พลังกาญจน์เดินเครื่องเต็มกำลังรับฤดูกาลใหม่

นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ ประธานที่ปรึกษา พลังกาญจน์ เอฟซี เปิดเบื้องหลังการตัดสินใจดึง ปาร์ค ฮัง ซอ กุนซือมากประสบการณ์ชาวเกาหลีใต้ เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน เพื่อเตรียมทีมสู้ศึกบีวายดี ซีล ไฟว์ ลีกสอง ฤดูกาล 2026/27

เวลานี้ทัพพลังกาญจน์กำลังเร่งยกระดับความพร้อมในช่วงปรีซีซั่นอย่างเข้มข้น ภายใต้ระบบการทำงานชุดใหม่ที่ให้น้ำหนักกับวินัย ความแข็งแกร่ง การพัฒนานักเตะ และการทำงานร่วมกันเป็นทีม มากกว่าการพึ่งพาความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นชื่อดังเพียงไม่กี่ราย

เหตุผลสำคัญที่เลือก ปาร์ค ฮัง ซอ

แนวทางของโค้ชปาร์คตรงกับภาพทีมที่ฝ่ายบริหารต้องการสร้าง โดยเฉพาะความสามารถในการดึงศักยภาพของนักเตะดาวรุ่งออกมาใช้งาน พร้อมหลอมผู้เล่นทุกคนให้แข่งขันภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

“จริงๆ ผมชอบการทำทีมของโค้ชปาร์ค เพราะไม่ได้ใช้สตาร์มาก เอาเด็กๆ มาปั้น เราได้เห็นจากทีมเวียดนามมาแล้ว ซึ่งมันน่าสนุก”

นี่จึงไม่ใช่แค่การคว้ากุนซือชื่อดังเข้ามาสร้างกระแส แต่เป็นการเดิมพันกับกระบวนการทำทีมที่เคยพิสูจน์ผลงานมาแล้วในระดับอาเซียน โดยสโมสรคาดหวังให้ประสบการณ์ของโค้ชชาวเกาหลีใต้ช่วยวางรากฐานระยะยาว รวมถึงผลักดันนักเตะรุ่นใหม่ให้เติบโตขึ้นมารับผิดชอบทีมชุดใหญ่

บอร์ดถกสองทางก่อนลงมติเลือกโคเรียนเวย์

นพ.ประวัติยอมรับว่า แนวทางการทำทีมไม่ได้ถูกตัดสินอย่างง่ายดาย เพราะฝ่ายบริหารต้องเลือกระหว่าง เจแปนเวย์ ซึ่งเน้นระบบ เทคนิค และรายละเอียด กับ โคเรียนเวย์ ที่โดดเด่นเรื่องระเบียบวินัย ความฟิต และความเข้มข้นในการแข่งขัน

“ผมเสนอในที่ประชุมว่าเราต้องเลือกเวย์ไหนสักเวย์นึง ส่วนตัวผมเลือกโคเรียนเวย์ตั้งแต่แรก แต่ในที่ประชุมบอร์ดคนอื่นไม่ได้เลือก ตอนนั้นต้องเลือกระหว่างเจแปนเวย์ กับ โคเรียนเวย์ ซึ่งปีนี้เราเลือกโคเรียนเวย์เพราะมันถูกกว่าเจแปนเวย์”

นอกจากความเหมาะสมด้านฟุตบอลแล้ว งบประมาณยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ การเลือกแนวทางเกาหลีจึงตอบโจทย์ทั้งด้านต้นทุนและปรัชญาการสร้างทีม โดยเฉพาะสโมสรที่ต้องการพัฒนาขุมกำลังอย่างเป็นระบบโดยไม่จำเป็นต้องทุ่มเงินไล่ล่านักเตะระดับสตาร์ทุกตำแหน่ง

บททดสอบใหญ่ของวินัยเกาหลีกับนักเตะไทย

ขุมกำลังของพลังกาญจน์ในฤดูกาลใหม่ถือว่าเกือบสมบูรณ์แล้ว แต่คำถามสำคัญคือ นักเตะไทยจะตอบสนองต่อระบบฝึกซ้อมและมาตรฐานด้านวินัยของทีมงานเกาหลีใต้ได้มากเพียงใด

“ส่วนนักเตะตอนนี้ก็ถือว่าครบละ ก็ต้องมาติดตามกันว่า โคเรียนเวย์จะเหมาะกับคนไทยรึป่าว เรื่องวินัยมาจับกับนักเตะไทยผลจะออกมาเป็นยังไง ผมไม่สามารถการันตีได้ ก็ต้องติดตามพัฒนาการของทีมว่าจะออกมาเป็นยังไง ถือว่าน่าสนใจ”

ฝ่ายบริหารไม่ได้เร่งประกาศเป้าหมายเกินความเป็นจริง เพราะการเปลี่ยนระบบจำเป็นต้องใช้เวลา นักเตะต้องเรียนรู้ทั้งวิธีการเล่น จังหวะการเคลื่อนที่ ความรับผิดชอบในแต่ละตำแหน่ง และความเข้มข้นที่ทีมงานต้องการตั้งแต่สนามซ้อมไปจนถึงวันแข่งขันจริง

หากผู้เล่นปรับตัวได้เร็ว พลังกาญจน์อาจกลายเป็นหนึ่งในทีมที่มีความแข็งแกร่งและเล่นได้ดุดันที่สุดของลีก แต่หากระบบกับธรรมชาติของนักเตะไม่ลงตัว ทีมงานก็ต้องเร่งหาจุดสมดุลก่อนเข้าสู่ช่วงสำคัญของฤดูกาล

สตาฟฟ์ชุดใหญ่พร้อมเปลี่ยนมาตรฐานทีม

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนคือจำนวนบุคลากรในทีมงานผู้ฝึกสอน ซึ่งมีการจัดสรรหน้าที่อย่างละเอียดมากขึ้น เพื่อดูแลทั้งแท็กติก สมรรถภาพร่างกาย การฟื้นฟู และพัฒนาการของผู้เล่นแต่ละราย

“ผมคิดว่าสตาฟฟ์ชุดนี้มีความเปลี่ยนแปลง และใช้สตาฟฟ์เยอะมาก ผมคิดว่าจุดนี้ก็น่าสนใจ ก็ต้องรอลุ้นและฝากแฟนบอลตามเชียร์กันครับ”

การมีสตาฟฟ์จำนวนมากไม่ได้หมายถึงความสำเร็จโดยอัตโนมัติ แต่สะท้อนว่าสโมสรกำลังพยายามเปลี่ยนจากการบริหารทีมแบบเดิม ไปสู่โครงสร้างที่ทุกด้านมีผู้รับผิดชอบชัดเจน หากทุกฝ่ายทำงานไปในทิศทางเดียวกัน นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของพลังกาญจน์ในฤดูกาล 2026/27

ประสบการณ์ของโค้ชปาร์คคืออาวุธสำคัญ

ชื่อของปาร์ค ฮัง ซอ ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในวงการฟุตบอลอาเซียน หลังเคยพาทีมชาติเวียดนามคว้าแชมป์อาเซียนปี 2018 พร้อมสร้างผลงานโดดเด่นกับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี และช่วยยกระดับเวียดนามให้แข่งขันกับทีมชั้นนำของทวีปได้อย่างแข็งแกร่ง

จุดแข็งของเขาไม่ใช่เพียงแท็กติก แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้เล่น การจัดทีมให้ทุกคนรู้หน้าที่ และการเปลี่ยนขุมกำลังที่อาจไม่ได้เต็มไปด้วยซูเปอร์สตาร์ให้กลายเป็นทีมที่ต่อสู้ได้อย่างทรหด

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในระดับทีมชาติไม่สามารถรับประกันผลงานในฟุตบอลสโมสรได้ทันที เพราะการแข่งขันลีกต้องบริหารทั้งความต่อเนื่อง อาการบาดเจ็บ การหมุนเวียนนักเตะ และแรงกดดันตลอดฤดูกาล นี่คือภารกิจครั้งใหม่ที่โค้ชปาร์คต้องพิสูจน์ด้วยผลงานในสนาม

ฤดูกาลแห่งการพิสูจน์การเดิมพันของพลังกาญจน์

การเลือกโคเรียนเวย์ถือเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญของ พลังกาญจน์ เอฟซี สโมสรไม่ได้เปลี่ยนเพียงตัวหัวหน้าผู้ฝึกสอน แต่กำลังเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานทั้งระบบ ตั้งแต่การฝึกซ้อม การรักษาวินัย ไปจนถึงการพัฒนานักเตะดาวรุ่ง

สิ่งที่ต้องจับตามองต่อจากนี้คือ ความเข้มข้นแบบเกาหลีจะผสมกับธรรมชาติของนักเตะไทยได้ลงตัวหรือไม่ และปาร์ค ฮัง ซอ จะสามารถเปลี่ยนแนวคิดทั้งหมดให้กลายเป็นผลการแข่งขันได้เร็วเพียงใด เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผลงานในสนามเท่านั้นที่จะตัดสินว่าโคเรียนเวย์คือคำตอบ หรือเป็นเพียงการเดิมพันราคาแพงอีกครั้งของวงการฟุตบอลไทย

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับโคเรียนเวย์ในฟุตบอล

  • แนวทางเกาหลีใต้มักให้ความสำคัญกับระเบียบวินัย ความฟิต การวิ่งสนับสนุน และความรับผิดชอบต่อระบบทีม
  • การพัฒนาดาวรุ่งต้องอาศัยโอกาสลงสนามจริงควบคู่กับแผนฝึกซ้อมระยะยาว ไม่ใช่พิจารณาจากอายุเพียงอย่างเดียว
  • ความสำเร็จของระบบใหม่ขึ้นอยู่กับการสื่อสารระหว่างโค้ช นักเตะ และฝ่ายบริหาร รวมถึงความต่อเนื่องในการทำงาน

ขอบคุณรูปภาพและคลิปจาก Thai League 2 / Kanchanaburi Power FC – พลังกาญจน์ เอฟซี

ติดตามความเคลื่อนไหวของพลังกาญจน์ เอฟซี ข่าวไทยลีก 2 และเรื่องราวฟุตบอลทั้งไทยและต่างประเทศได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM

Categorized in:

ฟุตบอลไทย,