เดินหน้ายกระดับวงการลูกหนังไทยจากรากฐาน! สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ผนึกกำลัง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) เปิดโปรแกรมประเมินวิทยากรฟุตบอลไทยครั้งสำคัญ ภายใต้โครงการ FIFA Assessment Practice Programme ที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 26-30 ตุลาคม 2569 มุ่งยกระดับบุคลากรด้านการสอนผู้ฝึกสอนให้มีมาตรฐานทัดเทียมระดับนานาชาติ พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ผ่านเกณฑ์ได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองจากฟีฟ่าโดยตรง

สมาคมฟุตบอลไทยจับมือ FIFA ยกระดับวิทยากรสู่มาตรฐานสากล

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับฟีฟ่า จัดโปรแกรมการประเมินและฝึกปฏิบัติการสอนวิทยากร กลุ่มที่ 1 ภายใต้ชื่อ FIFA Assessment Practice Programme ระหว่างวันที่ 26-30 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์ฝึกฟุตบอลอัลไพน์ จังหวัดเชียงใหม่

การประเมินครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ FIFA Coach Educators’ Development Pathway ซึ่งมีเป้าหมายพัฒนาศักยภาพวิทยากรผู้ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ให้ผู้ฝึกสอนฟุตบอล โดยเน้นทั้งความเชี่ยวชาญด้านเนื้อหา เทคนิคการสอน และความสามารถในการประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ

นี่ไม่ใช่เพียงการจัดอบรมทั่วไป แต่เป็นกระบวนการทดสอบความพร้อมของบุคลากรที่ต้องรับหน้าที่สร้างโค้ชรุ่นใหม่ให้กับวงการฟุตบอลไทยในอนาคต

ทีมผู้เชี่ยวชาญ FIFA นำทัพประเมินเข้มที่เชียงใหม่

การประเมินครั้งนี้นำโดย กอนซาเลซ ดิอาซ ผู้ทำหน้าที่ FIFA Instructor Evaluator พร้อมด้วยบุคลากรสำคัญของวงการฟุตบอลไทยที่เข้าร่วมดำเนินกิจกรรม ได้แก่

  • อาจารย์ทรงยศ กลิ่นศรีสุข รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคและทีมชาติ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ
  • โค้ชหนึ่ง หนึ่งฤทัย สระทองเวียน ผู้อำนวยการฝ่ายฟุตบอลหญิง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ
  • อาจารย์อรุณ ตุลย์วัฒนางกูร

การมีผู้เชี่ยวชาญจากฟีฟ่าเข้ามาร่วมประเมินโดยตรง ถือเป็นโอกาสสำคัญที่วิทยากรไทยจะได้พิสูจน์ความสามารถภายใต้หลักเกณฑ์ระดับสากล พร้อมรับข้อเสนอแนะเพื่อนำไปปรับปรุงรูปแบบการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

บททดสอบสุดเข้ม! วัดทั้งทฤษฎีและภาคสนาม คนละ 25 นาที

หัวใจสำคัญของโครงการอยู่ที่การประเมินความสามารถของวิทยากรทั้งสองด้าน ได้แก่ การสอนภาคทฤษฎีในห้องเรียน (Theory) และการฝึกปฏิบัติจริงในสนามฟุตบอล (Practical)

สำหรับการทดสอบภาคสนาม มีนักกีฬาตัวอย่างจากโรงเรียนวชิราลัย จังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมกิจกรรม โดยกำหนดให้วิทยากรแต่ละคนใช้เวลาในการนำเสนอและดำเนินการสอนคนละ 25 นาที

4 ประเด็นสำคัญที่ FIFA ใช้วัดคุณภาพวิทยากร

  • การเตรียมแผนการสอน ต้องกำหนดเป้าหมาย เนื้อหา และรูปแบบกิจกรรมอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้จริง
  • การสร้างการมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้ผู้เรียนคิด วิเคราะห์ แสดงความคิดเห็น และมีบทบาทระหว่างการเรียนรู้
  • การบริหารจัดการเวลา ถ่ายทอดเนื้อหาและดำเนินกิจกรรมให้บรรลุวัตถุประสงค์ภายในระยะเวลาที่กำหนด
  • การสอนแบบยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง หรือ Learner-Centered Approach ให้ความสำคัญกับความต้องการและพัฒนาการของผู้เรียนมากกว่าการบรรยายเพียงฝ่ายเดียว

อีกหนึ่งรายละเอียดที่น่าสนใจคือ วิทยากรที่ไม่ได้เข้ารับการประเมินในรอบนั้นจะสลับมาทำหน้าที่เป็นผู้เรียนในห้องเรียน เพื่อจำลองสถานการณ์การสอนจริง และเปิดโอกาสให้คณะผู้ประเมินตรวจสอบทักษะการถ่ายทอดความรู้ได้อย่างรอบด้าน

ผ่านเกณฑ์รับใบรับรอง FIFA ต่อยอดสร้างโค้ชคุณภาพทั่วประเทศ

โครงการนี้ถือเป็นขั้นตอนการประเมินสุดท้ายเพื่อรับรองมาตรฐานวิทยากร โดยมีเป้าหมายลดช่องว่างด้านความสามารถและพัฒนาทักษะการสอนในทุกมิติ ให้สอดคล้องกับแนวทางของฟีฟ่า

วิทยากรที่ผ่านเกณฑ์การประเมินหลังสิ้นสุดหลักสูตรจะได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐานการเป็นวิทยากรจาก FIFA ซึ่งเป็นการยืนยันความพร้อมทั้งด้านองค์ความรู้ ความสามารถ และกระบวนการถ่ายทอดเนื้อหาตามมาตรฐานสากล

ความสำคัญของโครงการไม่ได้หยุดอยู่ที่ใบประกาศนียบัตร เพราะวิทยากรเหล่านี้จะมีบทบาทในการถ่ายทอดความรู้และพัฒนาผู้ฝึกสอนฟุตบอลทั่วประเทศไทย ช่วยยกระดับคุณภาพการฝึกซ้อมและวางรากฐานการพัฒนานักเตะในระยะยาว

ต่อยอดงานพัฒนาบุคลากร หลังวิทยากรไทยเคยผ่านการรับรองจาก FIFA

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการสานต่อแนวทางพัฒนาบุคลากรที่สมาคมฟุตบอลไทยดำเนินการร่วมกับฟีฟ่าอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2568 มีวิทยากรชาวไทย 3 คน ได้แก่ เจตนิพัทธ์ รชตเฉลิมโรจน์, เอกลักษณ์ ทองอ่ำ และ ทรงยศ กลิ่นศรีสุข ได้รับการรับรอง FIFA Coach Educator’s Diploma หลังผ่านกระบวนการประเมินที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย

ต่อมาในวันที่ 2-5 มิถุนายน 2569 ประเทศไทยยังเป็นเจ้าภาพจัดโครงการ FIFA Assessment Training ที่ศูนย์ฝึกฟุตบอลอัลไพน์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีวิทยากรจากประเทศไทย 6 คน และอินโดนีเซีย 7 คน เข้าร่วม รวมทั้งหมด 13 คน เพื่อพัฒนาทักษะด้านการสังเกต วิเคราะห์ ประเมินคุณภาพการสอน และการให้ข้อเสนอแนะตามมาตรฐานฟีฟ่า

ความต่อเนื่องของโครงการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การยกระดับฟุตบอลไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงนักเตะและทีมชาติเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับบุคลากรเบื้องหลัง โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่สร้างและพัฒนาผู้ฝึกสอนให้มีคุณภาพ

เตรียมลุยต่อกลุ่มที่ 2 วันที่ 2-5 พฤศจิกายน 2569

สำหรับโปรแกรมการประเมินและฝึกปฏิบัติการสอนวิทยากร กลุ่มที่ 2 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-5 พฤศจิกายน 2569 ณ ศูนย์ฝึกฟุตบอลอัลไพน์ จังหวัดเชียงใหม่ เช่นเดียวกับกลุ่มแรก

การเดินหน้าประเมินวิทยากรอย่างต่อเนื่องถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการพัฒนาระบบการศึกษาผู้ฝึกสอนฟุตบอลไทย เพราะเมื่อบุคลากรผู้ถ่ายทอดความรู้มีมาตรฐานสูงขึ้น ก็ย่อมเพิ่มโอกาสในการผลิตโค้ชที่มีคุณภาพ และสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้วงการลูกหนังไทยตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงระดับอาชีพ

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับโครงการพัฒนาวิทยากรฟุตบอล FIFA

  • Coach Educator แตกต่างจาก Coach อย่างไร? Coach คือผู้ฝึกสอนที่ทำหน้าที่พัฒนานักฟุตบอลโดยตรง ส่วน Coach Educator คือวิทยากรที่มีหน้าที่ให้ความรู้ ฝึกอบรม และพัฒนาศักยภาพของผู้ฝึกสอนอีกทอดหนึ่ง
  • Learner-Centered Approach คืออะไร? เป็นแนวทางการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การลงมือปฏิบัติ และการค้นหาคำตอบด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดความเข้าใจมากกว่าการจดจำเนื้อหาเพียงอย่างเดียว
  • ทำไมการพัฒนาวิทยากรจึงสำคัญต่อฟุตบอลไทย? เพราะคุณภาพของวิทยากรส่งผลต่อมาตรฐานการผลิตผู้ฝึกสอน ซึ่งเป็นบุคลากรสำคัญในการพัฒนานักฟุตบอลตั้งแต่ระดับรากฐานจนถึงทีมชาติ

ขอบคุณรูปภาพจาก FA Thailand

ติดตามความเคลื่อนไหววงการฟุตบอลไทย ข่าวทีมชาติไทย และทุกความคืบหน้าการพัฒนาลูกหนังไทยได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM แหล่งรวมข่าวฟุตบอลเข้มข้น ครบทุกประเด็นสำคัญสำหรับแฟนบอลตัวจริง