⚽️ ผีแดงเปลี่ยนโค้ชปุ๊บ เปลี่ยนหน้าเกมปั๊บ: คาร์ริคกลับมาแล้ว “รีเซ็ตระบบ” ทันที

หลังยุคของรูเบน อโมริมที่คุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบฟอร์มหลุดและแก้ปัญหาเรื้อรังไม่ลง สุดท้ายสโมสรตัดสินใจมอบหน้าที่ให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค กลับมานั่งเก้าอี้เฮดโค้ชแบบชั่วคราวอีกครั้งไปจนจบฤดูกาล
ตลอดระยะเวลา 14 เดือนในมือกุนซือโปรตุเกส ทีมเหมือนหลงทาง ระบบไม่เสถียร เกมรับเปราะจนเสียประตูแทบทุกนัด แต่พอคาร์ริคเข้ามาคุมนัดเดียว กลับจัดระเบียบแบบเห็นผลทันตา และที่สำคัญ—นักเตะหลายคนที่เคยถูกใช้ผิดบทบาทกลับ “มีชีวิต” ขึ้นมาอย่างชัดเจน

🔥 ปรับใหญ่ตั้งแต่นัดแรก: รื้อหลังสาม ทิ้งวิงแบ็ค คืนสู่แบ็คโฟร์สูตร 4-2-3-1

คาร์ริคเริ่มด้วยการ “รื้อราก” ระบบหลังสามที่ถูกมองว่าเป็นต้นตอความทุลักทุเล แล้วกลับมาใช้แบ็คโฟร์ในแผน 4-2-3-1 แบบที่เข้ากับ DNA ของยูไนเต็ดมากกว่า
ผลคือรูปเกมดูสมดุลขึ้นทันที ทั้งการยืนตำแหน่ง การคุมพื้นที่ และการเปลี่ยนเกมจากรับเป็นรุกที่ไม่ต้องฝืนธรรมชาติผู้เล่น โดยเฉพาะแนวรุกที่ได้เล่นแบบมี “ปีกจริง” แทนการถูกจับไปยืนวิงแบ็ค

🧠 เปลี่ยนตัวผู้เล่นแบบเด็ดขาด: กล้าให้โอกาสเด็ก กล้าดร็อปตัวที่ไม่เข้าระบบ

ในเกมแรกคาร์ริคยังทำหลายอย่างที่แตกต่างจากยุคเดิมแบบชัดเจน

  • ส่ง ค็อบบี้ เมนู ลงตัวจริงเกมลีกนัดแรกของซีซั่น หลังอโมริมไม่ยอมให้โอกาสเด็กปั้น
  • ไม่ใช้งาน เบนยามิน เชชโก้ ทั้งที่ฟอร์มก่อนหน้ากด 3 ประตูจาก 2 เกม
  • ดร็อป มาเตอุส คุนญ่า แล้วเลือก ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ยืนหน้าเป้า
  • หันมาใช้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ แทนกลุ่มกองหลังดาวรุ่งอย่าง เลนี่ โยโร่ และอายเด็น เฮฟเว่น

ผลลัพธ์คือ “คลีนชีต” มาแบบทันทีในเกมเปิดบ้านชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ซึ่งสะท้อนชัดว่าเมื่อเลือกตัวให้เข้าระบบ ความมั่นคงของทีมก็กลับมาได้เร็วมาก

✅ 4 แข้งที่เหมือน “ได้เกิดใหม่” ในยุคคาร์ริค (จากเกมเดียวที่เห็นภาพชัด)

การมาของคาร์ริคไม่ได้แค่กู้ชื่อทีม แต่เหมือนเปิดทางให้ 4 คนนี้กลับมาเป็นตัวเลือกสำคัญของทีมแบบทันตาเห็น

1) ค็อบบี้ เมนู – เด็กปั้นที่ถูกปิดประตู กลับมาเป็นตัวจริงได้แบบสง่างาม

ตั้งแต่ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในฤดูกาล 2023/24 เมนูแสดงให้เห็นว่าเขามีคุณภาพพอจะเป็นมิดฟิลด์ระดับท็อปของลีก
แต่ภายใต้อโมริม ดาวรุ่งวัย 20 ปีแทบไม่ได้โอกาส เพราะถูกตีกรอบว่า “สไตล์คล้ายบรูโน่ แฟร์นันด์ส” ต้องแย่งตำแหน่งกับกัปตันโปรตุเกส จนไม่เคยได้สตาร์ตเกมลีกในซีซั่นนี้เลย

คาร์ริคทำตรงข้าม—ให้เมนูลงตัวจริงพร้อมบรูโน่ในเกมเดียวกัน แล้วผลงานออกมาชัดว่า “อยู่ร่วมกันได้” แถมทีมยังล้มแมนซิตี้ได้แบบเด็ดขาด
ภาพรวมฟอร์มของเมนูในเกมดาร์บี้เด่นมากจนส่งสัญญาณว่าเขากลับมาเป็นตัวเลือกแรก และ มานูเอล อูการ์เต้ อาจต้องยอมรับบทบาทตัวหมุนไปก่อน

2) แฮร์รี่ แม็กไกวร์ – ประสบการณ์กลับมามีค่า เกมรับนิ่งขึ้นทันตา

แม็กไกวร์เคยทำได้ดีในยุคหลังสามช่วงหนึ่ง และช่วยทีมไปถึงชิงยูโรปาลีก แต่ฤดูกาลนี้ได้สตาร์ตเกมลีกเพียง 4 จาก 11 นัด และยังเจ็บต้นขาหายไปสองเดือน
คาร์ริคเลือกส่งเขาลงเจอแมนซิตี้ทันที และมัน “ได้ผล” เพราะเกมรับของยูไนเต็ดรับมือแนวรุกเรือใบได้อยู่หมัด

อย่างไรก็ตาม เขากำลังหมดสัญญาหลังจบซีซั่นนี้ จึงต้องลุ้นว่าเขาจะได้ต่อสัญญาหรือไม่ แต่จากภาพเกมเดียวที่เห็น มันชัดว่าความนิ่งและการอ่านเกมของเขายังเป็นของที่ทีมต้องมีในช่วงกดดัน

3) ดีโอโก้ ดาโลต์ – พ้นบทวิงแบ็คที่ฝืนธรรมชาติ กลับมาเล่นแบ็คโฟร์แล้วลงตัว

ดาโลต์คือหนึ่งในนักเตะที่ถูกแฟนบอลโจมตีหนัก ทั้งที่เป็นตัวจริงต่อเนื่อง
ย้อนกลับไปฤดูกาล 2023/24 เขาเคยได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสรในยุคเทน ฮากด้วยซ้ำ หลังชนะวาน-บิสซาก้าในการแย่งตำแหน่ง

แต่พออโมริมใช้หลังสาม ดาโลต์ถูกบังคับให้เล่นแบบวิงแบ็คที่ต้องเติมเกมรุกหนัก ทั้งที่ไม่ใช่จุดเด่น จึงทำให้ฟอร์มตก
เมื่อคาร์ริคกลับมาใช้แบ็คโฟร์ ดาโลต์ไม่ต้องฝืนเติมถี่เหมือนเดิม ได้ทำหน้าที่แบ็คขวาแบบ “รัดกุม” และดูสบายใจขึ้นทันที เหมือนกลับไปสู่บทบาทที่เขาเคยทำได้ดีมาก่อนแล้ว

4) แพทริค ดอร์กู – จากวิงแบ็คที่ไม่คม กลายเป็นปีกซ้ายธรรมชาติแล้ว “มีของ”

ดอร์กูคือการเซ็นสัญญารายแรกของอโมริม เพราะต้องการวางระบบ 3-4-3 แต่ปัญหาคือทั้งดอร์กูและระบบวิงแบ็คไม่ได้ทำให้เกมรุกคมขึ้น
ภายใต้การคุมทีมเดิม ดาวเตะเดนมาร์ควัย 21 ปีทำได้ 1 ประตู 3 แอสซิสต์จาก 40 นัด และถูกใช้เป็นวิงแบ็คซ้าย ขณะที่ลุค ชอว์ไปยืนเป็นเซ็นเตอร์ฝั่งซ้ายในหลังสาม

คาร์ริคเปลี่ยนทันที—ให้ดอร์กูเล่นปีกซ้ายธรรมชาติ และให้ชอว์กลับไปเป็นแบ็คซ้ายในแบ็คโฟร์
ผลคือเกมของยูไนเต็ดไหลลื่นขึ้นทั้งรุกและรับ และดอร์กูดูอันตรายขึ้น เพราะได้เล่นในพื้นที่ที่เหมาะกับตัวเองจริงๆ

🧠 เกล็ดความรู้

  • การเปลี่ยนจากหลังสามเป็นแบ็คโฟร์มักช่วยให้ทีมคุมพื้นที่ได้ง่ายขึ้น และลดช่องว่างระหว่างไลน์เมื่อเล่นรับ
  • ผู้เล่นหลายคนฟอร์มตกไม่ใช่เพราะ “ไม่เก่ง” แต่เพราะถูกใช้ผิดบทบาท โดยเฉพาะตำแหน่งวิงแบ็คที่ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ
  • การให้โอกาสเด็กปั้นในเกมใหญ่ ช่วยสร้างพลังในทีมและเพิ่มทางเลือกเชิงแท็กติกในระยะยาว
  • คลีนชีตในเกมดาร์บี้ไม่ได้มาจากดวง แต่มักสะท้อนระบบทีมและการเลือกตัวที่เข้ากับแผนอย่างชัดเจน

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของแมนยู การเปลี่ยนแปลงแท็กติก และข่าวบอลยุโรปแบบเข้มข้นได้ที่ พรีเมียร์ลีก GOALSIAM