พายุลูกใหญ่ถล่มโคราช หลังพ่ายยับ 0-7
กลายเป็นคืนแห่งความเจ็บปวดของแฟนบอลโคราชอย่างแท้จริง เมื่อ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี บุกไปพ่าย อุทัยธานี เอฟซี แบบหมดสภาพ 0-7 ในศึก บีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง ฤดูกาล 2025/26 นัดที่ 13 เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ที่สนามกีฬากลางจังหวัดอุทัยธานี
เกมนี้ “สวาทแคท” ไม่เพียงแค่แพ้ แต่แพ้ชนิดที่รูปเกมเป็นรองทุกกระบวนท่า ทั้งเกมรับที่เปราะบาง เกมรุกที่ไม่สร้างความกดดันคู่แข่ง และสภาพจิตใจที่ดูเหมือนถอดปลั๊กไปตั้งแต่ยังไม่ครบ 90 นาที ทำให้หลังจบเสียงนกหวีดสุดท้าย ทุกสายตาจับจ้องไปที่อนาคตของกุนซือใหญ่ทันที
ฟอร์มรูดหนัก! สวาทแคทจมบ๊วยแบบน่าเป็นห่วง
ความพ่ายแพ้แบบเละเทะในเกมนี้ ทำให้ภาพรวมผลงานของ สวาทแคท น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง
- แข่ง 13 นัด ชนะ 1 เสมอ 4 แพ้ 8
- เก็บได้เพียง 7 คะแนน
- รั้งอันดับ 16 บ๊วยของตารางลีกหนึ่ง
- ที่น่าหนักใจที่สุดคือ “ไร้ชัยในลีก 11 เกมติดต่อกัน”
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นชัดว่า ปัญหาไม่ได้เกิดแค่ในเกมเดียว แต่เป็นอาการเรื้อรังที่สะสมมาหลายนัด และสุดท้ายมาระเบิดในเกมโดน ช้างป่าห้วยขาแข้ง ไล่ถล่มถึง 7 ประตู จนกลายเป็นจุดแตกหักสำคัญของฤดูกาล

โค้ชหระตัดสินใจลาออก รับผิดชอบผลงานลูกทีม
หลังจบเกมนั้นไม่นาน “โค้ชหระ” อิสสระ ศรีทะโร ตัดสินใจเลือกรับผิดชอบด้วยการ “ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน” ทันที ซึ่งทางสโมสรได้ประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการผ่านเพจของสโมสร
สารจากสโมสรระบุชัดเจนว่า โค้ชอิสสระ ได้แสดงความรับผิดชอบต่อผลงานที่เกิดขึ้น หลังนำทีมบุกไปแพ้ อุทัยธานี เอฟซี 7-0 จนทำให้ทีมต้องร่วงไปอยู่อันดับสุดท้ายของตารางคะแนนลีกหนึ่ง การตัดสินใจลาออกครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนตัวกุนซือธรรมดา แต่คือสัญญาณยอมรับว่า “ทีมกำลังอยู่ในภาวะวิกฤตเต็มตัว”
ผลกระทบต่อทีม และแรงสั่นสะเทือนในห้องแต่งตัว
การลาออกของโค้ชกลางซีซั่น ย่อมส่งผลโดยตรงต่อบรรยากาศในทีม ไม่ว่าจะเป็น
- ความไม่แน่นอนด้านแท็กติกและระบบการเล่น
- สภาพจิตใจของนักเตะ ที่ต้องปรับตัวรับคำสั่งจากคนใหม่
- ความกดดันที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เพราะเวลาพิสูจน์ตัวเองเหลือน้อยลงเรื่อย ๆ
ในมุมของนักเตะ การที่กุนซือแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก อาจทำให้บางคนรู้สึกผิดและอยากลุกขึ้นสู้ใหม่ แต่ในอีกด้านก็อาจสร้างคำถามว่า “ใครจะพาทีมออกจากหล่มนี้?” ซึ่งหน้าที่ของฝ่ายบริหารต่อจากนี้ คือการหาคนที่เหมาะสมเข้ามาแก้สถานการณ์ให้เร็วที่สุด
บอร์ดสวาทแคทเตรียมขยับ – รอประกาศกุนซือใหม่เร็ว ๆ นี้
แม้ในแถลงการณ์ของสโมสรจะยังไม่ได้ระบุชื่อกุนซือที่จะเข้ามารับหน้าที่ต่อจากโค้ชหระ แต่ยืนยันชัดว่า “จะมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น และจะแจ้งให้แฟนบอลทราบในเร็ววัน”
นั่นหมายความว่า ช่วงเวลาจากนี้ไปคือ “ช่วงเปลี่ยนผ่าน” ที่สำคัญมากสำหรับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี การเลือกคนผิด อาจทำให้เส้นทางหนีตกชั้นยิ่งยากขึ้นไปอีก แต่ถ้าเลือกคนที่เหมาะสม มีทั้งแท็กติกและการบริหารคนที่แข็งแรง ก็ยังพอมีเวลาให้กลับมาลุ้นเอาตัวรอดในซีซั่นนี้
โปรแกรมโหดรออยู่! เปิดบ้านดวล บีจี ปทุม ยูไนเต็ด
สถานการณ์ในสนามยังไม่ทันนิ่ง โปรแกรมก็ไม่รอใคร เพราะเกมถัดไปของ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี จะต้องเปิดบ้านพบกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ในศึก บีวายดี ซีไลออน ซิกส์ ลีกหนึ่ง ฤดูกาล 2025/26 นัดที่ 14
- วันแข่ง: วันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568
- เวลา: 18.00 น.
- สนามแข่งขัน: สนามกีฬากลางจังหวัดอุทัยธานี
นี่คือเกมที่สำคัญยิ่งกว่าสามคะแนน เพราะเป็นแมตช์แรกหลังการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งกุนซือ และจะเป็นตัวชี้แนะทิศทางว่า สวาทแคทจะกลับมา “สู้ตาย” หรือยังคงจมอยู่ในความมืดมนของฟอร์มตกอย่างต่อเนื่อง
สรุป
กรณีของ “โค้ชหระ” กับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี คือหนึ่งในภาพสะท้อนของฟุตบอลอาชีพที่โหดร้ายและตรงไปตรงมา เมื่อผลงานในสนามไม่เป็นไปตามเป้า คนแรกที่ต้องรับแรงปะทะมักหนีไม่พ้นกุนซือใหญ่
การลาออกหลังเกมพ่าย 0-7 ให้ อุทัยธานี เอฟซี ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อคนยืนข้างสนาม แต่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของทั้งสโมสร ว่าจากนี้ไปจะเลือกเดินหน้าในทิศทางใด ระหว่างยอมแพ้ต่อสถานการณ์ หรือฮึดกลับมาเพื่อหนีจากโซนตกชั้นให้ได้
สิ่งที่แฟนบอลสวาทแคททำได้ในตอนนี้ คือการจับตาดูการตัดสินใจของบอร์ดบริหาร การแต่งตั้งกุนซือใหม่ และผลงานในสนามแมตช์ต่อ ๆ ไป เพราะทุกนัดนับจากนี้ ไม่ใช่แค่เกมลีกธรรมดา แต่คือ “ศึกเดิมพันอนาคตของทีม” อย่างแท้จริง

เกล็ดความรู้: การลาออกของกุนซือในมุมฟุตบอลอาชีพ
- การลาออกของโค้ช มักเกิดขึ้นหลัง “เกมหักหลังความเชื่อมั่น” เช่น แพ้เละ, แพ้คู่แข่งร่วมกลุ่มหนีตกชั้น หรือฟอร์มรูดต่อเนื่องจนบอร์ดเริ่มสั่นคลอน
- บางครั้งสโมสรไม่กล้าปลดโค้ช เพราะเกรงเรื่องค่าใช้จ่ายหรือภาพลักษณ์ การลาออกของกุนซือจึงช่วยลดแรงเสียดทานและทำให้การเปลี่ยนผ่านราบรื่นขึ้น
- การเปลี่ยนโค้ชกลางซีซั่นช่วยสร้าง “ช็อกทางจิตวิทยา” ให้นักเตะรู้ว่าหากยังเล่นแบบเดิม คนต่อไปที่ต้องรับผิดชอบอาจเป็นตัวเอง
- ไม่ใช่ทุกครั้งที่เปลี่ยนโค้ชแล้วทีมจะดีขึ้นทันที ขึ้นอยู่กับว่าคนใหม่เข้าใจขุมกำลังเดิม รู้ทางบอลลีก และสื่อสารกับนักเตะได้ดีแค่ไหน
- หลายสโมสรใช้จังหวะเปลี่ยนโค้ชเป็นจุดเริ่มต้นสร้างวัฒนธรรมใหม่ในทีม ทั้งเรื่องวินัย, สไตล์การเล่น และมาตรฐานความทุ่มเทของนักเตะ
ขอบคุณรูปภาพจาก Nakhonratchasima FC
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะสำคัญ ทั้งข่าวในสนามและเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงของวงการลูกหนังไทย ติดตามได้แบบจัดเต็ม เข้มข้น ดุดัน สไตล์คนรักฟุตบอลตัวจริงได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM