สตีเว่น เจอร์ราร์ด ตำนานกัปตันทีม ลิเวอร์พูล เปิดใจถึงหนึ่งในการตัดสินใจที่ยังคงค้างคาในชีวิตค้าแข้ง ยอมรับว่าหากรู้ล่วงหน้าว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ กำลังจะเข้ามาคุมทีม เขาพร้อมเสี่ยงอยู่แอนฟิลด์ต่ออีกหนึ่งฤดูกาล เพื่อพิสูจน์ตัวเองภายใต้กุนซือชาวเยอรมัน

เจอร์ราร์ดยอมรับ เสียดายอำลาลิเวอร์พูลเร็วเกินไป

เส้นทางของกัปตันหมายเลข 8 กับ ลิเวอร์พูล ยุติลงในปี 2015 หลังอยู่กับทีมชุดใหญ่มาตั้งแต่ปี 1998 ก่อนเลือกเปิดบทใหม่ในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ กับ แอลเอ แกแล็กซี่

จุดสำคัญคือในช่วงปลายเส้นทางกับหงส์แดง เจอร์ราร์ดได้รับข้อเสนอให้อยู่ต่ออีกหนึ่งปี แต่จากการพูดคุยในเวลานั้น เขาเข้าใจว่าบทบาทของตัวเองจะลดลง และโอกาสลงสนามจะไม่มากเหมือนเดิม นั่นไม่ใช่สถานการณ์ที่เจ้าตัวต้องการในเวลานั้น

“ผมยอมเสียสละหลายสิ่งหลายอย่าง ทั้งในเรื่องอาชีพและเรื่องส่วนตัว เพื่อให้มีโอกาสได้เล่นภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ช่วงปลายเส้นทางค้าแข้งกับลิเวอร์พูล ผมได้รับข้อเสนอให้ต่อสัญญาอีก 1 ปี เพื่ออยู่กับทีมต่ออีกหนึ่งซีซั่น”

ไม่รู้ว่าคล็อปป์กำลังมา การตัดสินใจจึงเปลี่ยนทุกอย่าง

เวลานั้น ลิเวอร์พูลยังอยู่ภายใต้การคุมทีมของ เบรนเดน ร็อดเจอร์ส ขณะที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามารับงานในช่วงปลายปี 2015 หลังเจอร์ราร์ดปิดฉากเส้นทางกับต้นสังกัดไปแล้ว

เมื่อมองย้อนกลับไป นี่จึงกลายเป็นจังหวะที่ตำนานหงส์แดงเสียดายอย่างหนัก เพราะสิ่งที่ทำให้เขาเลือกออกจากทีมคือภาพอนาคตที่บทบาทลดลง ไม่ใช่เพราะหมดความผูกพันหรือหมดแรงกระหายในการแข่งขัน

“แต่ในตอนนั้นผมกำลังพูดคุยกับทีมงานของลิเวอร์พูลชุดปัจจุบัน และจากการพูดคุยกันนั้น พวกเขามองว่าผมน่าจะต้องกลายเป็นผู้เล่นที่มีบทบาทไม่มากนัก ได้ลงสนามน้อยลง ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ แต่ถ้าผมรู้ว่า เจอร์เก้น จะเข้ามาแน่นอน ผมไม่รู้เรื่องนี้เลยในตอนที่ตัดสินใจ”

พร้อมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเองต่อหน้าคล็อปป์

คำพูดของเจอร์ราร์ดสะท้อนชัดว่า ต่อให้ต้องเริ่มต้นในฐานะตัวเลือกที่ไม่ได้การันตีตำแหน่ง เขาก็พร้อมสู้ใหม่หากคนที่ยืนข้างสนามคือคล็อปป์

“ถ้าผมรู้ว่า เจอร์เก้น กำลังจะเข้ามา ผมคงยอมเสี่ยงอยู่ต่อ และพยายามทำให้ เจอร์เก้น ประทับใจ เพื่อบางทีจะได้มีโอกาสร่วมงานกับเขาในช่วงปลายอาชีพของผม แต่น่าเสียดายที่ผมตัดสินใจย้ายออกไป เมื่อมองย้อนกลับไป ผมน่าจะอยู่ต่อและยอมเสี่ยงกับโอกาสนั้น”

มันคือหนึ่งในคำถามประเภท “ถ้าเกิดขึ้นจริงจะเป็นอย่างไร” ที่แฟนลิเวอร์พูลไม่มีวันได้คำตอบ เพราะสไตล์การเล่นที่เต็มไปด้วยพลัง ความดุดัน และความเป็นผู้นำของเจอร์ราร์ด ดูมีองค์ประกอบหลายอย่างที่น่าสนใจอย่างยิ่งหากได้ทำงานกับฟุตบอลพลังสูงของคล็อปป์

คล็อปป์เข้ามาแล้วเปลี่ยนลิเวอร์พูลสู่ยุคแห่งความสำเร็จ

หลังรับตำแหน่งต่อจากร็อดเจอร์ส คล็อปป์ค่อยๆ ปั้นลิเวอร์พูลกลับขึ้นสู่หัวแถวของยุโรป ก่อนพาทีมคว้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2018/19 และตามด้วยพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019/20 ซึ่งเป็นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกของสโมสรในรอบ 30 ปี

เมื่อผลงานของคล็อปป์ถูกเขียนลงในประวัติศาสตร์ ความเสียดายของเจอร์ราร์ดจึงยิ่งมีน้ำหนัก เพราะหากเขาอยู่ต่ออีกเพียงหนึ่งฤดูกาล เส้นทางของสองบุคคลสำคัญแห่งแอนฟิลด์อาจได้บรรจบกันจริงบนสนามแข่งขัน

710 นัด 186 ประตู แต่ถ้วยพรีเมียร์ลีกคือสิ่งที่ขาดหาย

เจอร์ราร์ดปิดฉากเส้นทางกับลิเวอร์พูลด้วยสถิติลงสนามถึง 710 นัด 186 ประตู พร้อมเป็นกำลังหลักในความสำเร็จหลายรายการ และถูกยกให้เป็นหนึ่งในกองกลางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

อย่างไรก็ตาม ถ้วยหนึ่งที่ไม่เคยตกอยู่ในมือของเขาคือพรีเมียร์ลีก แม้ฤดูกาล 2013/14 จะพาทีมเข้าใกล้ความฝันอย่างมากก็ตาม ก่อนที่คล็อปป์จะเป็นคนพาลิเวอร์พูลยุติการรอคอยแชมป์ลีกสูงสุดได้สำเร็จในอีกไม่กี่ปีต่อมา

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ เจอร์ราร์ด ลิเวอร์พูล และคล็อปป์

  • เจอร์ราร์ดก้าวขึ้นเล่นทีมชุดใหญ่ลิเวอร์พูลในปี 1998 และอยู่กับทีมยาวนานจนถึงปี 2015
  • ตลอดเส้นทางกับหงส์แดง เขาคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ และยูฟ่า คัพ แต่ไม่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก
  • คล็อปป์เข้ามาคุมลิเวอร์พูลในปีเดียวกับที่เจอร์ราร์ดอำลาทีม ก่อนสร้างยุคแห่งความสำเร็จทั้งในอังกฤษและยุโรป

เรื่องราวนี้จึงไม่ใช่เพียงความเสียดายของอดีตกัปตันทีม แต่มันคือหนึ่งในเส้นทางคู่ขนานที่แฟนหงส์แดงอดจินตนาการไม่ได้ว่า หากเจอร์ราร์ดได้ลงเล่นภายใต้คล็อปป์จริง ภาพสุดท้ายในสีเสื้อลิเวอร์พูลของเขาอาจแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ติดตามข่าวฟุตบอลต่างประเทศ พรีเมียร์ลีก และเรื่องราวเข้มข้นจากโลกฟุตบอลได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM