งานเข้าเต็มๆ สำหรับ 10 สโมสรฟุตบอลไทย หลัง คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท มีมติลงดาบกรณีไม่ติดอาร์มประจำรายการบนชุดแข่งขันในศึก ช้าง เอฟเอ คัพ 2026/27 รอบ 64 ทีมสุดท้าย ผิดระเบียบการแข่งขันอย่างชัดเจน ก่อนสั่งปรับสโมสรละ 3,333 บาท รวมค่าปรับทั้งสิ้น 33,330 บาท
วินัยบอลไทยเอาจริง! 10 สโมสรโดนลงโทษฐานชุดแข่งผิดระเบียบ
จากการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 9 ประจำฤดูกาล 2569/70 เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธานการประชุม ได้มีการพิจารณาเหตุการณ์ผิดปกติจากการแข่งขันฟุตบอลถ้วยช้าง เอฟเอ คัพ รอบ 64 ทีมสุดท้าย
ผลการตรวจสอบพบว่า มีถึง 10 สโมสรที่จัดเตรียมชุดแข่งขันให้นักฟุตบอลไม่เป็นไปตามข้อบังคับ โดยเฉพาะการไม่ติดเครื่องหมายประจำรายการแข่งขัน หรือ อาร์มการแข่งขัน ซึ่งระเบียบกำหนดให้ต้องติดอย่างถาวรและคงสภาพอยู่ตลอดการแข่งขัน
แม้จะไม่ใช่ความผิดจากการปะทะในสนามหรือการแสดงพฤติกรรมรุนแรง แต่เรื่องเครื่องแต่งกายถือเป็นข้อกำหนดสำคัญของฟุตบอลอาชีพที่ทุกสโมสรต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
เปิดรายชื่อ 10 สโมสร ถูกปรับเงินฐานไม่ติดอาร์มช้าง เอฟเอ คัพ
สำหรับ 10 สโมสรที่ถูกลงโทษ จากกรณีชุดแข่งขันไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ประกอบด้วย
- ศรีสะเกษ ยูไนเต็ด
- บูรพา ยูไนเต็ด
- ราษีไศล ยูไนเต็ด
- หนองบัว พิชญ เอฟซี
- เอฟซี ยะลา
- พัทยา ยูไนเต็ด
- บ้านบึง เอฟซี
- วีอาร์เอ็น เมืองนนท์ เอฟซี
- สมุย ยูไนเต็ด
- สงขลา เอฟซี
ทั้ง 10 สโมสรถูกพิจารณาความผิดในลักษณะเดียวกัน คือไม่ติดเครื่องหมายประจำรายการแข่งขันแบบถาวรบนชุดนักกีฬา ซึ่งขัดต่อข้อกำหนดของฝ่ายจัดการแข่งขันโดยตรง
เปิดบทลงโทษ! จากค่าปรับ 10,000 บาท เหลือสโมสรละ 3,333 บาท
คณะกรรมการพิจารณาวินัยฯ วินิจฉัยว่าทั้ง 10 สโมสรมีความผิดตาม ระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.1 ซึ่งกำหนดโทษปรับเบื้องต้นสโมสรละ 10,000 บาท
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นในรายการช้าง เอฟเอ คัพ รอบ 64 ทีมสุดท้าย จึงมีการปรับลดโทษเหลือหนึ่งในสามของอัตราที่กำหนด ส่งผลให้แต่ละสโมสรต้องจ่ายค่าปรับ 3,333 บาท
สรุปตัวเลขค่าปรับทั้ง 10 สโมสร
- จำนวนสโมสรที่ถูกลงโทษ 10 สโมสร
- อัตราค่าปรับที่นำมาคำนวณก่อนลดโทษ สโมสรละ 10,000 บาท
- อัตราค่าปรับหลังลดโทษหนึ่งในสาม สโมสรละ 3,333 บาท
- ยอดค่าปรับรวมทั้ง 10 สโมสร 33,330 บาท
แม้จำนวนเงินอาจไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของสโมสรฟุตบอลอาชีพ แต่การถูกลงโทษพร้อมกันถึง 10 ทีมสะท้อนให้เห็นว่า การตรวจสอบรายละเอียดชุดแข่งขันยังเป็นประเด็นที่หลายสโมสรต้องเพิ่มความรอบคอบ
เจาะระเบียบข้อ 3.1 ทำไมไม่ติดอาร์มถึงต้องเสียค่าปรับ?
ตามระเบียบของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ข้อ 3.1 ระบุว่า สโมสรใดจัดชุดสำหรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของการแข่งขันแต่ละรายการ จะถูกปรับเงินครั้งละตั้งแต่ 10,000-20,000 บาท
ข้อบังคับดังกล่าวครอบคลุมทั้งรูปแบบเครื่องแต่งกายและเครื่องหมายที่จำเป็นต้องปรากฏบนชุดแข่งขัน ไม่ใช่เพียงเรื่องสีเสื้อหรือหมายเลขนักฟุตบอลเท่านั้น
กรณีเหตุสุดวิสัยสามารถผ่อนผันได้หรือไม่?
ระเบียบเปิดช่องให้พิจารณาผ่อนผันในกรณีมีเหตุสุดวิสัยตามสมควรเกิดขึ้นในวันแข่งขัน โดยผู้ประเมินผู้ตัดสินหรือผู้ควบคุมการแข่งขันสามารถใช้ดุลพินิจอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม เพื่อให้การแข่งขันดำเนินต่อไปได้
แต่หากไม่ใช่เหตุสุดวิสัย สโมสรต้องรับผิดชอบตามข้อบังคับ และอาจต้องชดใช้ค่าเสียหายเพิ่มเติมหากฝ่ายสิทธิประโยชน์เรียกร้อง จากกรณีไม่มีเครื่องหมายผู้สนับสนุนการแข่งขันติดบริเวณแขนเสื้อด้านขวา
ชุดแข่งมีเนื้อหาผิดข้อกำหนด โทษอาจพุ่งถึงหลักแสน
นอกจากนี้ หากชุดแข่งขันมีข้อความหรือเนื้อหาที่ทำลายภาพลักษณ์ของสมาคม ขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย ศีลธรรม หรือกระทบต่อสิทธิประโยชน์โดยรวมของสมาคม สโมสรอาจถูกลงโทษปรับเงินตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท ต่อครั้ง
จึงเห็นได้ชัดว่ากฎเรื่องเครื่องแต่งกายไม่ได้เป็นเพียงข้อกำหนดด้านความสวยงาม แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับระเบียบการแข่งขัน ภาพลักษณ์ และสิทธิประโยชน์ทางธุรกิจของฟุตบอลไทย
วินัยเข้มต่อเนื่อง! เมืองทอง ยูไนเต็ด ก็โดนปรับจากศึกเอฟเอ คัพ
การประชุมครั้งเดียวกันยังมีอีกหนึ่งกรณีจากการแข่งขันช้าง เอฟเอ คัพ รอบ 64 ทีม เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ระหว่าง อยุธยา ยูไนเต็ด พบ เมืองทอง ยูไนเต็ด หลังตรวจพบว่ากองเชียร์เมืองทองกระโดดเหยียบบนเก้าอี้อัฒจันทร์จนเสียหายประมาณ 6-7 ตัว
คณะกรรมการฯ ลงโทษปรับเมืองทอง ยูไนเต็ด จากอัตรา 30,000 บาท เหลือ 10,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ลดโทษหนึ่งในสาม พร้อมกำหนดให้ชดใช้ค่าเสียหายตามจริงแก่ผู้ได้รับความเสียหาย หากมีการเรียกร้อง
ทั้งสองกรณีย้ำชัดว่า มาตรการทางวินัยครอบคลุมทั้งความรับผิดชอบเรื่องชุดแข่งขันและพฤติกรรมของกองเชียร์ โดยสโมสรต้องดูแลทุกองค์ประกอบให้เป็นไปตามมาตรฐานการแข่งขัน
ช้าง เอฟเอ คัพ เตรียมลุยรอบ 32 ทีมสุดท้าย
สำหรับการแข่งขันช้าง เอฟเอ คัพ ฤดูกาล 2026/27 ได้ทีมผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว โดยมีกำหนดจับสลากประกบคู่วันที่ 29 ตุลาคม 2569 และวางโปรแกรมแข่งขันรอบต่อไปในวันที่ 15-17 ธันวาคม 2569
การแข่งขันรายการนี้มีเงินรางวัลสำหรับทีมแชมป์ 5 ล้านบาท ส่วนรองแชมป์รับ 1 ล้านบาท พร้อมสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลเอเชียตามเงื่อนไขของรายการ ทำให้ทุกสโมสรต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านผลงานและการปฏิบัติตามระเบียบอย่างครบถ้วน
บทเรียนสำคัญที่ทุกสโมสรต้องจำ
เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเครื่องเตือนใจว่า ฟุตบอลอาชีพไม่ได้ตัดสินกันเฉพาะผลงานในสนามเท่านั้น การบริหารจัดการเบื้องหลัง โดยเฉพาะการเตรียมชุดแข่งขันและการปฏิบัติตามข้อบังคับ ล้วนมีผลต่อความรับผิดชอบของสโมสร
การตรวจสอบอุปกรณ์และเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อยก่อนลงสนามจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพราะความผิดพลาดเพียงจุดเดียวอาจนำไปสู่บทลงโทษทางการเงินโดยไม่จำเป็น
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับอาร์มแข่งขันและระเบียบชุดฟุตบอล
- อาร์มประจำการแข่งขัน เป็นเครื่องหมายแสดงรายการที่สโมสรเข้าร่วม โดยบางรายการกำหนดให้ติดบนชุดแข่งอย่างถาวรและต้องคงสภาพตลอดการแข่งขัน
- สิทธิประโยชน์ผู้สนับสนุน เป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับเครื่องแต่งกาย สโมสรจึงต้องติดเครื่องหมายตามตำแหน่งและเงื่อนไขที่ฝ่ายจัดการแข่งขันกำหนด
- การตรวจชุดแข่งขันก่อนลงสนาม ช่วยลดความเสี่ยงจากการผิดระเบียบ ทั้งเรื่องอาร์ม เครื่องหมายผู้สนับสนุน และรายละเอียดอื่นที่กำหนดไว้สำหรับแต่ละรายการ
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของ ฟุตบอลไทย ข่าววินัยสโมสร ผลการแข่งขัน และประเด็นร้อนจากศึกช้าง เอฟเอ คัพ พร้อมข่าวฟุตบอลไทยและต่างประเทศแบบเข้มข้น เจาะลึกทุกประเด็นได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM อัปเดตข่าวเด่นครบทุกวัน