ภาพรวมดราม่าคืนเดือดที่ซาน ซิโร่
เกมใหญ่ กัลโช่ เซเรีย อา คู่ระหว่าง เอซี มิลาน เปิดซาน ซิโร่รับการมาเยือนของ ลาซิโอ จบลงด้วยสกอร์ 1-0 แต่สิ่งที่ถูกพูดถึงหนักกว่าสกอร์ คือดราม่าท้ายเกมกับจังหวะ VAR จุดโทษปริศนา ที่ทำให้แข้งอินทรีฟ้าขาวถึงขั้น “บอยคอตสื่อ” หลังจบ 90 นาที
แม้ผลการแข่งขันจะบันทึกไว้แค่ว่ามิลานคว้าชัย แต่รูปเกมโดยรวม ลาซิโอสู้ได้อย่างไม่เกรงศักดิ์ศรีเจ้าถิ่น เปิดหน้าแลกตั้งแต่นาทีแรก จนแฟนบอลทั้งสองฝั่งต้องลุกจากเก้าอี้แทบตลอดทั้งเกม
GOALSIAM มาย้อนทุกจังหวะสำคัญ และถอดความเห็นของ “กูรูเปา” ที่ออกมาอธิบายช็อตหายใจไม่ทั่วท้องในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ว่าทำไมสุดท้ายถึง “ไม่เป็นจุดโทษ” และทำไมลาซิโอถึงของขึ้นขนาดนี้
ลาซิโอเกือบช็อกซาน ซิโร่ ตั้งแต่ต้นเกม
เปิดฉากมาแค่ไม่ถึง 2 นาที ลาซิโอเกือบทำช็อกทั้งสนามจากลูกโหม่งของมาริโอ กีล่า ที่เทกตัวขึ้นโขกเต็ม ๆ บอลกำลังจะเสียบใต้คาน แต่ไมค์ เมญ็อง พุ่งไปปัดปลายมือก่อนชนคานอย่างเหลือเชื่อ เซฟนี้ไม่ใช่แค่ป้องกันประตู แต่เปลี่ยนโมเมนตัมให้เจ้าถิ่นยังยืนเกมได้
ไม่นานถัดมา นายด่านเฟรนช์แมนยังต้องออกแรงอีกครั้ง เมื่อแม็ตเตีย ซัคคานญี่ หลุดเข้าไปลุ้นในกรอบ แต่ก็ยังไม่ผ่านเซฟของเมญ็อง ทำให้ช่วงแรก ลาซิโอส่งสัญญาณชัดว่ามาเอาแต้ม ไม่ได้มาแค่แพ็กหลังรอรับ
มิลานเลือกคมกว่า ปิดสกอร์ด้วยลีโอ
ครึ่งหลังเกมเริ่มไหลไปทางมิลานมากขึ้น เจ้าถิ่นค่อย ๆ ตั้งเกมบุกจากแดนหลัง เน้นการต่อบอลเร็วและเปลี่ยนแกนไปด้านกว้าง จนมาได้ประตูสำคัญจากจังหวะเซ็ตเกมบุกสวยงาม ก่อนที่ราฟาเอล เลเอา จะเข้าชาร์จจ่อ ๆ ระยะไม่กี่หลาเป็น 1-0
ลูกนี้ไม่ใช่แค่สกอร์ขึ้นนำ แต่เป็นเหมือนหมัดฮุกที่ทำให้ลาซิโอต้องเสี่ยงเปิดเกมมากขึ้น ทิ้งพื้นที่หลังบ้านและบีบให้ต้องลุยสุดทางในช่วงท้ายเกม
วินาทีระเบิดอารมณ์: จังหวะ VAR จุดโทษที่ไม่มา
ดราม่าหลักของค่ำคืนเกิดขึ้นในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อผู้ตัดสินจูเซ็ปเป้ คอลลู ถูกเรียกไปเช็ค VAR จากจังหวะที่บอลไปโดนแขนของสตราฮินย่า ปาฟโลวิช ในกรอบเขตโทษ
บรรยากาศตอนนั้น บนซุ้มม้านั่งสำรองและในสนามเดือดสุดขีด เพราะถ้าให้เป็นจุดโทษ ลาซิโอจะมีโอกาสทองในการตีเสมอ แต่หลังดูภาพช้าอยู่นาน คอลลูตัดสิน “ไม่ให้จุดโทษ” พร้อมชี้ว่า ก่อนหน้าบอลจะโดนแขน มีการฟาวล์ของอดัม มารูซิช เกิดขึ้นก่อน
จังหวะนี้ไม่เพียงทำให้คนในสนามเดือด แต่บนเส้นข้างสนามก็ลุกเป็นไฟ จนมีการไล่ผู้ช่วยโค้ชของลาซิโออย่างมาร์โก ยานนี ออกจากเขตเทคนิคจากการประท้วงหนัก

ลาซิโอไม่ทน! เลือก “ให้ภาพเล่าเรื่อง” แทนคำพูด
สิ่งที่สะท้อนความไม่พอใจของลาซิโอชัดที่สุด คือการประกาศ “เงียบกับสื่อ” หลังจบเกม ทั้งนักเตะและสตาฟฟ์โค้ชไม่มีใครยอมให้สัมภาษณ์เลยแม้แต่คนเดียว
สโมสรเลือกใช้โซเชียลมีเดียเป็นเวทีระบายความในใจ โพสต์คลิปจังหวะปัญหาพร้อมข้อความแรงว่า
“เราขอโทษที่ไม่สามารถไปห้องแถลงข่าวได้ในคืนนี้ แต่เราจะให้ภาพเป็นคนพูดแทนเราเอง”
นี่คือการส่งสารตรง ๆ ว่า ลาซิโอไม่เชื่อในคำตัดสิน และต้องการให้แฟนบอลทั่วโลกตัดสินด้วยสายตาตัวเอง
กูรูผู้ตัดสินชี้ชัด: ไม่จุดโทษ และ VAR ก็ “ต้องรักษาหน้า”
ฝั่งวิเคราะห์เชิงกติกา DAZN เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านผู้ตัดสินอย่างลูก้า มาเรลลี มาถอดรหัสจังหวะนี้แบบละเอียด เขายืนยันว่าตามหลักแล้ว “ไม่ควรเป็นจุดโทษ” ด้วยเหตุผลหลัก ๆ 3 ข้อ
- ระยะห่างระหว่างผู้เล่นทั้งสองคนใกล้กันมาก จนปาฟโลวิชแทบไม่มีเวลาตอบสนอง
- ตำแหน่งแขนของปาฟโลวิชไม่ได้ขยับเข้าหาบอล แขนอยู่ด้านหลังตัวเอง ไม่ได้เป็นท่าทางขยายพื้นที่อย่างชัดเจน
- จากมุมภาพต่าง ๆ เห็นได้ชัดว่า เขาแทบมองไม่เห็นบอลก่อนจะสัมผัสโดนแขน
มาเรลลีสรุปได้ดุเดือดว่า ผู้ตัดสิน “ตัดสินได้ถูก แต่ด้วยเหตุผลที่ไม่เป๊ะ” เพราะการอ้างว่ามีฟาวล์จากมารูซิชก่อนนั้น “ค่อนข้างเกินจริง” แต่ผลลัพธ์สุดท้ายคือไม่ให้จุดโทษ ซึ่งเขามองว่าเป็นผลลัพธ์ที่ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของเกม
ฝั่งกูรูจาก Sky Sport Italia ยังถึงขั้นเรียกคอลลูว่า “อัจฉริยะ” ในมุมแสบ ๆ คัน ๆ เพราะการตัดสินแบบนี้ทำให้ทั้งสองฝ่าย “ทั้งดีใจทั้งหัวเสีย” พร้อมกับช่วยให้ VAR ไม่ถูกวิจารณ์ยับจากการเป่าจุดโทษสุดโหดในช่วงนาทีท้ายเกม
สรุป: ศึกที่จบ 1-0 แต่คำถามยังค้างทั้งลีก
แม้สกอร์บนกระดานจะเขียนชัดว่า มิลานชนะ 1-0 แต่สิ่งที่ทิ้งร่องรอยไว้ในใจแฟนบอล และคนในสโมสรลาซิโอ คือคำถามเกี่ยวกับมาตรฐานการใช้ VAR และเส้นแบ่งบาง ๆ ระหว่าง “ความยุติธรรม” กับ “ความรู้สึกของทีมที่เสียผลประโยชน์”
ฝั่งลาซิโอเลือกไม่พูด แต่ให้ภาพและความเงียบเป็นตัวแทนความไม่พอใจ ขณะที่กูรูผู้ตัดสินและสื่ออิตาลีส่วนหนึ่งกลับมองว่าผลลัพธ์สุดท้าย – การไม่ให้จุดโทษ – คือการ “รักษาหน้าเกมฟุตบอล”
ศึกนี้จบลงไปแล้ว แต่แรงกระเพื่อมจะยังตามมาบนโต๊ะถกกติกา ในรายการวิเคราะห์ และในใจแฟนบอลทุกคนที่กำลังจับตาดูว่า กัลโช่ เซเรีย อา จะจัดการกับเคส VAR แบบนี้อย่างไรในอนาคต

เกล็ดความรู้จากดราม่า VAR เกมมิลาน–ลาซิโอ
- จังหวะแฮนด์บอลในเขตโทษ ไม่ได้วัดกันแค่ “โดนแขนหรือไม่” แต่ต้องดูองค์ประกอบอื่น เช่น ระยะเวลาในการตอบสนอง ท่าทางแขน และเจตนาการเล่นบอล
- การใช้ VAR มีข้อจำกัดเสมอ ผู้ตัดสินในสนามยังเป็นคนตัดสินใจคนสุดท้าย VAR แค่ “แนะนำ” ไม่ได้สั่ง
- การที่สโมสรประกาศ “เงียบกับสื่อ” เป็นหนึ่งในวิธีประท้วงเชิงสัญลักษณ์ที่หลายทีมในยุโรปใช้ เมื่อรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม
- ดราม่าการตัดสินแบบนี้แม้สร้างความไม่พอใจ แต่ก็มักถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ช่วยให้ประเด็นเรื่องมาตรฐานผู้ตัดสินถูกหยิบขึ้นมาปรับปรุงมากขึ้นในระยะยาว
แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล…อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวมันส์ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM