมันจะช่วยพวกเราเลย ที่หลังนาทีที่ 80 แล้วแฟนบอลบางคนเริ่มทยอยกลับบ้าน มันไม่ได้ช่วยทีมเราเลยจริงๆ ทุกคนก็เห็นกันอยู่ และแม้แต่ตอนที่เราเสียประตู คนก็ยังเดินออกจากสนามกันอยู่ ทั้งที่เวลาที่เรายิงประตูได้ พวกคุณก็ไม่ออกจากสนาม”

“เราเป็นครอบครัวเดียวกัน” ขอแรงหนุนจนวินาทีสุดท้าย

“ผมเข้าใจความรู้สึกผิดหวังนะ แต่พวกเราต้องการพวกเขา เราต้องการทุกคน ผมไม่ได้บอกว่าแฟนบอลไม่มีสิทธิ์ออกจากสนาม พวกเขาจะออกเมื่อไหร่ก็ได้ถ้าต้องการ แต่พวกเราต้องการพวกเขา และพวกเขาควรรู้เรื่องนี้ เพราะถ้าไม่มีพวกเขา เราก็เหมือนขาดบางอย่างไป”

“พูดง่ายๆ คือเราอยากทำให้แฟนบอลมีความสุข เราไม่ได้ตั้งใจทำให้มันออกมาเป็นแบบนี้ พวกเขาจะโกรธก็ได้ แต่ขอให้อยู่เคียงข้างพวกเรา เพราะเราคือครอบครัวเดียวกัน เราต้องการพวกคุณ”

เป้าหมายชัด ต้องไป ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ “ผมคนเดียวไม่พอ”

“ถ้าพูดถึง ลิเวอร์พูล แล้วการได้ไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ถือเป็นเรื่องปกติ เราต้องไปอยู่ตรงนั้นให้ได้ ผมจะทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อพาทีมจบท็อปโฟร์ แต่ผมคนเดียวคงไม่พอ เราต้องการทุกคนช่วยกัน” กัปตันทีมชาติฮังการี ระบุ

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ: พลังเสียงเชียร์ในสนามฟุตบอล

  • ช่วง 10 นาทีสุดท้ายคือเวลาที่ทีมต้องการแรงกระตุ้นมากที่สุด เพราะเกมมักตัดสินกันด้วยจังหวะเดียว
  • บรรยากาศในบ้านส่งผลต่อความกล้าตัดสินใจของนักเตะ ทั้งการเพรสซิ่ง การเสี่ยงจ่าย และการยิงไกล
  • แฟนบอลที่อยู่จนจบช่วยกดดันคู่แข่งได้จริง โดยเฉพาะเกมที่คะแนนมีผลต่อพื้นที่ยุโรป

แฟนบอลที่อยากเกาะติดทุกประเด็นเดือดในพรีเมียร์ลีกแบบถึงพริกถึงขิง อย่าลืมติดตาม พรีเมียร์ลีก GOALSIAM ไว้ด้วย