เส้นทางจากฟุตบอลขาสั้นกำลังพุ่งเข้าสู่เวทีใหญ่ เมื่อ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เดินหน้าคว้าตัว ธนกฤต แก้วรุ่งโรจน์ กองกลางดาวรุ่งจาก สิงห์ เชียงราย ซิตี้ เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่อย่างเป็นทางการ เตรียมลุยศึกลีกสูงสุดฤดูกาล 2026/27

นี่ไม่ใช่เพียงการเซ็นสัญญาดาวรุ่งธรรมดา แต่คือบทพิสูจน์ของนักเตะที่ต้องต่อสู้กับปัญหาทางสายตาตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนใช้ความพยายาม ความกล้า และฝีเท้าฝ่าทุกข้อจำกัด จนความฝันที่เคยมองอยู่ไกลกลายเป็นความจริงตรงหน้า

กว่างโซ้งเปิดประตูรับดาวรุ่งวัย 19 ปี

“กว่างโซ้งมหาภัย” ตัดสินใจดึงตัวดาวเตะวัย 19 ปีรายนี้ขึ้นมาจาก สิงห์ เชียงราย ซิตี้ หลังทำผลงานโดดเด่นในแดนกลางระหว่างการแข่งขันระดับไทยลีก 3 ฤดูกาล 2025/26

ธนกฤตเล่นในตำแหน่ง มิดฟิลด์ตัวรับ มีจุดเด่นด้านการอ่านเกม การตัดจังหวะคู่แข่ง และการควบคุมพื้นที่บริเวณหน้ากองหลัง เป็นนักเตะที่เล่นด้วยความแข็งแกร่ง ดุดัน และพร้อมเข้าปะทะเพื่อหยุดเกมรุกของฝ่ายตรงข้าม

ผลงานและพัฒนาการที่แสดงออกมาอย่างต่อเนื่องทำให้ทีมงานสตาฟฟ์ของเชียงรายมองเห็นศักยภาพ ก่อนผลักดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่เพื่อเตรียมรับมือฤดูกาลใหม่อย่างเต็มตัว

สายตาสั้น 250 แต่หัวใจไม่เคยมองเห็นคำว่ายอมแพ้

ภาพจำที่ทำให้แฟนฟุตบอลนักเรียนรู้จัก “ตูน” เป็นอย่างดี คือการสวมแว่นตาลงสนามแข่งขัน เนื่องจากเจ้าตัวมีปัญหาสายตาสั้นถึง 250 และต้องเผชิญกับความชัดเจนในการมองเห็นที่ลดลงตั้งแต่วัยเด็ก

ปัญหาดังกล่าวส่งผลต่อการเล่นฟุตบอลโดยตรง ทั้งการกะระยะ การมองบอล และการอ่านการเคลื่อนไหวรอบตัว แต่แทนที่จะวางมือจากกีฬาที่รัก ธนกฤตกลับเลือกหาทางปรับตัวด้วยการสวมแว่นลงสนาม แม้ช่วงแรกจะรู้สึกไม่ถนัดและต้องใช้เวลาเรียนรู้มากกว่านักเตะทั่วไป

ความไม่สะดวกไม่เคยกลายเป็นข้ออ้าง เขายอมทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองได้อยู่บนสนามต่อไป และใช้ผลงานตอบทุกข้อสงสัยจนกลายเป็นนักเตะกำลังสำคัญของทุกทีมที่ลงเล่น

ที่มาฉายา “เอ็ดการ์ ดาวิดส์ เมืองไทย”

การสวมแว่นตาควบคู่กับบทบาทกองกลางตัวรับ ทำให้ธนกฤตถูกแฟนบอลเรียกว่า “เอ็ดการ์ ดาวิดส์ เมืองไทย” หรือ “เอ็ดการ์ ดาวิดส์ ลูกแม่รำเพย” เพราะมีภาพลักษณ์และตำแหน่งการเล่นคล้ายอดีตกองกลางทีมชาติเนเธอร์แลนด์

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวไม่รู้จัก “เอ็ดการ์ ดาวิดส์” ในช่วงแรก เพราะเกิดไม่ทันยุคที่ดาวเตะจอมดุดันรายนี้กำลังโลดแล่นอยู่ในวงการฟุตบอลยุโรป ก่อนจะเข้าใจที่มาของฉายาหลังนำชื่อไปค้นหาข้อมูลด้วยตัวเอง

แม้ฉายาจะช่วยสร้างภาพจำ แต่สิ่งที่ทำให้ธนกฤตได้รับการยอมรับอย่างแท้จริงคือคุณภาพในสนาม เขาเป็นปราการด่านแรกของเกมรับ เล่นหนักแน่น กล้าเข้าปะทะ และมีความสามารถในการคุมจังหวะแดนกลาง ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของกองกลางสมัยใหม่

เติบโตจากฟุตบอลนักเรียนและสีเสื้อลูกแม่รำเพย

ธนกฤตสวมแว่นตาเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ก่อนเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่โรงเรียนดาราสมุทร ศรีราชา และย้ายมาอยู่กับโรงเรียนเทพศิรินทร์ตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 2 จนถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6

ภายใต้สีเสื้อ “ลูกแม่รำเพย” เขาก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักแดนกลาง และมีส่วนสำคัญในการพาทีมไล่ล่าความสำเร็จหลายรายการ

  • แชมป์กรมพลศึกษา รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ประเภท ข.
  • แชมป์มวก.คัพ จังหวัดนนทบุรี
  • รองแชมป์กรมพลศึกษา รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ประเภท ก.
  • แชมป์ ฟุตบอลจตุรมิตรสามัคคี ครั้งที่ 31

ในนัดชิงชนะเลิศจตุรมิตรครั้งที่ 31 ธนกฤตมีชื่อเป็นตัวจริงในแดนกลางของเทพศิรินทร์ และช่วยทีมเอาชนะกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย 2-0 คว้าแชมป์มาครองอย่างแข็งแกร่ง

ประสบการณ์ต่างแดนยกระดับกระดูกฟุตบอล

นอกจากประสบการณ์ในประเทศไทย ธนกฤตยังเคยได้รับโอกาสเดินทางไปฝึกศาสตร์ฟุตบอลทั้งที่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ช่วยเปิดมุมมองด้านวินัย การฝึกซ้อม และมาตรฐานฟุตบอลระดับนานาชาติ

หนึ่งในช่วงสำคัญคือการเดินทางไปฝึกซ้อมและเก็บประสบการณ์ที่เกาหลีใต้ร่วมกับนักเตะของเทพศิรินทร์ โดยใช้เวลาฝึกประมาณหนึ่งเดือน ประสบการณ์ครั้งนั้นมีส่วนสำคัญต่อการยกระดับความแข็งแกร่งและความเข้าใจเกมของกองกลางรายนี้

จตุรมิตรเปลี่ยนชีวิต เปิดทางสู่ฟุตบอลอาชีพ

ผลงานอันโดดเด่นในรายการจตุรมิตรทำให้ธนกฤตไปเข้าตา “โค้ชยิ่ง” นันทวัฒน์ แทนโสภา กุนซือของ สิงห์ เชียงราย ซิตี้ และอดีตดาวซัลโวเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก

โค้ชยิ่งติดต่อดึงตัวธนกฤตไปเล่นในช่วงเลกสองของศึกบีวายดี ดอลฟิน ลีกสาม ฤดูกาล 2025/26 เปิดประตูให้ดาวรุ่งจากฟุตบอลนักเรียนได้สัมผัสเกมระดับอาชีพอย่างเต็มตัว

เป้าหมายของธนกฤตในเวลานั้นชัดเจน เขาต้องการใช้เชียงราย ซิตี้ เป็นบันไดก้าวขึ้นไปสู่ทีมยานแม่ และพิสูจน์ว่าตัวเองมีคุณภาพมากพอสำหรับการแข่งขันระดับสูงสุดของประเทศ

ฝันที่เคยไล่ล่า กลายเป็นสัญญากับทีมชุดใหญ่

หลังผ่านการต่อสู้อย่างหนัก ความฝันของธนกฤตก็กลายเป็นจริง เมื่อได้รับสัญญาจากสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด เพื่อเตรียมลุยศึก ไทยลีก 2026/27

จากเด็กที่ต้องปรับตัวกับการสวมแว่นลงสนาม จากกองกลางฟุตบอลนักเรียนที่ไม่มีใครรับประกันอนาคต วันนี้เขาก้าวขึ้นมาอยู่กับหนึ่งในสโมสรชั้นนำของภาคเหนือ และมีโอกาสพิสูจน์ตัวเองบนเวทีลีกสูงสุดอย่างเต็มภาคภูมิ

ธนกฤตยังเป็นผู้เล่นใหม่รายที่ 6 ของเชียงรายในช่วงเตรียมทีมฤดูกาลนี้ ต่อจาก ธวัชชัย อินทร์ประโคน, โอ ซึง จุน, ศิรัสวุฒิ วงค์เรือนคำ, สรรเสริญ ลิ้มวัฒนะ และ ภัทรพล ศึกษากิจ สะท้อนให้เห็นถึงการปรับขุมกำลังครั้งสำคัญก่อนเปิดฉากฤดูกาลใหม่

บทพิสูจน์ครั้งใหญ่กำลังเริ่มต้น

การเซ็นสัญญาเป็นเพียงประตูบานแรก เพราะจากนี้ธนกฤตต้องแข่งขันกับผู้เล่นระดับอาชีพ แย่งตำแหน่งในแดนกลาง และปรับตัวให้เข้ากับความเร็วและความเข้มข้นของเกมลีกสูงสุด

อย่างไรก็ตาม เส้นทางที่ผ่านมาแสดงให้เห็นแล้วว่าอุปสรรคไม่เคยทำให้เขาหยุดเดิน สายตาอาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่เป้าหมายในชีวิตกลับชัดเจนกว่านักเตะอีกหลายคน

จับตา “ตูน” ธนกฤต แก้วรุ่งโรจน์ ให้ดี เพราะดาวรุ่งเจ้าของฉายา “เอ็ดการ์ ดาวิดส์ เมืองไทย” อาจกลายเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญของกว่างโซ้งมหาภัย และเป็นผลผลิตจากฟุตบอลนักเรียนที่ก้าวขึ้นมาสร้างชื่อบนเวทีฟุตบอลอาชีพไทย

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับกองกลางตัวรับ

  • กองกลางตัวรับมีหน้าที่ป้องกันพื้นที่หน้าแนวรับ ตัดเกมคู่แข่ง และช่วยเชื่อมบอลจากแดนหลังขึ้นสู่เกมรุก
  • นักเตะที่มีข้อจำกัดทางสายตาสามารถลงแข่งขันได้ หากใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม ปลอดภัย และเป็นไปตามข้อกำหนดของรายการ
  • ฟุตบอลนักเรียนเป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญที่ช่วยให้นักเตะเยาวชนไทยได้รับโอกาสเข้าสู่อะคาเดมีและสโมสรฟุตบอลอาชีพ

ขอบคุณรูปภาพจาก Chiang Rai United FC

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของวงการฟุตบอลไทย ข่าวไทยลีก และเรื่องราวนักเตะดาวรุ่งที่น่าจับตามองได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM

Categorized in:

ฟุตบอลไทย,