RB Leipzig ต้องเจอกับค่ำคืนที่เลวร้ายในการกลับคืนสู่เวที UEFA Champions League หลังบุกไปถูก โคโม ทีมน้องใหม่ของรายการ ไล่ถล่มแบบหมดสภาพ 4-1 ที่สนาม สตาดิโอ จูเซ็ปเป้ ซินิกาญา
เกมนี้มีความหมายอย่างมากสำหรับเจ้าถิ่น เพราะเป็นการลงเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรปครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร หลังจบอันดับ 4 ในเซเรีย อา ฤดูกาลก่อน ขณะที่ ไลป์ซิก กลับมาลุยแชมเปียนส์ลีกอีกครั้งหลังหายไปหนึ่งปี และถือเป็นการเข้าร่วมรายการนี้ครั้งที่ 8 ของสโมสร
บาตูรินาปลดล็อก โคโมเดินหน้าบดไม่หยุด
โคโมเปิดเกมอย่างดุดันและได้ประตูนำ 1-0 ในนาทีที่ 15 จาก มาร์ติน บาตูรินา ซึ่งเก็บบอลจังหวะสองในกรอบเขตโทษ หลังแนวรับไลป์ซิกเคลียร์ลูกเปิดเรียดของ อนาสตาซิออส ดูวิคาส ไม่ขาด ก่อนยิงผ่านผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างเยือกเย็น
ไลป์ซิกเกือบตอบโต้ทันทีในอีกหนึ่งนาทีต่อมา อันโตนิโอ นูซา หลุดเข้าไปลุ้นประตู แต่ ฌอง บูเตซ นายด่านโคโมออกแรงเซฟสำคัญเอาไว้ได้
จากนั้นทีมเยือนยังมีโอกาสจาก อันดริยา มักซิโมวิช และ มาร์ค กีอู โดยรายแรกถูกบูเตซปฏิเสธ ส่วนกีอูโหม่งจากระยะใกล้หลุดกรอบ ทำให้โอกาสไล่ตีเสมอหลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย

ดูวิคาสลงโทษแนวรับ ไลป์ซิกตามสองลูกก่อนพัก
เพียงสองนาทีหลังโอกาสของกีอู เจ้าถิ่นกลับเป็นฝ่ายกระแทกประตูที่สอง เมื่อบาตูรินาจ่ายทะลุช่องให้ อนาสตาซิออส ดูวิคาส หลุดเข้าไปดวลกับแนวรับ ก่อนเบียดเอาชนะ คาสเตลโล ลูเคบา และยิงเสียบมุมไกลอย่างเฉียบขาด
ประตูดังกล่าวส่งโคโมหนีเป็น 2-0 และทำให้ไลป์ซิกต้องเดินเข้าห้องแต่งตัวพร้อมภารกิจหนัก เมื่อเกมรุกมีโอกาสแต่เปลี่ยนเป็นประตูไม่ได้ ขณะที่ความผิดพลาดในแนวรับถูกเจ้าถิ่นลงโทษแทบทุกครั้ง
ครึ่งหลังไลป์ซิกเร่งเครื่อง แต่โดนโคโมแทงซ้ำ
ไลป์ซิกกลับมาครึ่งหลังด้วยความกระตือรือร้นมากขึ้น แต่แทนที่จะได้ประตูตีตื้น กลับถูกโคโมเล่นงานเป็น 3-0 ในนาทีที่ 54
นิโก ปาซ จ่ายบอลให้ อัสซาน ดิเอา ใช้ความเร็วทะลุขึ้นไป ก่อนกดบอลอย่างรุนแรงพุ่งเสียบมุมไกล เป็นประตูที่ทำให้สถานการณ์ของทีมเยือนเข้าสู่จุดวิกฤต
หลังจากนั้น ลูคัส ดา คุนญา กัปตันทีมโคโมมีโอกาสบวกประตูที่สี่ เมื่อได้ยิงในจังหวะที่ประตูเปิดกว้าง แต่บอลหลุดกรอบไป ทำให้ไลป์ซิกยังมีลมหายใจ
มักซิโมวิชจุดความหวัง แต่ไลป์ซิกกลับเกมไม่สำเร็จ
เพียงหนึ่งนาทีหลังรอดพ้นการเสียประตูที่สี่ ไลป์ซิกก็ทวงคืนมาได้หนึ่งลูกจากจังหวะที่ คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู จ่ายบอลให้ มักซิโมวิช บริเวณหน้าเขตโทษ ก่อนเจ้าตัวซัดจังหวะแรกปั่นบอลเสียบเข้าไปอย่างสวยงาม ไล่มาเป็น 3-1 ก่อนครบหนึ่งชั่วโมง
ประตูดังกล่าวทำให้ไลป์ซิกพยายามเร่งเกมและเดินหน้ากดดันเพื่อหาทางกลับเข้าสู่การแข่งขัน แต่โคโมยังคุมพื้นที่ได้แน่นหนา ไม่เปิดช่องให้ทีมเยือนสร้างโอกาสสำคัญมากพอที่จะพลิกสถานการณ์
เปอร์โรเนปิดบัญชี 4-1 โคโมประกาศศักดาเกมแรก
ก่อนเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ไลป์ซิกที่ดันผู้เล่นขึ้นสูงถูกลงโทษจากเกมสวนกลับเร็ว นิโก ปาซ จ่ายบอลให้ตัวสำรอง มักซิโม เปอร์โรเน หลุดเข้าไปยิงประตูปิดท้ายเป็น 4-1
ชัยชนะครั้งนี้จึงกลายเป็นการเปิดตัวบนเวทียุโรปที่แทบสมบูรณ์แบบของโคโม ขณะที่ทีมของ มาร์ติน เดมิเคลิส ต้องกลับไปแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้ายและการรับมือเกมสวนกลับ หลังมีโอกาสลุ้นประตูหลายครั้งแต่ไม่สามารถเปลี่ยนโมเมนตัมของเกมได้
สรุปผู้ทำประตู โคโม 4-1 ไลป์ซิก
- 1-0 มาร์ติน บาตูรินา นาที 15
- 2-0 อนาสตาซิออส ดูวิคาส นาที 38 แอสซิสต์โดย บาตูรินา
- 3-0 อัสซาน ดิเอา นาที 54 แอสซิสต์โดย นิโก ปาซ
- 3-1 อันดริยา มักซิโมวิช นาที 58 แอสซิสต์โดย คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู
- 4-1 มักซิโม เปอร์โรเน นาที 90 แอสซิสต์โดย นิโก ปาซ
โปรแกรมต่อไปของไลป์ซิก หนักขึ้นทุกนัด
หลังพลาดท่าในเกมเปิดสนาม ไลป์ซิกมีคิวกลับมาเล่นในบ้านพบ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟน วันที่ 13 ตุลาคม 2026 ก่อนออกไปเยือน เรอัล มาดริด วันที่ 21 ตุลาคม และเปิดบ้านรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วันที่ 4 พฤศจิกายน ตามโปรแกรมลีกเฟสของแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2026/27
สถานการณ์จึงกดดันตั้งแต่ต้น เพราะโปรแกรมข้างหน้ามีคู่แข่งระดับสูงรออยู่ต่อเนื่อง ความพ่ายแพ้ต่อโคโมไม่ใช่เพียงการเสียสามคะแนน แต่เป็นสัญญาณเตือนว่าไลป์ซิกจำเป็นต้องยกระดับทั้งความเด็ดขาดในเกมรุกและความรัดกุมในเกมรับ หากหวังเดินหน้าในเวทียุโรปฤดูกาลนี้

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ แชมเปียนส์ลีกและเกมโคโมพบไลป์ซิก
- ฟุตบอลระดับยุโรปมักลงโทษความผิดพลาดได้รุนแรง เพราะทีมที่เปลี่ยนจังหวะรับเป็นรุกได้รวดเร็วมักสร้างความแตกต่างในเกมที่สูสี
- การเสียประตูก่อนพักครึ่งมีผลต่อแผนในครึ่งหลัง เพราะทีมที่ตามหลังจำเป็นต้องดันเกมสูงขึ้นและอาจเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งสวนกลับ
- รูปแบบลีกเฟสทำให้ทุกคะแนนมีความหมาย ทีมที่สะดุดตั้งแต่นัดแรกจึงต้องบริหารผลการแข่งขันในเกมต่อไปอย่างรอบคอบ
ติดตามข่าวฟุตบอลยุโรปกับ GOALSIAM
ทุกเกมใหญ่มีรายละเอียดที่เปลี่ยนการแข่งขันได้เสมอ ติดตามผลการแข่งขัน ความเคลื่อนไหวทีมดัง และเรื่องร้อนจากศึกฟุตบอลยุโรปแบบเข้มข้นได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM พร้อมเกาะทุกจังหวะสำคัญก่อนและหลังเสียงนกหวีด