บรรยากาศงานจับสลาก – ถ้วยใหญ่ ใจกลางเมือง

ศึกฟุตบอลถ้วยรายการใหม่ที่กำลังถูกจับตาอย่าง “เมืองไทย คัพ” ฤดูกาล 2025/26 เดินหน้าอีกขั้น เมื่อมีการจัดพิธีจับสลากประกบคู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายอย่างเป็นทางการ ณ ห้องประชุมเมืองไทยประกันภัย อาคารเมืองไทยภัทร คอมเพล็กซ์ Tower A ชั้น 14 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00 น.

งานนี้จัดโดย สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ร่วมกับกลุ่มเมืองไทยฯ ท่ามกลางบรรยากาศจริงจังแต่แฝงความตื่นเต้น เพราะนี่คือรอบที่สโมสรจากทุกระดับลีก – ตั้งแต่ ไทยลีก 1, ไทยลีก 2 ไปจนถึง ไทยลีก 3 – ต้องมาปะทะกันแบบชี้ชะตานัดเดียวรู้เรื่อง แพ้คัดออกทันที

ในห้องจับสลากมีทั้งผู้บริหารสมาคมและตัวแทนสโมสรเข้าร่วมอย่างพร้อมหน้า นำโดย เอกพล พลนาวี เลขาธิการสมาคมฯ, รัชดา พุ่มสุวรรณ ผู้บริหารจากฝั่งเมืองไทยประกันชีวิต และ วรวิทย์ กิตติวุฒิไกร จากเมืองไทยประกันภัย ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทัวร์นาเมนต์นี้ไม่ได้เป็นแค่ฟุตบอลถ้วยธรรมดา แต่ถูกออกแบบให้เป็น “เวทีสร้างชื่อ” ทั้งสโมสรใหญ่และทีมเล็กจากภูมิภาค

โครงสร้าง 32 ทีมสุดท้าย – บิ๊กทีมชนเล็ก มีสิทธิ์ล้มยักษ์

ทัวร์นาเมนต์ เมืองไทย คัพ รอบ 32 ทีมสุดท้าย ในซีซันนี้ประกอบด้วยสโมสรจาก 3 ระดับลีกหลักของประเทศ แบ่งโครงสร้างชัดเจนดังนี้

ทีมจากไทยลีก 1 – เต็มสูบ 16 สโมสร

16 สโมสรตัวแทนลีกสูงสุด เข้ารอในรอบนี้โดยอัตโนมัติ นำทัพโดยขาประจำเวทีบอลถ้วย

  • บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  • ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
  • ราชบุรี เอฟซี
  • การท่าเรือ เอฟซี
  • บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
  • สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
  • ระยอง เอฟซี
  • พีที ประจวบ เอฟซี
  • สุโขทัย เอฟซี
  • อยุธยา ยูไนเต็ด
  • ชลบุรี เอฟซี
  • อุทัยธานี เอฟซี
  • เมืองทอง ยูไนเต็ด
  • พลังกาญจน์ เอฟซี
  • ลำพูน วอริเออร์
  • นครราชสีมา เอฟซี

ทุกทีมต่างมองรายการนี้เป็นทั้งเป้าหมายด้าน “เกียรติยศ” และ “รายได้” เพราะนอกจากถ้วยแชมป์แล้ว เงินรางวัลก้อนโตและสิทธิ์ไปลุยระดับอาเซียนยังรออยู่ปลายทาง

ทีมจากไทยลีก 2 – ดาร์กโฮสรอแจ้งเกิด

ตัวแทนจากไทยลีก 2 ทั้ง 7 ทีม ที่ฝ่าด่านรอบคัดเลือกขึ้นมาได้ มีทั้งทีมเก๋าประสบการณ์และทีมสายดุดันจากหัวเมืองใหญ่

  • ชัยนาท ฮอร์นบิล
  • ขอนแก่น ยูไนเต็ด
  • มหาสารคาม เอสบีที เอฟซี
  • บางกอก เอฟซี
  • พัทยา ยูไนเต็ด
  • หนองบัว พิชญ เอฟซี
  • ปัตตานี เอฟซี

นี่คือกลุ่มทีมที่พร้อมรับบท “เพชฌฆาตล้มยักษ์” เพราะหากจับสลากได้เผชิญหน้าบิ๊กทีมจากลีกสูงสุด แล้วเล่นได้เฉียบคม ก็มีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์ให้สโมสรได้ทันที

ทีมจากไทยลีก 3 – ตัวแทนรากหญ้าที่มาพร้อมหัวใจนักสู้

ส่วนฝั่งไทยลีก 3 ก็ส่งตัวแทนขึ้นมาถึง 6 สโมสร ซึ่งแต่ละทีมต่างมีฐานแฟนบอลเหนียวแน่นในพื้นที่ตัวเอง

  • ธนบุรี ยูไนเต็ด
  • สมุทรสาคร ซิตี้
  • ทัพหลวง ยูไนเต็ด
  • บ้านค่าย ยูไนเต็ด
  • อุตรดิตถ์ เอฟซี
  • คัสตอม ยูไนเต็ด

การได้ดวลกับทีมใหญ่ ไม่ใช่แค่โอกาสเข้ารอบ แต่ยังเป็นการยกระดับชื่อเสียงของสโมสรและนักเตะในทีมด้วย

คู่เพลย์ออฟที่เลื่อนเตะ – ตัวแปรสำคัญในสายประกบคู่

ยังมีอีก 3 คู่ในรอบเพลย์ออฟที่ต้องเลื่อนการแข่งขันออกไปจากปัญหาด้านการจัดการแข่งขัน ซึ่งจะมีผลต่อการระบุชื่อทีมในรอบ 32 ทีมสุดท้ายบางคู่

  • พีเอสยู สุราษฎร์ธานี ซิตี้ พบ พีที สตูล เอฟซี (เลื่อนการแข่งขัน)
  • เอฟซี ยะลา พบ นครปฐม ยูไนเต็ด (เลื่อนการแข่งขัน)
  • ลพบุรี ซิตี้ พบ สงขลา เอฟซี (เลื่อนการแข่งขัน)

ผู้ชนะทั้ง 3 คู่ จะถูกจัดวางให้เข้าไปเจอทีมจากลีกสูงสุดอย่าง ลำพูน วอริเออร์, อุทัยธานี เอฟซี และ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ในรอบต่อไป ซึ่งหมายความว่า การเลื่อนเตะไม่ได้สะเทือนแค่โปรแกรม แต่ยังส่งผลต่อการเตรียมทีมของฝั่งไทยลีก 1 ด้วย

ผลจับสลาก – ยักษ์ใหญ่เจองานน่าลุ้น ทีมเล็กได้โอกาสสร้างเซอร์ไพรส์

จากผลการจับสลาก “เมืองไทย คัพ” รอบ 32 ทีมสุดท้าย ได้คู่ดวลที่น่าสนใจหลายแมตช์ ไล่เรียงได้ดังนี้

  • คัสตอม ยูไนเต็ด VS สุโขทัย เอฟซี
  • สมุทรสาคร ซิตี้ VS พีที ประจวบ เอฟซี
  • บางกอก เอฟซี VS เมืองทอง ยูไนเต็ด
  • ผู้ชนะระหว่าง (เอฟซี ยะลา หรือ นครปฐม ยูไนเต็ด) VS อุทัยธานี เอฟซี
  • พัทยา ยูไนเต็ด VS ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
  • ธนบุรี ยูไนเต็ด VS บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
  • ขอนแก่น ยูไนเต็ด VS พลังกาญจน์ เอฟซี
  • มหาสารคาม เอสบีที เอฟซี VS ระยอง เอฟซี
  • อุตรดิตถ์ เอฟซี VS บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
  • ชัยนาท ฮอร์นบิล VS การท่าเรือ เอฟซี
  • ผู้ชนะระหว่าง (พีเอสยู สุราษฎร์ธานี ซิตี้ หรือ พีที สตูล เอฟซี) VS ลำพูน วอริเออร์
  • ผู้ชนะระหว่าง (ลพบุรี ซิตี้ หรือ สงขลา เอฟซี) VS นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี
  • ทัพหลวง ยูไนเต็ด VS สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
  • หนองบัว พิชญ เอฟซี VS ชลบุรี เอฟซี
  • ปัตตานี เอฟซี VS ราชบุรี เอฟซี
  • บ้านค่าย ยูไนเต็ด VS อยุธยา ยูไนเต็ด

ไฮไลต์สำคัญคือการที่ทีมระดับภูมิภาคและทีมจากลีกล่าง จะได้เปิดบ้านหรือออกไปเยือนสโมสรยักษ์ใหญ่แบบเต็ม ๆ อารมณ์บอลถ้วย “ล้มยักษ์” ที่แฟนบอลชาวไทยคุ้นเคยกันดี

โปรแกรมฟาดแข้ง – สุดสัปดาห์เดือดปลายปี

การแข่งขันรอบ 32 ทีมสุดท้ายของ เมืองไทย คัพ 2025/26 ถูกวางคิวเตะในช่วงปลายปี ซึ่งเหมาะกับการเป็น “ฟุตบอลถ้วยส่งท้ายปี” ที่แฟนบอลรอชม

  • แข่งขันในวันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2568
  • และวันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม 2568

โดยโปรแกรมเตะแต่ละคู่ และสนามจัดการแข่งขัน จะมีการประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมจากสมาคมฯ อีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าคอบอลทั่วประเทศต้องจับตาดูว่า ทีมใดจะเป็นม้ามืด ทีมใดจะสะดุดตั้งแต่รอบแรก

เงินรางวัล-ตั๋วลุยอาเซียน – สิ่งที่ทำให้เมืองไทย คัพ ไม่ใช่บอลถ้วยธรรมดา

ความพิเศษของรายการนี้ไม่ได้อยู่แค่ชื่อสปอนเซอร์หรือการจัดงานหรูหราในเมืองหลวง แต่คือ “เดิมพัน” ที่สูงมากในเชิงกีฬาและเศรษฐกิจของสโมสร

  • แชมป์รายการนี้ รับเงินรางวัลสูงถึง 5,000,000 บาท
  • พร้อมสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรอาเซียน ฤดูกาล 2026/27 ซึ่งคือเวทีระดับภูมิภาคที่ช่วยเพิ่มประสบการณ์และชื่อเสียงให้สโมสรไทย
  • รองแชมป์ รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท
  • ทุกทีมที่เป็น “ทีมเยือน” ตั้งแต่รอบคัดเลือกจนถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย จะได้รับเงินสนับสนุนค่าเดินทางทีมละ 50,000 บาท

ระบบสนับสนุนแบบนี้ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและเปิดโอกาสให้ทีมจากต่างจังหวัด หรือสโมสรขนาดเล็ก สามารถลุยบอลถ้วยใหญ่ได้อย่างไม่เสียเปรียบเกินไป

เมืองไทย คัพ กับบทบาทใหม่ของฟุตบอลถ้วยไทย

เมื่อมองภาพรวม เมืองไทย คัพ ไม่ได้เป็นแค่บอลถ้วย “เพิ่มแมตช์” ให้โปรแกรมแน่นขึ้น แต่กำลังกลายเป็น

  • เวทีแจ้งเกิดของนักเตะเยาวชนจากลีกล่าง
  • ฉากทดสอบแท็กติกของบิ๊กทีมในสถานการณ์ “แพ้คัดออก”
  • พื้นที่สร้างเศรษฐกิจให้สโมสรและจังหวัดเจ้าบ้าน
  • สะพานเชื่อมจากเวทีในประเทศไปสู่เวทีอาเซียน

และในระยะยาว ถ้ารายการนี้ถูกพัฒนาต่อเนื่อง มีการสื่อสารทำตลาดอย่างจริงจัง มันอาจก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในฟุตบอลถ้วยหลักที่แฟนบอลไทยรอคอยทุกปีเหมือนบอลถ้วยระดับทวีปของยุโรปก็ได้

เกล็ดความรู้ “เมืองไทย คัพ” ที่แฟนบอลควรรู้

  1. เมืองไทย คัพ เป็นหนึ่งในฟุตบอลถ้วยที่เปิดโอกาสให้ทีมจาก ไทยลีก 1, ไทยลีก 2 และ ไทยลีก 3 ได้ดวลกันจริงในระบบแพ้คัดออก
  2. เงินรางวัลแชมป์ 5 ล้านบาท ถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับบอลถ้วยในประเทศ และยังพ่วงสิทธิ์ลุยทัวร์นาเมนต์สโมสรอาเซียนอีกต่างหาก
  3. ทีมเยือนตั้งแต่รอบคัดเลือกถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ได้รับเงินสนับสนุนค่าเดินทางทีมละ 50,000 บาท ช่วยผ่อนภาระค่าใช้จ่ายสำหรับสโมสรเล็กโดยตรง
  4. การจับสลากรอบ 32 ทีมสุดท้าย ทำให้มีโอกาสเห็นคู่ “เล็กชนใหญ่” หลายคู่ ซึ่งมักสร้างเซอร์ไพรส์และดราม่าให้แฟนบอลเสมอ
  5. การมีทีมจากทุกระดับลีก ทำให้สเกลการแข่งขันของเมืองไทย คัพ สะท้อนโครงสร้างฟุตบอลอาชีพไทยทั้งระบบ ตั้งแต่ทีมใหญ่ในเมืองหลวง ไปจนถึงทีมจากจังหวัดชายแดนใต้และภาคเหนือ

ขอบคุณรูปภาพจาก FA Thailand

ใครอยากตามให้ครบทุกคู่ ทุกมุม และทุกดราม่าของฟุตบอลไทยทั้งในลีกและบอลถ้วย แนะนำให้ไม่พลาดการอัปเดตจาก ฟุตบอลไทย GOALSIAM ที่พร้อมเสิร์ฟทั้งข่าว เจาะลึก และวิเคราะห์เกมแบบจัดเต็มทุกวัน

Categorized in:

ฟุตบอลไทย,