มาดริดเก็บสามแต้มได้ แต่บรรยากาศไม่ได้สวยหรูอย่างที่สกอร์บอก

เรอัล มาดริด กลับมาลงสนามหลังผิดหวังจากการกระเด็นตกรอบ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ด้วยการเปิดบ้านชนะ อลาเบส 2-1 แต่ชัยชนะนัดนี้ไม่ได้ทำให้ทุกอย่างสงบลงแบบสมบูรณ์ เพราะตลอดทั้งเกมยังมีเสียงนกหวีดจากแฟนบอลในซานติอาโก้ เบร์นาเบวดังเป็นระยะ สะท้อนชัดว่าฟอร์มการเล่นของทีมยังไม่อาจลบความผิดหวังเดิมได้หมด

ช่วงต้นเกม อลาเบสไม่ได้มาเพื่อยืนรอรับอย่างเดียว แต่กล้าบุกใส่และสร้างปัญหาทางกราบขวาได้หลายครั้ง โดยเฉพาะจังหวะของ อังเคล เปเรซ ที่เติมเกมได้อันตรายจน อันเดรย์ ลูนิน ต้องออกแรงเซฟ ขณะที่มาดริดแม้ครองบอลได้พอสมควร แต่ยังขาดความเฉียบคมในพื้นที่สุดท้าย ทำให้เกมรุกช่วงแรกยังไม่ไหลลื่นอย่างที่ควรจะเป็น

เอ็มบัปเป้ปลดล็อกก่อน แต่รูปเกมไม่ได้ขาดลอย

ประตูขึ้นนำ 1-0 ของเจ้าถิ่นมาจาก คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ในนาทีที่ 32 จากลูกยิงไกลที่มีจังหวะแฉลบเปลี่ยนทางจนผู้รักษาประตูอลาเบสหมดสิทธิ์ป้องกัน หลังจากนั้นมาดริดมีช่วงเวลาที่ดูดีขึ้น เกมรุกเริ่มเร่งความเร็วและกดดันแนวรับทีมเยือนได้มากกว่าเดิม แต่ก็ยังใช่ว่าจะคมกริบ เพราะยังมีจังหวะที่ควรจบได้ดีกว่านี้หลุดมือไปอยู่หลายครั้ง

ก่อนหมดครึ่งแรก มาดริดเกือบได้เฮเพิ่มจาก เอแดร์ มิลิเตา ที่ส่งบอลไปชนคาน แต่สุดท้ายค่ำคืนนี้กลับมีรสขมปนอยู่ เมื่อเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บและต้องถูกเปลี่ยนตัวออกก่อนพักครึ่งให้ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ ลงมาแทน ขณะเดียวกัน อลาเบสเองก็มีโอกาสสวนกลับน่ากลัว ทั้งลูกยิงของ โทนี มาร์ติเนซ ที่ชนเสา และจังหวะของ ลูกัส โบเย ที่บังคับให้ลูนินต้องเซฟอีกครั้ง

วินิซิอุสกดประตูสุดสวย แต่ยังไม่ใช่คืนที่มาดริดเล่นได้หมดจด

ครึ่งหลังเริ่มมาเพียง 5 นาที วินิซิอุส จูเนียร์ ก็ระเบิดประตู 2-0 ให้มาดริดจากจังหวะลากตัดเข้าในแล้วยิงเสียบมุมอย่างเด็ดขาด เป็นประตูที่ทั้งสวยและเฉียบคมชนิดแฟนบอลเถียงไม่ออก ทว่าสิ่งที่น่าสนใจกว่าคือท่าทางหลังยิงได้ของเจ้าตัว ซึ่งเลือกยกแขนคล้ายขอโทษแฟนบอลมากกว่าจะฉลองแบบสุดเหวี่ยง สะท้อนบรรยากาศกดดันในสนามได้ชัดเจนไม่น้อย

หลังนำห่าง มาดริดยังมีโอกาสบวกเพิ่ม ทั้งจังหวะที่ ดานี การ์บาฆาล เปิดบอลสวยเข้ากลาง และโอกาสของ โอเรเลียง ชูอาเมนี กับ บราฮิม ดิอาซ ที่เกือบเปลี่ยนเป็นประตูได้ แต่อลาเบสก็ยังไม่ยอมถอดใจ พวกเขาเดินเกมบุกต่อเนื่องในช่วงท้าย สร้างความปั่นป่วนในกรอบเขตโทษเจ้าถิ่นได้หลายครั้ง จนท้ายที่สุดมาได้ประตูตีไข่แตกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจากจังหวะยิงของ อันเดร์ เกวารา ที่แฉลบ โทนี มาร์ติเนซ เปลี่ยนทางเข้าประตูไป

ชัยชนะที่พอประคองสถานการณ์ แต่ยังทิ้งคำถามเรื่องฟอร์ม

แม้มาดริดจะเก็บชัยชนะได้สำเร็จ และลดช่องว่างกับบาร์เซโลนาลงเหลือ 6 แต้มแบบชั่วคราว แต่ภาพรวมของเกมนี้ยังไม่ใช่ฟอร์มที่น่าไว้วางใจเต็มร้อย พวกเขาทำในสิ่งที่จำเป็นได้ก็จริง ทว่ายังปล่อยให้อลาเบสมีโอกาสมากพอจะสร้างปัญหา โดยเฉพาะช่วงท้ายเกมที่ทีมเยือนกดดันใส่อย่างต่อเนื่อง ถ้าคมกว่านี้ ผลการแข่งขันอาจไม่จบแบบที่เจ้าถิ่นต้องการก็ได้

ฝั่งอลาเบสเองน่าเสียดายไม่น้อย เพราะรูปเกมบางช่วงพวกเขาสู้ได้ดีและมีโอกาสจริงหลายครั้ง แต่การจบสกอร์ไม่เด็ดขาดพอ ทำให้ต้องกลับออกไปแบบมือเปล่า และสถานการณ์ในตารางก็ยังน่าห่วง เมื่อพวกเขาอยู่เหนือโซนตกชั้นเพียงแต้มเดียวเท่านั้น

สรุปภาพรวมหลังเกม

นี่คือชัยชนะที่ไม่ได้ทำให้ เรอัล มาดริด ดูน่าเกรงขามขึ้นมากนัก แต่ก็ยังเป็นสามแต้มที่จำเป็นในช่วงเวลาที่ทีมกำลังเสียศูนย์หลังความล้มเหลวบนเวทียุโรป ส่วนอลาเบสแม้แพ้ แต่รูปเกมของพวกเขาไม่ใช่ทีมที่ยอมง่าย ๆ และถ้ารักษาความดุดันแบบนี้ไว้ได้ การหนีตกชั้นก็ยังมีหวังให้ลุ้นต่อจนถึงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ เรอัล มาดริด vs อลาเบส

  • ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในเกมนี้ไม่ได้เต็มไปด้วยบรรยากาศฉลองชัย เพราะแฟนบอลยังแสดงความไม่พอใจหลังทีมเพิ่งตกรอบแชมเปียนส์ลีก
  • วินิซิอุสยิงประตูสุดสวยในครึ่งหลัง แต่ท่าดีใจกลับสะท้อนแรงกดดันจากเสียงวิจารณ์ได้ชัด
  • อลาเบสแพ้แบบน่าเจ็บใจ เพราะสร้างโอกาสได้หลายครั้งและมีจังหวะชนเสาด้วย แต่จบไม่คมพอ

ติดตามทุกความเคลื่อนไหวของโลกฟุตบอล ข่าวร้อนก่อนเกม หลังเกม และบทวิเคราะห์เข้ม ๆ ได้ที่ ฟุตบอลต่างประเทศ GOALSIAM