โรนัลดินโญ่ถึงราเวนนา เปิดฉากบทใหม่สุดเซอร์ไพรส์ในวัย 46 ปี

โรนัลดินโญ่ ตำนานลูกหนังบราซิลเดินทางถึงอิตาลีเรียบร้อยแล้ว หลังลงเครื่องที่สนามบินฟอร์ลี ก่อนมุ่งหน้าสู่เมืองราเวนนา เพื่อเริ่มต้นบทใหม่กับ ราเวนนา เอฟซี สโมสรในศึกเซเรีย ซี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวที่สร้างแรงสั่นสะเทือนมากที่สุดของฟุตบอลระดับล่างอิตาลีในรอบหลายปี

ดีลนี้ไม่ได้เกิดจากเรื่องฟุตบอลเพียงอย่างเดียว เมื่อ อิกนาซิโอ ชิเปรียนี ประธานสโมสรเป็นคนเดินหน้าโครงการด้วยตัวเอง โดยยืนยันว่าความสัมพันธ์ส่วนตัวและความหลงใหลในฟุตบอลมีส่วนสำคัญในการโน้มน้าวอดีตเจ้าของบัลลงดอร์ให้ตอบรับ ขณะที่โครงสร้างบริหารของราเวนนายังมี อาเรียโด ไบรดา อดีตผู้อำนวยการกีฬาของเอซี มิลาน เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญด้วย

เป้าหมายใหญ่ไม่ใช่แค่ชื่อเสียง แต่ต้องปลุกทั้งเมืองให้กลับมาหลงรักทีม

ชิเปรียนีหวังว่า “ดินโญ่” จะมีโอกาสลงสนามให้ราเวนนาอย่างน้อยอีกครั้งในวัย 46 ปี พร้อมมองว่าการดึงซูเปอร์สตาร์ระดับโลกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสร คือการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างทีมกับผู้คนในเมืองให้แน่นแฟ้นกว่าเดิม

โรนัลดินโญ่ยังเข้ามามีส่วนร่วมในฐานะผู้ถือหุ้นของสโมสร ขณะที่บทบาทในสนามยังไม่ได้ถูกกำหนดตายตัว ทำให้โปรเจกต์นี้มีมิติมากกว่าแค่การดึงอดีตดาวดังมาเรียกกระแส แต่เป็นการนำชื่อของหนึ่งในนักฟุตบอลที่โด่งดังที่สุดแห่งยุคมาช่วยผลักดันราเวนนาทั้งในและนอกสนาม

โรนัลดินโญ่ประกาศชัด มาเพื่อช่วยทีม สร้างความตื่นเต้น และคว้าชัยชนะ

“I’m very happy to be here, with friends, we hope things go well for the team. I came here to help, to excite the other players, to have a spectacular season and win.”

“ผมมีความสุขมากที่ได้มาอยู่ที่นี่กับเพื่อนๆ เราหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดีสำหรับทีม ผมมาที่นี่เพื่อช่วย เพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้เล่นคนอื่นๆ เพื่อมีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมและคว้าชัยชนะ”

คำพูดดังกล่าวสะท้อนชัดว่าเจ้าของรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ไม่ได้มองการเดินทางครั้งนี้เป็นเพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่ต้องการใช้ประสบการณ์และบารมีของตัวเองสร้างพลังให้กับนักเตะในทีม แม้คำถามสำคัญว่าเขาจะกลับมาลงแข่งขันอย่างจริงจังหรือไม่ยังไม่มีคำตอบสุดท้าย

ยังไม่ลงนัดเปิดฤดูกาล แต่ประตูคัมแบ็กยังเปิดกว้าง

ราเวนนาจะเริ่มต้นฤดูกาลด้วยเกมเยือน เรจเจียนา ในวันที่ 24 สิงหาคม 2026 โดยประธานสโมสรยืนยันว่าโรนัลดินโญ่จะยังไม่มีส่วนร่วมในเกมดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยังไม่ได้ปิดโอกาสกลับมาสวมสตั๊ดลงสนามอีกครั้ง โดยทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประธานสโมสรและทีมงานผู้ฝึกสอน

หากการคัมแบ็กเกิดขึ้นจริง มันจะเป็นการกลับมาลงเล่นระดับอาชีพหลังจากเกมแข่งขันอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายกับฟลูมิเนนเซในปี 2015 และยังมีความเป็นไปได้ที่แฟนบอลจะได้เห็นเขาไล่ล่าประตูที่ 300 ในอาชีพอีกด้วย

ความทรงจำในอิตาลียังชัด ดาร์บี้แมตช์กับมิลานคือช่วงเวลาสุดพิเศษ

เมื่อถูกถามถึงช่วงเวลาที่เคยค้าแข้งในอิตาลีกับ เอซี มิลาน โรนัลดินโญ่ยอมรับว่าเขามีความทรงจำดีๆ มากมาย แต่หนึ่งในเหตุการณ์ที่ยังอยู่ในใจมากที่สุดคือประตูที่ทำได้ในเกมดาร์บี้แมตช์

“My time in Italy? I had many good moments but the goal in the derby is one of the memories that gives me the most pleasure.”

“ช่วงเวลาของผมในอิตาลีหรือ? ผมมีช่วงเวลาดีๆ มากมาย แต่ประตูในเกมดาร์บี้คือหนึ่งในความทรงจำที่ทำให้ผมมีความสุขมากที่สุด”

การกลับมายังอิตาลีครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดเส้นทางใหม่ แต่ยังเหมือนเป็นการย้อนกลับมายังประเทศที่เคยมีส่วนสำคัญในช่วงปลายเส้นทางฟุตบอลระดับสูงของเขาอีกครั้ง

ราเวนนาได้มากกว่านักเตะหนึ่งคน

ไม่ว่าโรนัลดินโญ่จะได้ลงสนามจริงกี่นาที สิ่งที่ราเวนนาได้รับไปแล้วคือความสนใจในระดับที่สโมสรเซเรีย ซี แทบไม่เคยสัมผัส การมีทั้งโรนัลดินโญ่และผู้บริหารมากประสบการณ์อย่างไบรดาอยู่ในโปรเจกต์ ทำให้ทุกย่างก้าวของสโมสรจากนี้ถูกจับตามองมากกว่าเดิม

สำหรับแฟนฟุตบอล สิ่งที่ต้องติดตามคือร่างกายของตำนานวัย 46 ปีจะพร้อมสำหรับการแข่งขันระดับอาชีพมากแค่ไหน และสุดท้ายความฝันที่จะเห็นเจ้าของลีลาลูกหนังอันเหนือชั้นกลับมาสร้างเวทมนตร์บนสนามอิตาลีอีกครั้งจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ โรนัลดินโญ่

  • โรนัลดินโญ่เป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติบราซิลชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2002 และได้รับรางวัลบัลลงดอร์ในปี 2005
  • เขาเคยค้าแข้งกับสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง ปารีส แซงต์ แชร์กแมง, บาร์เซโลนา และเอซี มิลาน ก่อนลงเล่นเกมอาชีพครั้งสุดท้ายกับฟลูมิเนนเซในปี 2015
  • ราเวนนาแข่งขันอยู่ในเซเรีย ซี ซึ่งเป็นฟุตบอลลีกระดับสามของอิตาลี และโปรเจกต์ครั้งนี้มีเป้าหมายช่วยเพิ่มพลังทั้งในสนามและฐานแฟนบอลของสโมสร

ติดตามทุกความเคลื่อนไหว ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ และเรื่องราวเข้มข้นจากวงการลูกหนังได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM