โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ โกงความตายกลางซิกนัล อิดูน่า พาร์ค หลังเกือบปล่อยชัยชนะหลุดมือทั้งที่นำห่างสองประตู ก่อน มาร์เซล ซาบิตเซอร์ สวมบทฮีโร่ซัดฟรีคิกสุดเฉียบในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ พาทัพเสือเหลืองเปิดบ้านเฉือน แวร์เดอร์ เบรเมน 3-2 ในศึก เดเอฟเบ โพคาล 2026/27 รอบสอง เมื่อคืนวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2026 พร้อมตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ท่ามกลางแฟนบอล 81,365 คนที่ได้เห็นเกมสุดระทึกจนวินาทีท้าย

ดอร์ทมุนด์เปิดฉากเดือด กีราสซีซัดนำก่อนชุควูเอเมก้าบวกเม็ดสอง

ก่อนเกมนี้ทั้งสองทีมเพิ่งเสมอกัน 2-2 ในศึกบุนเดสลีกา หลังเบรเมนไล่ตามตีเสมอจากสถานการณ์ตามหลังสองประตู ขณะที่การพบกันในเดเอฟเบ โพคาล รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2020 เป็นฝ่ายนกนางนวลที่เอาชนะไป 3-2 ทำให้การดวลกันครั้งนี้มีเรื่องให้สะสางไม่น้อย

นิโก้ โควัช กุนซือเจ้าบ้าน ปรับทีม 4 ตำแหน่งจากเกมชนะไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต โดยไม่มี รามี่ เบนเซไบนี่ ที่ติดโทษแบน ส่วน ดาเนียล ติอูเน่ นายใหญ่เบรเมน เปลี่ยนผู้เล่น 4 รายเช่นกัน พร้อมตัดสินใจส่ง นิโคลาส ฟึลล์ครุก อดีตหัวหอกดอร์ทมุนด์ ออกสตาร์ตบนม้านั่งสำรอง

นาที 6 เสือเหลืองปลดล็อกอย่างรวดเร็ว

เสียงเฮเจ้าถิ่นดังสนั่นตั้งแต่นาทีที่ 6 เมื่อ มักซิมิเลียน ไบเออร์ จ่ายบอลให้ ยูเลียน ไรเยอร์สัน ก่อนเจ้าตัวสัมผัสบอลต่อให้ เซอร์ฮู กีราสซี หลุดเข้าไปจบสกอร์อย่างเฉียบขาด ส่งดอร์ทมุนด์ทะยานนำ 1-0

จากนั้นกีราสซีเกือบบวกประตูที่สองด้วยลูกโหม่งจากจังหวะเตะมุม แต่ถูกจับล้ำหน้าเสียก่อน อย่างไรก็ตาม เจ้าบ้านไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปนานนัก

นาที 17 ชุควูเอเมก้ากดเพิ่ม 2-0

ดอร์ทมุนด์เดินหน้าบดต่อเนื่องและได้ประตูหนีห่างในนาทีที่ 17 จากจังหวะที่ โจอี้ เฟียร์มัน เปิดบอลเข้ามาให้ โจ๊บ เบลลิงแฮม โหม่งชงต่อถึง คาร์นีย์ ชุควูเอเมก้า ก่อนเจ้าตัวซัดบอลเสียบมุมไกลอย่างเด็ดขาด ขยับสกอร์เป็น 2-0

ฝั่งเบรเมนพยายามหาทางตอบโต้ และมีโอกาสทองจาก เซดริก อิตเท่น ที่ได้โหม่งแบบไร้ตัวประกบจากระยะประมาณ 10 หลา แต่บอลตรงตัว เกรกอร์ โคเบล นายด่านดอร์ทมุนด์ ทำให้ครึ่งแรกจบลงด้วยความได้เปรียบของเจ้าบ้านสองประตู

ฟึลล์ครุกลงมาเปลี่ยนเกม! เบรเมนรัวสองลูกตีเสมอ 2-2

ครึ่งหลังสถานการณ์พลิกอย่างเหลือเชื่อ เมื่อเบรเมนเริ่มยกระดับเกมรุก ก่อนติอูเน่ตัดสินใจเปลี่ยนผู้เล่นพร้อมกันถึง 4 คนในช่วงใกล้ครบหนึ่งชั่วโมง โดยหนึ่งในนั้นคือ นิโคลาส ฟึลล์ครุก กองหน้าตัวเก๋าที่กลับมาสร้างฝันร้ายให้ทีมเก่า

นาที 65 จุดโทษจุดประกายการคัมแบ็ก

จังหวะสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ ไรเยอร์สัน ไปดึง มิก ชเมตเกนส์ ภายในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินจึงชี้ให้เบรเมนได้ลูกจุดโทษทันที

ฟึลล์ครุกรับหน้าที่สังหาร ก่อนยิงหลอกโคเบลให้พุ่งผิดทางอย่างเยือกเย็น ส่งบอลตุงตาข่ายไล่มาเป็น 2-1 และปลุกความหวังของทีมเยือนให้กลับมาลุกโชน

นาที 69 ฟึลล์ครุกระเบิดฟอร์มซัดเบิ้ล

เพียงไม่กี่นาทีหลังประตูแรก เบรเมนก็สร้างความตกตะลึงให้แฟนบอลเจ้าถิ่นอีกครั้ง เมื่อ ฟึลล์ครุก รับบอลต่อจาก เซนเน่อ ลีเนน ก่อนลากตะลุยผ่านแดนกลางและกดเรียดจากนอกกรอบเขตโทษส่งบอลเสียบมุมไกลอย่างเฉียบคม

สกอร์กลับมาเท่ากัน 2-2 ในพริบตา ดอร์ทมุนด์ที่เคยควบคุมเกมได้อย่างเด็ดขาดกลับตกอยู่ในสถานการณ์กดดันอย่างหนัก ขณะที่ฟึลล์ครุกกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่เปลี่ยนรูปเกมอย่างสิ้นเชิง

ซาบิตเซอร์ฮีโร่! ฟรีคิกนาที 90+3 ดับฝันเบรเมน

หลังถูกตีเสมอ โควัชไม่ยอมปล่อยให้เกมหลุดมือ ส่งสามตัวสำรองอย่าง ซาบิตเซอร์, ดาเนียล สเวนส์สัน และ อีธาน เอ็นวาเนรี่ ลงสนามเพื่อเติมความสดและเพิ่มทางเลือกในเกมรุก

การแข่งขันทำท่าจะต้องยืดเยื้อถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่แล้วนาทีที่ 90+3 กลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสุดท้าย เมื่อ เฟลิกซ์ เอ็นเมช่า ถูกทำฟาวล์บริเวณหน้ากรอบเขตโทษ ส่งผลให้ดอร์ทมุนด์ได้ฟรีคิกในระยะประมาณ 25 หลา

ซาบิตเซอร์รับหน้าที่สังหารด้วยความมั่นใจ ก่อนปั่นบอลโค้งพุ่งเสียบเสาแรกอย่างงดงาม เปลี่ยนสกอร์เป็น 3-2 ท่ามกลางเสียงเฮกระหึ่มทั้งสนาม และทำลายความหวังของเบรเมนที่เกือบลากเกมเข้าสู่ช่วงต่อเวลาพิเศษ

จบการแข่งขัน ดอร์ทมุนด์เฉือนชนะเบรเมน 3-2 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายของเดเอฟเบ โพคาล ขณะที่ทีมเยือนต้องจอดป้ายอย่างเจ็บปวด แม้จะสร้างการคัมแบ็กได้อย่างยอดเยี่ยมในครึ่งหลัง

สรุปผู้ทำประตู ดอร์ทมุนด์ 3-2 เบรเมน

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

  • นาที 6 เซอร์ฮู กีราสซี (ยูเลียน ไรเยอร์สัน แอสซิสต์)
  • นาที 17 คาร์นีย์ ชุควูเอเมก้า (โจ๊บ เบลลิงแฮม แอสซิสต์)
  • นาที 90+3 มาร์เซล ซาบิตเซอร์ (ฟรีคิก)

แวร์เดอร์ เบรเมน

  • นาที 65 นิโคลาส ฟึลล์ครุก (จุดโทษ)
  • นาที 69 นิโคลาส ฟึลล์ครุก (เซนเน่อ ลีเนน แอสซิสต์)

วิเคราะห์เกม ดอร์ทมุนด์เกือบพังเพราะคุมจังหวะไม่อยู่

ชัยชนะนัดนี้สะท้อนให้เห็นทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของดอร์ทมุนด์อย่างชัดเจน ครึ่งแรกทีมของโควัชเล่นด้วยความดุดัน ใช้การเพรสซิ่งและการเข้าปะทะกดดันคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงยึดระบบ 3-3-2-2 ที่ช่วยสร้างความได้เปรียบในพื้นที่แดนกลาง

อย่างไรก็ตาม หลังพักครึ่งความเข้มข้นของเกมเจ้าถิ่นลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะช่วงที่เบรเมนเปลี่ยนผู้เล่นชุดใหญ่และเพิ่มความอันตรายในพื้นที่สุดท้าย จนสามารถทวงคืนสองประตูภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการตัดสินใจของโควัชที่ส่งซาบิตเซอร์ลงสนามในช่วงเวลาที่ทีมกำลังเสียเปรียบด้านโมเมนตัม แม้ประตูชัยจะเกิดจากลูกตั้งเตะ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของผู้เล่นสำรองที่สามารถตัดสินเกมใหญ่ได้ในจังหวะเดียว

สำหรับดอร์ทมุนด์ โปรแกรมการแข่งขันที่ต้องลงสนามถึง 9 นัดภายใน 29 วันถือเป็นบททดสอบสำคัญของความแข็งแกร่งและขุมกำลัง โดยเกมนี้เป็นนัดที่ 6 ของช่วงโปรแกรมดังกล่าว การผ่านเข้ารอบจึงมีความหมายทั้งในแง่ผลการแข่งขันและสภาพจิตใจก่อนเดินหน้าสู่เกมสำคัญนัดต่อไป

ดอร์ทมุนด์ได้แรงส่งก่อนศึกใหญ่กับบาเยิร์น มิวนิค

หลังเอาตัวรอดจากเกมบอลถ้วยสุดระทึก ดอร์ทมุนด์มีภารกิจหนักรออยู่กับการบุกเยือน บาเยิร์น มิวนิค ในศึกบุนเดสลีกา ซึ่งเป็นการเผชิญหน้าระหว่างสองทีมที่กำลังขับเคี่ยวกันอย่างสูสีบนตารางคะแนน

แม้ผลการแข่งขันกับเบรเมนจะช่วยเติมความมั่นใจ แต่การเสียสองประตูรวดหลังนำห่างยังเป็นสัญญาณเตือนที่โควัชต้องเร่งแก้ไข เพราะหากเกิดความผิดพลาดลักษณะเดียวกันในเกมระดับสูง ดอร์ทมุนด์อาจไม่มีโอกาสกลับมาแก้ตัวเหมือนเกมนี้

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ เดเอฟเบ โพคาล และการดวลดอร์ทมุนด์กับเบรเมน

  • เดเอฟเบ โพคาล เป็นฟุตบอลถ้วยน็อกเอาต์รายการสำคัญของเยอรมนี โดยการแข่งขันรอบสองเป็นด่านที่ทีมชนะจะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย และหากเสมอกันหลังครบ 90 นาที จะต้องต่อเวลาพิเศษก่อนตัดสินด้วยการดวลจุดโทษหากยังไม่สามารถหาผู้ชนะได้
  • ประวัติการพบกันในฟุตบอลถ้วย เบรเมนเคยเอาชนะดอร์ทมุนด์ 3-2 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ก่อนที่ดอร์ทมุนด์จะกลับมาเอาชนะด้วยสกอร์เดียวกันในเกมรอบสองฤดูกาล 2026/27
  • ความสำคัญของลูกตั้งเตะ ฟรีคิกและลูกจุดโทษเป็นอาวุธที่สามารถพลิกผลการแข่งขันได้ แม้ในช่วงที่ทีมสร้างโอกาสจากเกมเปิดได้ยาก เหมือนกับฟรีคิกของซาบิตเซอร์ที่ตัดสินผู้ชนะในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

ติดตามข่าวฟุตบอลต่างประเทศ ผลบอลล่าสุด บุนเดสลีกา เดเอฟเบ โพคาล และบทวิเคราะห์เกมลูกหนังเข้มข้นได้ทุกวันที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM อัปเดตทุกประเด็นสำคัญก่อนใคร ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวในโลกฟุตบอล