เสกสรรค์ลั่นช้างศึกพร้อมรบ ไม่ประมาททุกชาติ
เสกสรรค์ ราตรี กองกลางทีมชาติไทย ยืนยันขุนพลช้างศึกพร้อมเข้าสู่สมรภูมิ อาเซียน ฮุนได คัพ 2026 อย่างเต็มตัว หลังผ่านการฝึกซ้อมครั้งสุดท้ายในประเทศไทย ก่อนออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมืองไปยัง สปป.ลาว ช่วงเที่ยงวันที่ 23 กรกฎาคม 2569
ทีมชาติไทยมีโปรแกรมประเดิมสนามรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี ด้วยการบุกเยือน สปป.ลาว วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 โดยเสกสรรค์ย้ำชัดว่า แม้ช้างศึกจะถูกมองเป็นหนึ่งในทีมเต็ง แต่ไม่มีคู่แข่งรายใดที่สามารถมองข้ามได้ ทุกนัดต้องลงสนามด้วยความเข้มข้นและเป้าหมายเดียวคือชัยชนะ
“การฝึกซ้อมในช่วงที่ผ่านมา พวกเราพยายามเตรียมตัวเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ แน่นอนว่าทุกทีมมีคุณภาพในแต่ละทีม เราจะไม่ประมาทแน่นอน การมีนักเตะรุ่น U23 ขึ้นมาเยอะแน่นอนครับว่า ทุกคนจะได้ประสบการณ์ที่ดี ตัวผมก็ได้เล่นกับเพื่อนๆ ได้มากขึ้น ทุกคนมีคุณภาพ”
เป้าหมายมีเพียงแชมป์ พร้อมสู้ไม่ว่าร่างกายกี่เปอร์เซ็นต์
มิดฟิลด์จากการท่าเรือ เอฟซี ไม่ปิดบังเป้าหมายสูงสุดของทีมชาติไทย นั่นคือการเดินหน้าคว้าแชมป์อาเซียนกลับมาครอง อย่างไรก็ตาม เส้นทางครั้งนี้จะไม่ง่าย เพราะคู่แข่งร่วมกลุ่มทั้งมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เมียนมา และ สปป.ลาว ต่างมีคุณภาพและพร้อมสร้างปัญหาให้ช้างศึกได้ทุกนาที
“เป้าหมายของเราอยากที่จะเป็นแชมป์ แต่ทุกทีมมีคุณภาพ เราจะพยายามทำให้ได้ ความพร้อมตอนนี้ต้องพร้อมไม่ว่าจะกี่เปอร์เซ็นต์ เราต้องพร้อมเพราะเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์แล้ว ฝากแฟนบอลมาเชียร์กันเยอะๆ พวกผมจะเก็บชัยชนะให้ได้”
คำประกาศดังกล่าวสะท้อนชัดว่า เมื่อการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ไม่มีพื้นที่สำหรับข้อแก้ตัว นักเตะทุกคนต้องรับมือกับแรงกดดัน สภาพร่างกาย และโปรแกรมแข่งขันที่ต่อเนื่อง พร้อมรีดศักยภาพออกมาเพื่อพาทีมไปให้ถึงเป้าหมาย
ไม่สนผลงานส่วนตัว ขอทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะของทีม
เสกสรรค์ยืนยันว่าไม่ได้ให้ความสำคัญกับตัวเลขส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นประตูหรือแอสซิสต์ สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือการทำหน้าที่ในแดนกลางให้สมบูรณ์ และช่วยให้ ทีมชาติไทย คว้าผลการแข่งขันตามเป้าหมาย
“ส่วนตัวผมไม่ได้โฟกัสเรื่องผลงานส่วนตัว อยากทำผลงานให้ดี เพื่อให้ทีมได้รับชัยชนะความแตกต่างของแคมป์นี้กับแคมป์ก่อนหน้านี้ ผมคิดว่าพอเราอยู่กับรุ่นพี่ก็มีรุ่นพี่คอยผลักดัน พออยู่กับเพื่อนๆ เราพยายามช่วยกันให้มากขึ้น”
แคมป์ครั้งนี้มีนักเตะรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีและผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาหลายราย ทำให้บรรยากาศภายในทีมเต็มไปด้วยการแข่งขัน ขณะเดียวกันยังมีแข้งประสบการณ์สูงคอยประคอง เพื่อสร้างสมดุลให้ทีมพร้อมรับมือเกมระดับนานาชาติ

ขุมกำลังผสมดาวรุ่งกับแข้งเก๋า ภายใต้แผนของแอนโธนี ฮัดสัน
แอนโธนี ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวอังกฤษ เลือกนักเตะ 25 คนสำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ โดยวางโครงสร้างทีมด้วยการผสมผู้เล่นดาวรุ่งกับนักเตะซีเนียร์ เนื่องจากการแข่งขันจัดขึ้นนอกช่วงฟีฟ่า เดย์ และหลายสโมสรอยู่ระหว่างการเตรียมทีมช่วงปรีซีซั่น
รายชื่อกองกลางของช้างศึกประกอบด้วย คคนะ คำยก, ชวัลวิทย์ แซ่เล้า, ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร, ปกเกล้า อนันต์, พิชา อุทรา, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, สารัช อยู่เย็น และเสกสรรค์ ราตรี ซึ่งแต่ละคนมีจุดเด่นแตกต่างกันและต้องแย่งชิงตำแหน่งอย่างดุเดือด
การแข่งขันรายการนี้ได้รับการรับรองเป็นเกม FIFA International A Match และมีผลต่อคะแนนฟีฟ่าแรงกิง แม้จัดนอกปฏิทินฟีฟ่า เดย์ ส่วนรอบแบ่งกลุ่มจะคัดเลือกทีมแชมป์และรองแชมป์ของแต่ละกลุ่มเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ
โปรแกรมช้างศึก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี
นัดที่ 1 สปป.ลาว พบ ไทย
- วันที่ 25 กรกฎาคม 2569 เวลา 20.00 น.
- สนามกีฬาแห่งชาติลาวหลัก 16 กรุงเวียงจันทน์
- ถ่ายทอดสดทางแอปพลิเคชัน TrueVisions Now
นัดที่ 2 ไทย พบ มาเลเซีย
- วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลา 20.00 น.
- สนามราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพมหานคร
- ถ่ายทอดสดทางแอปพลิเคชัน TrueVisions Now
นัดที่ 3 ฟิลิปปินส์ พบ ไทย
- วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย
- สนามกีฬานิว คลาร์ก ซิตี้ แอธเลติก ประเทศฟิลิปปินส์
- ถ่ายทอดสดทางแอปพลิเคชัน TrueVisions Now
นัดที่ 4 ไทย พบ เมียนมา
- วันที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลา 20.00 น.
- สนามราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพมหานคร
- ถ่ายทอดสดทางแอปพลิเคชัน TrueVisions Now

เส้นทางรอบน็อกเอาต์แข่งขันแบบเหย้าเยือน
หากทีมชาติไทยจบอันดับหนึ่งหรืออันดับสองของกลุ่ม จะผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ซึ่งแข่งขันแบบเหย้าเยือนในวันที่ 15-16 สิงหาคม และ 18-19 สิงหาคม 2569
รอบชิงชนะเลิศยังคงใช้ระบบเหย้าเยือน โดยมีกำหนดแข่งขันวันที่ 22 สิงหาคม และ 26 สิงหาคม 2569 ทำให้ทุกทีมต้องรักษามาตรฐานทั้งเกมในบ้านและเกมเยือน หากหวังก้าวขึ้นครองบัลลังก์แชมป์อาเซียน
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน
- รอบแบ่งกลุ่มให้สิทธิ์เพียงแชมป์กลุ่มและรองแชมป์กลุ่มผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ทุกคะแนนจึงมีความสำคัญอย่างมาก
- ระบบเหย้าเยือนในรอบน็อกเอาต์วัดทั้งคุณภาพทีม ความสม่ำเสมอ และความสามารถในการรับมือแรงกดดันต่างสนาม
- การผสมดาวรุ่งกับผู้เล่นประสบการณ์ช่วยสร้างทีมสำหรับปัจจุบัน พร้อมเปิดทางให้นักเตะรุ่นใหม่พัฒนาสู่การเป็นกำลังหลักในอนาคต
ขอบคุณรูปภาพจาก ฟุตบอลทีมชาติไทย
ติดตามความเคลื่อนไหวช้างศึก โปรแกรมการแข่งขัน ผลฟุตบอล และข่าวฟุตบอลไทยแบบเข้มข้นได้ที่ ฟุตบอลไทย GOALSIAM