อลีสซงโดนเอฟเอลงดาบ ปรับหนัก 8,000 ปอนด์

อลีสซง เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิลของ ลิเวอร์พูล ถูกสมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ สั่งปรับเงิน 8,000 ปอนด์ หรือประมาณ 352,000 บาท หลังเจ้าตัวยอมรับข้อกล่าวหาแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมบริเวณอุโมงค์ทางเดินนักเตะ หลังเกมพรีเมียร์ลีกที่ ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์เสมอ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ 2-2

เหตุการณ์เดือดเกิดขึ้นหลังเสียงนกหวีดหมดเวลา เมื่ออลีสซงเดินออกจากสนามด้วยอารมณ์หงุดหงิด ก่อนระบายความไม่พอใจด้วยการเตะป้ายเปลี่ยนตัวอิเล็กทรอนิกส์จนได้รับความเสียหาย ส่งผลให้เอฟเอเข้ามาดำเนินการทางวินัยในภายหลัง โดยบทลงโทษดังกล่าวเป็นโทษมาตรฐานหลังนักเตะยอมรับข้อกล่าวหา

ชนวนเดือดจากปัญหาป้ายเปลี่ยนตัว ก่อนฟอเรสต์ได้จุดโทษ

ต้นเหตุของความเดือดเกิดขึ้นในช่วงที่เกมเสมอกัน 1-1 เมื่อ อันโดนี่ อิราโอล่า ต้องการเปลี่ยนผู้เล่น ลิเวอร์พูล พร้อมกัน 3 ราย แต่เจ้าหน้าที่คนที่ 4 มีปัญหากับป้ายเปลี่ยนตัวอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้การเปลี่ยนตัวล่าช้าไปหลายนาที ทั้งที่บอลออกจากสนามหลายครั้งและมีโอกาสให้ดำเนินการเปลี่ยนตัวได้

ระหว่างที่ลิเวอร์พูลยังส่งตัวสำรองลงสนามไม่ได้ ฟอเรสต์ฉวยจังหวะเล่นลูกทุ่มเร็ว ก่อนบอลไปถึง เนโก วิลเลี่ยมส์ ที่หลุดเข้าเขตโทษและถูกอลีสซงเข้าปะทะ ผู้ตัดสินเป่าเป็นจุดโทษ พร้อมแจกใบเหลืองให้นายด่านบราซิเลียน ก่อนที่ มอร์แกน กิ๊บส์-ไวท์ จะยิงเข้าไปให้ทีมเยือนนำ 2-1

คณะกรรมการพรีเมียร์ลีกชี้ จุดโทษนี้ไม่ควรเกิดขึ้น

ดราม่ายิ่งร้อนแรงขึ้นเมื่อคณะกรรมการพิจารณาเหตุการณ์สำคัญในการแข่งขัน หรือ KMI Panel ตรวจสอบจังหวะดังกล่าวภายหลัง และมีมติ 3 ต่อ 2 ว่า ผู้ตัดสินไม่ควรมอบจุดโทษให้ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ เพราะการปะทะของอลีสซงเกิดจากโมเมนตัมในการพยายามป้องกันบอล และไม่ได้เข้าข่ายการเล่นแบบประมาทรุนแรงถึงระดับที่ควรเป็นจุดโทษ

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการมีมติ 5 ต่อ 0 ว่า VAR ทำถูกต้องแล้วที่ไม่แทรกแซง เนื่องจากการตัดสินในสนามไม่ได้ผิดพลาดอย่างชัดเจนถึงเกณฑ์ที่ VAR จะต้องเรียกผู้ตัดสินไปดูจอมอนิเตอร์ ซึ่งสะท้อนความแตกต่างระหว่างการประเมินว่าคำตัดสินถูกหรือผิด กับมาตรฐานระดับที่ VAR สามารถเข้ามาเปลี่ยนคำตัดสินได้

ลิเวอร์พูลฮึดไล่เจ๊า แต่ความเดือดยังไม่จบหลังเกม

แม้ กิ๊บส์-ไวท์ จะยิงจุดโทษให้ ฟอเรสต์ ขึ้นนำ แต่ ลิเวอร์พูล ไม่ยอมตายง่าย ก่อนที่ บิคตอร์ มูนญอซ จะซัดประตูตีเสมอในนาทีที่ 82 ช่วยให้หงส์แดงรอดพ้นจากความพ่ายแพ้และแบ่งแต้มด้วยสกอร์ 2-2

อย่างไรก็ตาม ความอัดอั้นจากทั้งจังหวะเปลี่ยนตัวที่ล่าช้าและคำตัดสินจุดโทษได้ระเบิดออกมาหลังเกม เมื่ออลีสซงเตะป้ายเปลี่ยนตัวบริเวณทางเข้าอุโมงค์ และกลายเป็นเหตุให้เขาต้องจ่ายค่าปรับจากเอฟเอในที่สุด

เอฟเอยืนยัน อลีสซงยอมรับข้อกล่าวหา

ด้านโฆษกของสมาคมฟุตบอลอังกฤษยืนยันว่า นายทวารมือหนึ่งของลิเวอร์พูลยอมรับความผิดเรียบร้อยแล้ว ก่อนถูกลงโทษตามมาตรฐาน

“มีการกล่าวหาว่าผู้รักษาประตูประพฤติตัวไม่เหมาะสมบริเวณอุโมงค์ทางเดินนักเตะ หลังสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย โดย อลีสซง เบ็คเกอร์ ได้ยอมรับข้อกล่าวหาที่มีต่อเขาในเวลาต่อมา และได้รับบทลงโทษตามมาตรฐาน”

บทเรียนราคาแพงของมือหนึ่งหงส์แดง

เรื่องนี้สะท้อนชัดว่า ต่อให้ต้นเหตุของความไม่พอใจจะมาจากเหตุการณ์ในสนามที่ภายหลังถูกมองว่าเป็นคำตัดสินที่ผิดพลาด นักฟุตบอลก็ยังต้องรับผิดชอบต่อพฤติกรรมของตัวเองหลังเกม การระบายอารมณ์ด้วยการทำลายอุปกรณ์จึงหนีไม่พ้นบทลงโทษจากองค์กรลูกหนังอังกฤษ

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ การลงโทษทางวินัยในฟุตบอลอังกฤษ

  • พฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักเตะสามารถถูกลงโทษย้อนหลังได้ แม้เหตุการณ์จะเกิดหลังสิ้นเสียงนกหวีดแล้ว
  • VAR จะเข้าแทรกแซงคำตัดสินเชิงดุลยพินิจเมื่อเข้าเกณฑ์ความผิดพลาดที่ชัดเจนและเห็นได้ชัด ไม่ใช่ทุกคำตัดสินที่ถูกมองว่าผิดจะต้องถูกแก้ไข
  • การยอมรับข้อกล่าวหาในคดีทางวินัยบางประเภทสามารถนำไปสู่การใช้บทลงโทษมาตรฐานของเอฟเอได้

ติดตามทุกความเคลื่อนไหว พรีเมียร์ลีก ข่าวลิเวอร์พูล ดราม่าผู้ตัดสิน และประเด็นร้อนจากโลกฟุตบอลแบบเข้มข้นถึงทุกจังหวะ ได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM