FSG ยืนยันกลุ่มทุนสนใจถือหุ้นลิเวอร์พูล
เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป หรือ FSG เจ้าของสโมสรลิเวอร์พูล ยืนยันว่า กลุ่มนักลงทุนซึ่งนำโดย อมิต บาเทีย นักธุรกิจชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดีย แสดงความสนใจเข้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ในถิ่นแอนฟิลด์
รูปแบบการลงทุนจะเป็นการซื้อหุ้นส่วนน้อย หรือ Minority Stake เท่านั้น จึงไม่ใช่การเทคโอเวอร์เต็มรูปแบบ และไม่ได้หมายความว่า FSG เตรียมขายกิจการหรือสูญเสียอำนาจควบคุมสโมสร
“กลุ่มนักลงทุนที่บริหารจัดการ และเป็นตัวแทนซึ่งนำโดย อมิต บาเทีย ได้แสดงความสนใจที่จะเข้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ในฐานะผู้ถือหุ้นส่วนน้อยของสโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล”
การเจรจายังไม่จบ ไม่มีข้อตกลงอย่างเป็นทางการ
แม้ FSG จะออกมายืนยันว่ามีการแสดงความสนใจจริง แต่การเจรจาระหว่างสองฝ่ายยังอยู่ในขั้นดำเนินการ และยังไม่มีการบรรลุข้อตกลงอย่างเป็นทางการ
รายละเอียดสำคัญทั้งสัดส่วนหุ้น มูลค่าเงินลงทุน สิทธิของผู้ถือหุ้นรายใหม่ และเงื่อนไขทางธุรกิจยังไม่ถูกเปิดเผย ทำให้สถานการณ์ขณะนี้ยังเป็นเพียงการเจรจา ไม่ใช่ดีลที่ปิดสมบูรณ์แล้ว
มูลค่าลิเวอร์พูลอาจทะลุ 4.5 พันล้านปอนด์
หากการลงทุนของกลุ่มบาเทียประสบความสำเร็จ มูลค่าสโมสรลิเวอร์พูล อาจถูกประเมินสูงกว่า 4,500 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 198,000 ล้านบาท สะท้อนพลังทางธุรกิจและฐานแฟนบอลทั่วโลกของทัพหงส์แดง
ตัวเลขดังกล่าวใกล้เคียงกับการประเมินเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 ที่จัดให้ลิเวอร์พูลมีมูลค่าราว 6,200 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4,600 ล้านปอนด์ สูงเป็นอันดับ 4 ของสโมสรฟุตบอลทั่วโลก พร้อมรายได้ในฤดูกาล 2024-25 ประมาณ 703 ล้านปอนด์

FSG สร้างมูลค่าสโมสรเติบโตมหาศาล
FSG เข้าซื้อลิเวอร์พูลเมื่อปี 2010 ด้วยมูลค่าประมาณ 300 ล้านปอนด์ ก่อนยกระดับสโมสรทั้งด้านผลงาน สนามแข่งขัน ศูนย์ฝึกซ้อม รายได้เชิงพาณิชย์ และฐานผู้สนับสนุนทั่วโลก
หากการประเมินมูลค่า 4,500 ล้านปอนด์เกิดขึ้นจริง นั่นหมายความว่ามูลค่ากิจการของลิเวอร์พูลเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลตลอดระยะเวลาที่ FSG บริหารสโมสร
แนวทางเดียวกับดีล Dynasty Equity
การดึงนักลงทุนรายใหม่เข้ามาถือหุ้นส่วนน้อยไม่ใช่แนวทางใหม่ของ FSG เพราะในปี 2023 ลิเวอร์พูลเคยรับเงินลงทุนจาก Dynasty Equity บริษัทลงทุนด้านกีฬาจากสหรัฐอเมริกา
ดีลครั้งนั้นไม่มีการเปิดเผยมูลค่าอย่างเป็นทางการ แต่มีรายงานว่าอยู่ระหว่าง 100-200 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 82-164 ล้านปอนด์
เงินลงทุนถูกนำไปใช้เสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน ลดหนี้จากช่วงการแพร่ระบาด ลงทุนในสนามแอนฟิลด์ ศูนย์ฝึก AXA การซื้อสนามซ้อมเมลวูดกลับคืน และค่าใช้จ่ายจากตลาดนักเตะ
ทุนใหม่อาจช่วยอะไรลิเวอร์พูลได้บ้าง
การขายหุ้นส่วนน้อยเปิดทางให้ลิเวอร์พูลได้รับเงินทุนเพิ่มเติมโดยที่ FSG ยังคงถืออำนาจควบคุมหลัก เงินก้อนใหม่อาจช่วยเพิ่มความคล่องตัวด้านการเงิน รองรับการลงทุนระยะยาว และลดแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายขนาดใหญ่
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันว่าเงินจากดีลของบาเทียจะถูกนำไปใช้กับตลาดนักเตะ การพัฒนาสนาม หรือโครงการใดโดยเฉพาะ แฟนบอลจึงต้องรอรายละเอียดจากสโมสรหลังการเจรจามีความชัดเจนมากขึ้น
อมิต บาเทีย คือใคร
อมิต บาเทีย เป็นนักธุรกิจชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดีย และเป็นลูกเขยของ ลักษมี มิตตัล มหาเศรษฐีเจ้าของอาณาจักรอุตสาหกรรมเหล็กระดับโลก
บาเทียมีประสบการณ์ในวงการฟุตบอลอังกฤษมาอย่างยาวนาน หลังเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการและผู้ถือหุ้นร่วมของควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส เป็นเวลาถึง 18 ฤดูกาล ก่อนลาออกจากคณะกรรมการและสละสถานะผู้ถือหุ้นของสโมสร
ภูมิหลังด้านธุรกิจและประสบการณ์บริหารสโมสรฟุตบอล ทำให้การขยับเข้าหาลิเวอร์พูลครั้งนี้ถูกจับตามองอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อกลุ่มทุนของเขาได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวมิตตัล ซึ่งมีศักยภาพทางการเงินระดับโลก
ดีลใหญ่ที่ยังต้องจับตา
สถานการณ์ในเวลานี้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของ และ FSG ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของลิเวอร์พูล แต่การยืนยันว่ามีกลุ่มทุนระดับมหาเศรษฐีต้องการเข้าลงทุน แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์หงส์แดงในตลาดกีฬาระดับโลก
หากการเจรจาสำเร็จ ลิเวอร์พูลจะได้รับพันธมิตรทางการเงินรายใหม่ ขณะที่ FSG ยังรักษาอำนาจบริหารเอาไว้ครบถ้วน แต่หากการหารือไม่ลงตัว ดีลนี้ก็อาจยุติลงได้เช่นกัน เพราะยังไม่มีการลงนามหรือประกาศข้อตกลงอย่างเป็นทางการ
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับการซื้อหุ้นสโมสรฟุตบอล
- การซื้อหุ้นส่วนน้อยทำให้นักลงทุนมีส่วนได้เสียในสโมสร แต่ไม่ได้ครอบครองอำนาจบริหารทั้งหมด
- มูลค่าการลงทุนมักพิจารณาจากรายได้ แบรนด์ สนามแข่งขัน ผลงาน และศักยภาพการเติบโตในอนาคต
- เงินทุนจากผู้ถือหุ้นรายใหม่สามารถใช้ลดหนี้ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หรือเสริมความมั่นคงทางการเงินได้
ติดตามข่าวลิเวอร์พูลกับ GOALSIAM
ติดตามความคืบหน้าดีลกลุ่มทุนใหม่ ข่าวลิเวอร์พูล ตลาดนักเตะพรีเมียร์ลีก และทุกความเคลื่อนไหวจากถิ่นแอนฟิลด์แบบตรงประเด็นได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM