มุมมองกุนซือใหญ่หลังพ่ายเติร์กเมนิสถาน 2-3

หลังจบเกม ทีมชาติไทย U17 พ่าย เติร์กเมนิสถาน 2-3 ในศึก ชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี รอบคัดเลือก กลุ่มเอฟ กุนซือใหญ่อย่าง มาร์โค ก็อคเคิ่ล ยอมรับเต็มๆ ว่าเล่นเอาเจ็บลึกทั้งทีมสตาฟฟ์และนักเตะ เพราะนี่คือเกมสำคัญที่ทำให้สถานการณ์เข้ารอบบีบหัวใจยิ่งกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม เฮดโค้ชชาวเยอรมันย้ำชัด นี่ไม่ใช่เวลามัวจมอยู่กับความผิดหวัง แต่ต้องใช้ความเจ็บนี้เป็น “เชื้อไฟ” สำหรับเกมสุดท้าย ที่ทีมชาติไทยต้องชนะให้ได้อย่างน้อย 2 ประตู เพื่อรักษาความฝันในการไปเล่นรอบสุดท้ายที่ซาอุดีอาระเบีย

ก็อคเคิ่ลเล่าถึงอารมณ์หลังจบเกมว่า เขาเสียใจไม่แพ้เด็กๆ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ภูมิใจกับการตอบสนองในครึ่งหลังที่ทุกคนลุกขึ้นมาสู้ สร้างโอกาสมากมาย และไม่ยอมยกธงขาวง่ายๆ

ไม่โทษเด็ก – รับผิดพลาดส่วนบุคคลคือส่วนหนึ่งของฟุตบอล

ในเกมนี้ จุดเปลี่ยนสำคัญคือ “ความผิดพลาดส่วนบุคคล” ถึงสองครั้งที่ทำให้ทีมเสียประตู ซึ่งก็อคเคิ่ลยอมรับตรงไปตรงมาว่า นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในโลกฟุตบอล

เขาย้ำว่า

  • ไม่มีข้ออ้าง
  • ไม่ต้องการโยนความผิดไปที่ผู้เล่นคนไหน
  • ทุกคนลงไปเล่นด้วยความตั้งใจเต็มร้อย และพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดแล้ว

ครึ่งหลังคือภาพที่เขาอยากเห็นจากทีมชาติไทย U17 ทุกนัด – ทีมที่สู้ไม่ถอย มีความเชื่อ สร้างโอกาสยิงประตูได้ต่อเนื่อง เพียงแต่วันนี้จบไม่คมพอ ทั้งที่อย่างน้อยควรยิงได้ 2 ประตู แต่ต้องจบลงด้วยสกอร์ 2-3

โค้ชเยอรมันรายนี้เลือก “เก็บด้านบวก” จากเกมพ่าย มากกว่าจมอยู่กับความผิดพลาด เพราะสำหรับเขา นี่คือบทเรียนราคาแพงแต่มีคุณค่าในระยะยาว

ขุมกำลังสมดุล – ทุกตำแหน่งมีตัวทดแทน

เมื่อถูกถามถึง “ตัวหลัก” หรือสตาร์ประจำทีม ก็อคเคิ่ลตอบชัดว่า เขาไม่มองทีมในมุมแบบนั้น

กุนซือช้างศึกยู17 เน้นว่า

  • การเตรียมทีมครั้งนี้มีเวลาค่อนข้างสั้น
  • แต่ทุกคนที่ติดทีมชุดนี้ “กระหาย” และมีเป้าหมายเดียวกัน
  • เขาไม่เห็นด้านลบจากกลุ่มนักเตะชุดนี้เลย

ในมุมมองของเขา ทีมชาติไทย U17 ชุดนี้เหมือนมีตัวคุณภาพ “ตำแหน่งละ 2 คน” จากโควต้า 23 คนที่เลือกมา โดยเฉพาะตำแหน่งผู้รักษาประตูที่ถือว่าทำผลงานได้ดี

แน่นอนว่าการต้องลงสนามต่อเนื่องในทัวร์นาเมนต์ระดับทีมชาติ ความเข้มข้นของเกมสูงกว่าปกติ การมีขุมกำลังที่ทดแทนกันได้จึงสำคัญมาก เขายืนยันว่าในเกมสุดท้าย ทีมจะเลือก “ผู้เล่นที่เหมาะสมที่สุด” ลงไปสู้แบบไม่มีอะไรให้ต้องเก็บงำไว้

เป้าหมายชัดเจน – ต้องชนะคูเวตและลุ้นประตูได้เสีย

ก็อคเคิ่ลพูดชัดไม่อ้อมค้อมว่า เกมต่อไปเป้าหมายมีเพียงอย่างเดียวคือ “ต้องชนะ” แถมต้องชนะด้วยสกอร์ขาด เพราะประตูได้เสียอาจเป็นตัวชี้ชะตาในการลุ้นตั๋วไปเล่นรอบสุดท้ายที่ซาอุดีอาระเบีย

เขาย้ำว่า

  • ทีมจะ “พยายามเป็นพิเศษ” เพื่อทำประตูให้มากที่สุด
  • ความฝันของทีมชาติไทย U17 คือการได้ไปเล่นที่ซาอุฯ และนี่คือเป้าหมายใหญ่ที่ทุกคนยึดถือร่วมกัน
  • แฟนบอลที่มาเชียร์ในสนามและที่ติดตามผ่านหน้าจอ ขอให้เข้าใจว่านักเตะยังเป็นเพียงเด็กวัย 16-17 ปี ที่กำลังเรียนรู้กับความผิดพลาด

ก็อคเคิ่ลฝากถึงแฟนบอลไทยให้ “เชื่อมั่นในทีม” เพราะแม้ผลการแข่งขันยังไม่น่าพอใจ แต่สปิริตและความทุ่มเทของนักเตะชุดนี้ไม่เป็นสองรองใคร

สไตล์ฟุตบอลเด็กไทยในสายตากุนซือเยอรมัน

หนึ่งในจุดที่น่าสนใจคือมุมมองของก็อคเคิ่ลต่อ “ตัวตนของฟุตบอลไทย”

เขาเชื่อว่า เด็กไทยมีเทคนิคดี ชอบเล่นกับบอล และมีความสามารถในการตัดสินใจในพื้นที่แคบ ๆ การสร้างสไตล์ให้เหมาะกับดีเอ็นเอของผู้เล่น คือสิ่งที่เขาพยายามปลูกฝังให้ทีมชาติไทย U17

สิ่งที่ทีมสตาฟฟ์ต้องช่วยกันคือ

  • วางแผนการเล่นที่เปิดโอกาสให้เด็กไทยได้ใช้จุดเด่นด้านเทคนิค
  • ให้พวกเขากล้าตัดสินใจ กล้าเล่น กล้าเสี่ยงในจังหวะที่ควรเสี่ยง
  • ลดความผิดพลาดจากการตัดสินใจที่ผิดพลาดแบบที่เกิดขึ้นในเกมนี้ ให้กลายเป็น “บทเรียน” ไม่ใช่ “ตราบาป”

ในครึ่งหลังของเกมพ่ายเติร์กเมนิสถาน เราได้เห็นคาแรกเตอร์สำคัญหลายอย่าง ทั้งความเชื่อมั่นในทีม ความแข็งแกร่งทางจิตใจ และความมุ่งมั่นที่จะทำตามแผน แม้ผลสุดท้ายจะไม่เข้าข้างก็ตาม

แผนรับมือเกมสุดท้าย – เชื่อมั่น 90 นาทีที่ยังเหลือ

ก็อคเคิ่ลยอมรับว่าก่อนเกมแน่นอน ไม่มีโค้ชคนไหนวางแผนเผื่อ “ความผิดพลาด” แต่ฟุตบอลคือเกมที่อะไรก็เกิดขึ้นได้

หลังจากนี้ทีมงานมีเวลา 2 วัน เพื่อรีเซ็ตสภาพจิตใจและความฟิตของนักเตะให้พร้อมเต็มร้อยสำหรับ “เกมนัดชี้ชะตา”

เขาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่นว่า

  • ทีมยังมองโลกในแง่ดี
  • โอกาสยังไม่ปิดประตูใส่ทีมชาติไทย U17
  • 90 นาทีสุดท้ายคือพื้นที่ที่เด็กไทยต้องแสดงให้เห็นว่าพวกเขาพร้อมสู้เพื่อธงชาติไทยแค่ไหน

โปรแกรมนัดต่อไป – นัดชี้ชะตาตั๋วรอบสุดท้าย

ทีมชาติไทย U17 มีโปรแกรมสำคัญนัดที่สี่ในศึก ชิงแชมป์เอเชีย U17 รอบคัดเลือก ดังนี้

  • ไทย U17 พบ คูเวต U17
  • วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568
  • เวลา 19.30 น.
  • สนาม ชลบุรี สเตเดียม
  • ถ่ายทอดสดทาง
    • Facebook : FA Thailand, Thai Youth Football
    • YouTube : Thairath Sport, BG SPORTS, ช้างศึก

นี่ไม่ใช่แค่เกมธรรมดา แต่คือแมตช์ที่อาจตัดสินอนาคตของทั้งยุคของลูกช้างศึก U17 ชุดนี้

เกล็ดความรู้จากสถานการณ์ทีมชาติไทย U17 ในรอบคัดเลือกนี้

  1. การแพ้เติร์กเมนิสถาน 2-3 ทำให้ไทยต้องชนะคูเวตอย่างน้อย 2 ประตู เพื่อลุ้นผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย
  2. ในระดับเยาวชน ความผิดพลาดส่วนบุคคลมักเกิดขึ้นได้บ่อย แต่ถ้าทีมใช้สิ่งนั้นเป็น “ห้องเรียน” จะช่วยเร่งพัฒนาการของนักเตะได้มหาศาล
  3. กุนซืออย่างก็อคเคิ่ลเน้นสร้าง “ทีมที่สมดุล” มากกว่าการผูกอนาคตไว้กับสตาร์รายใดรายหนึ่ง ทำให้ทีมมีตัวทดแทนและหมุนเวียนได้ดีขึ้น
  4. การแข่งขันรอบคัดเลือกแบบทัวร์นาเมนต์ต่อเนื่อง ใช้เวลาเตรียมทีมน้อย แต่ใช้พลังใจและการสื่อสารภายในทีมสูงมาก ใครคุมอารมณ์และความกดดันได้ดีกว่า มักได้เปรียบ
  5. การสนับสนุนของแฟนบอล ทั้งในสนามและหน้าจอ มีผลมหาศาลต่อสภาพจิตใจของนักเตะเยาวชน เพราะนี่คือช่วงวัยที่กำลังสร้างความมั่นใจและตัวตนบนเส้นทางฟุตบอลอาชีพ

ศึกครั้งนี้ไม่ใช่แค่ลุ้นผลการแข่งขัน แต่ยังเป็นการปั้น “กระดูกสันหลัง” ของทีมชาติไทยในอนาคต ใครอินกับช้างศึกเยาวชน บอกเลยว่าช่วงเวลานี้ห้ามหลุดโฟกัส

ขอบคุณรูปภาพจาก ช้างศึก – ฟุตบอลทีมชาติไทย

แฟนบอลไทยคนไหนอยากตามทุกจังหวะสำคัญของทีมชาติไทย U17 ทั้งข่าวอัพเดต บทวิเคราะห์เข้มข้น และเรื่องราวเบื้องลึกหลังเกม ตามได้ทุกวัน ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM

Categorized in:

ฟุตบอลไทย,