เสือใต้เปิดบ้าน แต่หัวใจทั้งสนามรอต้อนรับโกม็อง
ก่อนเกม บุนเดสลีกา แมตช์เดย์ 12 ที่ บาเยิร์น มิวนิค จะเปิดอัลลิอันซ์ อารีน่า รับการมาเยือนของ เซนต์ เพาลี แฟนบอลเสือใต้ไม่ได้รอแค่เสียงนกหวีดเริ่มเกมเท่านั้น เพราะไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การจัดพิธีอำลาอย่างเป็นทางการให้กับ คิงส์ลีย์ โกม็อง ปีกฝรั่งเศสผู้ฝากตำนานไว้ตลอด 10 ปีในเมืองมิวนิค หลังย้ายไปค้าแข้งกับ อัล นาสเซอร์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา
โกม็องกลับมาปรากฏตัวที่แคว้นบาวาเรียในช่วงพักการแข่งขันของลีกซาอุฯ ที่เว้นวรรคยาวหนึ่งเดือน ทำให้เจ้าตัวมีโอกาสกลับมาทักทายเพื่อนเก่า สตาฟฟ์ และแฟนบอล ก่อนจะได้รับเกียรติเดินลงสนามต่อหน้า “กองเชียร์เสือใต้” อีกครั้งในฐานะคนของครอบครัวบาเยิร์น
ทำไมโกม็องต้องกลับมาอำลา – พลังของคำว่า Mia san Mia
แม้จะย้ายไปลุยตะวันออกกลางแต่โกม็องยอมรับชัดว่า “ปรัชญา Mia san Mia และบรรยากาศแบบครอบครัว” คือเหตุผลที่ทำให้เขายังผูกพันกับเสือใต้ไม่เสื่อมคลาย เขาให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์สโมสรว่า ที่กลับมาครั้งนี้ เพราะอยากสัมผัสความรู้สึกแบบเดิมอีกครั้ง และอยากกล่าวลาทีม รวมถึงแฟนๆ อย่างเป็นทางการ หลังช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมายังไม่มีโอกาสจัดพิธีใหญ่แบบวันนี้
🗣️ “𝗧𝗵𝗲 𝗳𝗮𝗻𝘀 𝘄𝗶𝗹𝗹 𝗮𝗹𝘄𝗮𝘆𝘀 𝗿𝗲𝗺𝗮𝗶𝗻 𝗶𝗻 𝗺𝘆 𝗵𝗲𝗮𝗿𝘁”
— FC Bayern (@FCBayernEN) November 28, 2025
Kingsley Coman will be officially bid farewell tomorrow before the #Bundesliga home game against FC St. Pauli at the Allianz Arena ❤️ pic.twitter.com/iiiPgUA4LX
คำพูดของโกม็องสะท้อนชัดว่า บาเยิร์นไม่ได้เป็นแค่สโมสรที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ แต่มันคือ “บ้านหลังที่สอง” ที่หล่อหลอมทั้งชีวิตนักเตะและชีวิตนอกสนามของเขา
ทศวรรษแห่งความยิ่งใหญ่ในเสื้อเสือใต้
ตลอด 10 ปีในสีเสื้อ บาเยิร์น มิวนิค โกม็องคือหนึ่งในแข้งตัวแทนยุคทองของสโมสร
- ลงสนามรวม 339 นัดในทุกรายการ
- ยิงได้ 72 ประตู โดย 46 ลูกมาจากเกม บุนเดสลีกา
- คว้าแชมป์ลีกเยอรมัน 9 สมัย, เดเอฟเบ โพคาล 3 สมัย และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 1 สมัย
เขาไม่ใช่แค่ตัวริมเส้นสปีดจัดที่สร้างความปั่นป่วนให้แนวรับคู่แข่ง แต่ยังเป็นคนทำประตูสำคัญในเกมใหญ่หลายครั้ง จนแฟนบอลมองว่าเป็น “คนของเกมใหญ่” ตัวจริง
ไม่ได้มีแค่ถ้วยแชมป์ แต่คือสายสัมพันธ์กับแฟนเสือใต้
สิ่งที่ทำให้ชื่อของ คิงส์ลีย์ โกม็อง ฝังอยู่ในหัวใจแฟนเสือใต้ ไม่ได้มีแค่จำนวนถ้วยหรือสถิติในสนาม แต่คือความผูกพันกับวัฒนธรรมสโมสรและเมืองมิวนิค เจ้าตัวยอมรับว่าใช้ชีวิตที่นั่นอย่างมีความสุข ได้เพื่อนที่กลายเป็นเหมือนครอบครัว
เขายังหยอกแบบเป็นกันเองว่า “กางเกงหนังเลเดอร์โฮเซ่นของผมยังแขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้า วันหนึ่งผมอยากใส่มันกลับไปเดินเล่นในงาน Oktoberfest กับเพื่อนๆ อีกครั้ง” ประโยคง่ายๆ แต่สะท้อนว่าหัวใจของโกม็องยังผูกอยู่กับบาวาเรียไม่เปลี่ยน
บทสรุปก่อนพิธีอำลาในอัลลิอันซ์ อารีน่า
เกมกับเซนต์ เพาลี จะไม่ใช่แค่แมตช์ไล่ล่าคะแนนในลีก แต่จะเป็นค่ำคืนแห่งความทรงจำของทั้งสโมสรและแฟนบอล ที่ได้ยืนปรบมือให้ชายคนหนึ่งซึ่งพาทีมกวาดแชมป์เป็นว่าเล่นตลอดทศวรรษที่ผ่านมา
สำหรับโกม็อง นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในอาชีพกับ อัล นาสเซอร์ แต่ประตูของอัลลิอันซ์ อารีน่าและหัวใจแฟนเสือใต้จะเปิดรอต้อนรับเขาเสมอ

เกล็ดความรู้จากตำนานโกม็องในถิ่นเสือใต้
- โกม็องคือหนึ่งในแข้งต่างชาติที่อยู่กับบาเยิร์นนานที่สุดในยุคปัจจุบัน ใช้เวลาถึง 10 ปีเต็มในบาวาเรีย
- ประตูสำคัญที่สุดลูกหนึ่งของเขาคือประตูชัยในนัดชิง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พาบาเยิร์นคว้าแชมป์ยุโรปได้อย่างยิ่งใหญ่
- สไตล์การเล่นของโกม็องถูกยกให้เป็นต้นแบบปีกสมัยใหม่ ทั้งสปีด ความคล่องตัว และการเล่นหนึ่งต่อหนึ่งที่ดุดัน
- คำว่า “Mia san Mia” ซึ่งเขาย้ำอยู่เสมอ เป็นสโลแกนที่สื่อถึงตัวตนของสโมสร แปลได้ประมาณว่า “เราเป็นเรา” สะท้อนความเชื่อมั่นและเอกลักษณ์ของบาเยิร์น
- แม้จะย้ายไปเล่นต่างแดน แต่โกม็องยังพูดถึงการกลับมางาน Oktoberfest เสมอ แสดงให้เห็นว่าชีวิตนอกสนามในมิวนิคมีความหมายกับเขาไม่แพ้เกมในสนาม
แฟนบอลที่อยากติดตามเรื่องเล่าหลังฉาก ลูกหนังยุโรปมุมลึก และอัปเดตข่าวร้อนแบบเข้มข้น อย่าลืมติดตามทุกความเคลื่อนไหวได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM