⚽️ ฟอร์มเข้าตา “ฟลิค” บาร์ซ่าอยากเก็บแรชฟอร์ดต่อหลังยืมตัว
ด้วยผลงานที่โดดเด่นและสร้างอิมแพ็กต์ให้ทีมได้ทันที ทำให้ บาร์เซโลน่า ยังมีความต้องการที่จะเก็บ มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าความเร็วสูงชาวอังกฤษที่ยืมมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้อยู่กับทีมต่อหลังจบฤดูกาลนี้
รายงานชี้ว่าไม่ใช่แค่สโมสรเท่านั้นที่ประทับใจ แต่ฝั่งกุนซือ ฮันซี ฟลิค ก็เห็นศักยภาพของแรชฟอร์ดอย่างชัดเจน จึงต้องการให้ดีลนี้ “ไปต่อ” ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีเจรจาแบบไหนก็ตาม
🔍 รายงานจาก The Touchline: บาร์ซ่ามองหลายทางเลือก ไม่ยึดติดออปชั่นซื้อขาดอย่างเดียว
ตามรายงานของ The Touchline ระบุว่า บาร์ซ่ากำลังสำรวจโครงสร้างดีลหลายรูปแบบ ไม่ได้จำกัดแค่การใช้ออปชั่นซื้อขาดราคา 30 ล้านยูโร (ประมาณ 1,080 ล้านบาท) เท่านั้น
เหตุผลหลักคือเรื่องสภาพการเงินของสโมสรที่ยังไม่คล่องตัวนัก ทำให้บาร์ซ่าอยากทำดีลให้ “ยืดหยุ่น” มากขึ้น และพยายามสร้างแพ็กเกจที่เหมาะสมกับทั้งสองฝ่าย โดยไม่ต้องควักเงินก้อนเดียวแบบเต็มจำนวน

💰 3 กลยุทธ์ต่อรองที่บาร์ซ่ากำลังพิจารณา
จากรายงานระบุว่าแผนที่บาร์ซ่ากำลังวางไว้มีหลายแนวทาง ซึ่งแต่ละแบบมีเป้าหมายเดียวกันคือ “เก็บแรชฟอร์ดไว้” ให้ได้ โดยมีตัวเลือกหลักดังนี้
1) ยืมตัวต่ออีกครั้ง
บาร์ซ่าพร้อมจ่าย “ค่ายืมเล็กน้อย” เพื่อขอยืมตัวต่อไปอีกหนึ่งฤดูกาล
แนวทางนี้ช่วยลดภาระเงินก้อน และเปิดโอกาสให้สโมสรประเมินฟอร์มระยะยาวต่อไปได้ ขณะเดียวกันก็ทำให้แรชฟอร์ดยังอยู่ในระบบของฟลิคต่อเนื่อง ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่
2) ขอ “ลดค่าตัว” เหลือ 20-25 ล้านยูโร
แทนที่จะใช้ออปชั่นซื้อขาด 30 ล้านยูโร บาร์ซ่าต้องการต่อรองให้ลดลงมาอยู่ที่ 20-25 ล้านยูโร (ประมาณ 720-900 ล้านบาท)
นี่คือเกมเจรจาที่ชัดเจน เพราะบาร์ซ่ารู้ว่าตัวนักเตะสำคัญ แต่ก็ต้องบาลานซ์กับข้อจำกัดทางการเงิน จึงเลือกกดราคาให้ลงมาสู่ระดับที่จ่ายไหวมากขึ้น
3) ใช้ “สูตรสร้างสรรค์” แบบแพ็กเกจผสม
บาร์ซ่าอาจใช้โครงสร้างดีลที่ซับซ้อนขึ้น เช่น
- แนบนักเตะในดีล
- ปล่อยแบบยืมตัว (ในรูปแบบที่อาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติม)
- หรือขายสิทธิ์นักเตะบางรายให้แมนยูในสัดส่วน 50%
สูตรลักษณะนี้คือการพยายามหาทางออกที่ไม่ต้องจ่ายเงินสดเต็มจำนวน แต่ยังทำให้ทั้งสองฝ่ายได้ “สิ่งที่ต้องการ” ตามข้อจำกัดของตัวเอง
🤝 เจรจายังเดินต่อแบบไม่เร่ง: ความสัมพันธ์สองสโมสรช่วยให้คุยกันง่ายขึ้น
รายงานยังย้ำว่าการพูดคุยระหว่างบาร์เซโลน่าและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงดำเนินต่อไปแบบไม่เร่งรีบ เพราะทั้งสองสโมสรมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และต่างฝ่ายต่างต้องการหาทางออกที่ “แฟร์” และเหมาะสมที่สุด
นี่ทำให้ดีลนี้มีโอกาสจบแบบนิ่มๆ ด้วยการหาจุดลงตัวร่วมกัน มากกว่าจะลากยาวจนกลายเป็นศึกน้ำลาย
🔥 ตัวเลขฟ้องผลงาน: แรชฟอร์ดซีซั่นนี้กด 7 ประตู 11 แอสซิสต์ จาก 28 นัด
สาเหตุที่บาร์ซ่าพยายามรั้งตัวไว้ก็เพราะผลงานของแรชฟอร์ด “จับต้องได้” ฤดูกาลนี้เขาทำไปแล้ว 7 ประตู กับ 11 แอสซิสต์ จากการลงเล่นรวมทุกรายการ 28 นัด
ตัวเลขนี้คือหลักฐานว่าเขาไม่ได้แค่เล่นดีเป็นช่วงๆ แต่สร้างผลลัพธ์ให้ทีมจริง ทั้งการจบสกอร์และการสร้างโอกาส ซึ่งเหมาะกับฟุตบอลของฟลิคที่ต้องการเกมรุกความเร็วสูงและการเปลี่ยนจังหวะที่รวดเร็ว

🧠 เกมต่อรองที่ไม่จบแค่ตัวเลข: ดีลอาจลงเอยด้วย “สูตรผสม”
บทสรุปของรายงานชี้ว่า ดีลนี้อาจไม่ได้จบด้วยตัวเลขค่าตัวเพียงอย่างเดียว แต่มีโอกาสเป็น “สูตรผสม” ที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับได้ เพื่อให้แฟนบอลยังได้เห็นดาวเตะวัย 28 ปีในสีเสื้อบาร์เซโลน่าต่อไป
ทั้งหมดขึ้นอยู่กับว่าฝั่งแมนยูจะมองดีลแบบไหน “คุ้มสุด” ทั้งในเชิงเงิน เชิงทรัพยากรนักเตะ และการวางแผนทีมในอนาคต
🧠 เกล็ดความรู้
- ดีลยืมตัวต่อมักถูกใช้เมื่อทีมซื้อมีข้อจำกัดการเงิน แต่ยังต้องการนักเตะไว้ใช้งานต่อเนื่อง
- การต่อรองลดค่าตัวเกิดขึ้นได้เมื่อสโมสรต้องบาลานซ์งบประมาณกับความต้องการของโค้ชและทีม
- “ดีลแนบนักเตะ” หรือขายสิทธิ์บางส่วน 50% คือเครื่องมือที่ใช้กันบ่อยเพื่อทำให้สโมสรได้ประโยชน์โดยไม่ต้องจ่ายเงินสดทั้งหมด
- สถิติประตู+แอสซิสต์เป็นตัวชี้วัดสำคัญของแนวรุก เพราะสะท้อน “ผลลัพธ์” มากกว่าความสวยงามของการเล่น
แฟนบอลที่อยากตามข่าวตลาดนักเตะยุโรปแบบเข้มข้น เจาะดีลใหญ่รายวัน และอัปเดตความเคลื่อนไหวของแมนยู-บาร์ซ่าก่อนใคร อย่าลืมติดตามความมันส์ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM