ซาฮาชี้เป้า แมนยูต้องเอาให้ได้

หลุยส์ ซาฮา อดีตกองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกโรงผลักดันต้นสังกัดเก่าแบบชัดเจนว่า หากอยากยกระดับทีมกลับไปสู่มาตรฐานสูงสุดในระยะยาว การเดินหน้าคว้าตัว จู๊ด เบลลิงแฮม จากเรอัล มาดริด คือดีลที่ควรกล้าคิดและกล้าลุย เพราะนี่คือนักเตะที่ครบเครื่องพอจะเปลี่ยนโฉมแดนกลางและยกระดับทีมได้ทันที

ผีแดงกำลังมาดี แต่ยังไม่สุด

ในมุมของซาฮา แมนฯ ยูไนเต็ดเวลานี้กำลังอยู่ในทิศทางที่ดี ภายใต้การคุมทีมของ ไมเคิ่ล คาร์ริค พวกเขาขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ได้อย่างแข็งแกร่ง และมีลุ้นสูงกับการคว้าตั๋วไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลหน้า อย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมจะดีขึ้นชัดเจน แต่ซาฮามองว่าทีมชุดนี้ยังไม่สมบูรณ์พอสำหรับการกลับไปยืนเป็นมหาอำนาจลูกหนังอย่างเต็มตัว

ทำไมซาฮาถึงมองว่าเบลลิงแฮมคือคำตอบ

เหตุผลสำคัญที่ซาฮายกให้เบลลิงแฮมเป็นเป้าหมายในฝัน ไม่ได้มีแค่ชื่อชั้นหรือกระแสความดัง แต่เป็นเรื่องของคุณสมบัติในสนามที่แทบตอบโจทย์ทุกด้าน เขาเป็นมิดฟิลด์ที่มีทั้งพละกำลัง ความยืดหยุ่นในการเล่นหลายบทบาท และบุคลิกความเป็นผู้นำที่หาได้ยากในนักเตะอายุยังไม่มากนัก นั่นจึงทำให้ซาฮาเชื่อว่านี่คือนักเตะระดับเวิลด์คลาสที่สามารถเป็นศูนย์กลางของทีมใหญ่ได้จริง

คำพูดจากซาฮาที่สะท้อนชัดถึง “ดีลในฝัน”

“การเสริมทัพในฝันช่วงซัมเมอร์ของผมสำหรับ แมนฯ ยูฯ นั่นก็คือการได้ตัว จู๊ด เบลลิงแฮม มันอาจจะเป็นไอเดียที่บ้าหน่อย แต่เขามีทุกอย่างครบ ผมอยากเห็นดีลนี้เกิดขึ้นจริงๆ”

“ศักยภาพด้านร่างกายของเขา ผมคิดว่าเป็นระดับดีที่สุดในโลก เขาสามารถเล่นได้หลายบทบาท ไม่ว่าจะเป็นหมายเลข 8 หรือหมายเลข 10 เขามีความเป็นผู้นำอยู่ในตัว และน่าจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำได้แน่นอน ในบางแง่มุมก็คล้ายกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส”

“เขาอยู่ในระดับนักเตะเวิลด์คลาสอย่างไม่ต้องสงสัย คุณสมบัติทั้งหมดนี้จะยอดเยี่ยมมากสำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด และผมคิดว่าเขาก็น่าจะอยากกลับมาเล่นในอังกฤษ ในศึกพรีเมียร์ลีก ดังนั้นมันคงเป็นดีลในฝันจริงๆ”

ถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริง แมนยูจะได้อะไร

หากมองในเชิงฟุตบอลล้วนๆ เบลลิงแฮมคือมิดฟิลด์ที่สามารถเติมความดุดัน ความนิ่ง และสมดุลให้กับเกมของแมนยูได้พร้อมกัน เขาเล่นได้ทั้งบทบาทเชื่อมเกม บุกจากแถวสอง และคุมจังหวะในแดนกลาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทีมลุ้นแชมป์จำเป็นต้องมี ยิ่งถ้าเขาเข้ามาผสานงานกับแกนหลักที่มีอยู่แล้ว โอกาสที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะกลับไปเป็นทีมที่น่าเกรงขามใน พรีเมียร์ลีก ก็ยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ : จู๊ด เบลลิงแฮม และบทบาทมิดฟิลด์สมัยใหม่

  • มิดฟิลด์ยุคใหม่ไม่ได้มีหน้าที่แค่จ่ายบอล แต่ต้องเล่นได้หลายเฟสทั้งรับ รุก และเปลี่ยนจังหวะเกมในคนเดียว
  • นักเตะที่เล่นได้ทั้งหมายเลข 8 และหมายเลข 10 มักเพิ่มทางเลือกแท็กติกให้โค้ชอย่างมากในเกมใหญ่
  • ทีมระดับลุ้นแชมป์มักต้องมีมิดฟิลด์ที่เป็นผู้นำในสนาม เพื่อยกระดับคุณภาพเกมในจังหวะกดดัน

แฟนบอลที่อยากตามทุกความเคลื่อนไหวของตลาดนักเตะและข่าวลูกหนังเข้มๆ แบบถึงแก่น อย่าลืมติดตามต่อได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM