เสือป่าราชากับสถานการณ์ที่ไม่มีทางถอย
นครปฐม ยูไนเต็ด กำลังยืนอยู่บนขอบเหวของคำว่าตกชั้นแบบเต็มตัว หลังมีแต้มตามหลังโซนปลอดภัยอยู่ 2 คะแนน และเหลือโปรแกรมให้ลุ้นอีกเพียงนัดเดียวเท่านั้น สถานการณ์แบบนี้ทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเปิดเกมใส่ แพร่ ยูไนเต็ด เพื่อเก็บชัยชนะให้ได้สถานเดียว พร้อมภาวนาให้ผลการแข่งขันจากคู่อื่นเข้าทาง
ในทางทฤษฎี โอกาสยังไม่ปิดตาย แต่ในทางปฏิบัติ นี่คือเกมที่ต้องทุ่มทุกอย่างลงไปแบบไม่มีคำว่ากั๊ก และคนที่ต้องแบกรับภาระหนักที่สุดก็คือชายที่ชื่อ ธงชัย สุกโกกี
จากวันแรกที่รับงาน สู่คำสัญญาที่ทำได้จริง
หากพูดถึงชื่อของ “โค้ชธง” สำหรับแฟนบอลนครปฐม เขาไม่ใช่แค่ผู้ฝึกสอนธรรมดา แต่คือคนสำคัญที่เคยพาทีมฝ่าความตกต่ำกลับขึ้นมายืนในจุดที่ควรอยู่
โค้ชธงเข้ามารับงานคุมทีมครั้งแรกในปี 2018 ช่วงเวลาที่สโมสรต้องเผชิญปัญหาใหญ่ หลังถูกปรับตกชั้นจากไทยลีก 2 ลงไปเล่นในไทยลีก 4 จากปัญหาเรื่องคลับไลเซนซิง แต่ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามา เขาประกาศชัดว่าจะพา นครปฐม ยูไนเต็ด กลับขึ้นไปเล่นไทยลีกให้ได้
และตลอด 5 ฤดูกาลต่อมา เขาก็ทำตามคำพูดนั้นได้จริงแบบไม่มีข้อกังขา
ผลงานสำคัญของโค้ชธงกับนครปฐม ยูไนเต็ด
- ปี 2018 พาทีมคว้าแชมป์ไทยลีก 4
- ปี 2019 พาทีมคว้าแชมป์ไทยลีก 3
- ฤดูกาล 2020/21 จบอันดับ 3 ไทยลีก 2
- ฤดูกาล 2021/22 จบอันดับ 10 ไทยลีก 2
- ฤดูกาล 2022/23 พาทีมคว้าแชมป์ไทยลีก 2
ผลงานชุดนี้ส่งให้สโมสรกลับขึ้นมาเล่นไทยลีกได้อีกครั้งในรอบ 14 ปี และนั่นทำให้ชื่อของเขากลายเป็นมากกว่ากุนซือ แต่เป็นฮีโร่ของคนทั้งจังหวัด
วันที่ฮีโร่ต้องจาก และวันที่ถูกเรียกกลับมาอีกครั้ง
หลังสร้างชื่อจนพาทีมขึ้นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ โค้ชธงไม่ได้อยู่คุมทีมต่อในไทยลีก เพราะได้รับโอกาสสำคัญให้ไปคุม บีจี ปทุม ยูไนเต็ด สโมสรระดับหัวแถวของประเทศ ซึ่งแฟนบอลนครปฐมส่วนใหญ่ก็เข้าใจ และไม่มีใครติดใจ เพราะมองว่านั่นคือการเติบโตตามเส้นทางอาชีพของโค้ชคนหนึ่ง
แต่เมื่อทีมต้องเจอวิกฤตหนีตกชั้นในฤดูกาลถัดมา สโมสรจึงตัดสินใจดึงเขากลับมารับภารกิจเดิมอีกครั้ง ด้วยความหวังว่าอดีตฮีโร่จะช่วยปลุกทีมให้รอดพ้นจากหายนะได้อีกรอบ
ทว่า การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้สวยงามเหมือนภาพจำในวันเก่า
ความจริงที่โหดร้ายในรอบที่สอง
การคุมทีมรอบสองของโค้ชธงไม่สามารถพา นครปฐม ยูไนเต็ด รอดตกชั้นจากไทยลีกได้สำเร็จ ส่งผลให้ทีมต้องหล่นกลับมาเล่นในไทยลีก 2 อีกครั้งในฤดูกาลนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ผลงานในซีซั่นปัจจุบันก็ยังไม่กระเตื้องอย่างที่แฟนบอลคาดหวัง ทีมวนเวียนอยู่กับพื้นที่ท้ายตารางมาตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล แม้โค้ชธงจะพยายามประคองทีมอย่างเต็มกำลัง แต่หลายเกมผลลัพธ์กลับสวนทางกับความตั้งใจ จนแรงกดดันค่อย ๆ ถาโถมใส่เจ้าตัวแบบหลีกไม่พ้น

วันที่เสียงเชียร์กลายเป็นเสียงขับไล่
เกมล่าสุดที่นครปฐม ยูไนเต็ด เปิดบ้านแพ้ บางกอก เอฟซี 0-3 คือจุดที่ความไม่พอใจของแฟนบอลระเบิดออกมาอย่างชัดเจน เสียงเรียกร้องให้โค้ชธงลงจากตำแหน่งดังขึ้นในวันที่ทีมหมดรูปคาบ้าน
จากคนที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความหวัง จากคนที่เคยถูกยกย่องว่าเป็นตำนานของสโมสร วันนี้เขากลับต้องเผชิญเสียงตำหนิจากแฟนบอลกลุ่มเดิมที่เคยรักและศรัทธา
คำพูดที่เจ้าตัวโพสต์ผ่านสื่อโซเชียลส่วนตัวสะท้อนความเจ็บปวดได้อย่างชัดเจน
“หลังจบเกมมีแฟนบอลตะโกนให้ผมพิจารณาตัวเองหลังจบฤดูกาล (พูดแบบสุภาพ) หรือพูดให้เข้าใจง่ายง่ายคือให้ผมลาออก…”
ต่อให้จบแบบไหน ชื่อของเขายังไม่หายจากหน้าประวัติศาสตร์สโมสร
ไม่ว่าบทสรุปของฤดูกาลนี้จะออกมาอย่างไร และไม่ว่าอนาคตของโค้ชธงกับ นครปฐม ยูไนเต็ด จะเดินไปทางไหน สิ่งหนึ่งที่ยากจะเปลี่ยนก็คือคุณูปการที่เขาเคยสร้างไว้กับทีม
เขาคือคนที่พาสโมสรลุกขึ้นจากจุดต่ำสุด เขาคือคนที่เปลี่ยนคำสัญญาให้กลายเป็นความจริง และเขาคือหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของนครปฐม ยูไนเต็ด แบบไม่มีใครลบได้
บางครั้งวงการฟุตบอลก็โหดร้ายกับคนที่เคยเป็นผู้กอบกู้ เพราะเมื่อผลการแข่งขันไม่เป็นใจ ความทรงจำดี ๆ มักถูกความผิดหวังในปัจจุบันบดทับจนเลือนราง แต่ถึงอย่างนั้น ธงชัย สุกโกกี ก็ยังคงเป็นตำนานของทีมเสือป่าราชาอยู่ดี ต่อให้วันนี้เขาจะไม่ได้รับความรักเหมือนวันวานแล้วก็ตาม
ช่องทางถ่ายทอดสด
เกมสำคัญของนครปฐม ยูไนเต็ด ถ่ายทอดสดทาง AIS PLAY และ Monomax
เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับโค้ชธงและนครปฐม ยูไนเต็ด
- การพาทีมจากไทยลีก 4 กลับสู่ไทยลีกภายใน 5 ฤดูกาล ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางไต่ระดับที่น่าจดจำที่สุดของฟุตบอลไทยยุคหลัง
- ความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชกับแฟนบอลในฟุตบอลอาชีพเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วมาก โดยเฉพาะเมื่อทีมอยู่ในสถานการณ์หนีตกชั้น
- ตำนานของสโมสรไม่ได้วัดแค่ผลลัพธ์ในวันสุดท้าย แต่รวมถึงสิ่งที่คนคนนั้นเคยสร้างไว้ตลอดเส้นทางด้วย
ขอบคุณรูปภาพจาก Thai League 2
แฟนบอลที่อยากติดตามทุกความเคลื่อนไหวของวงการลูกหนังไทยแบบเข้มข้น ตรงประเด็น และถึงอารมณ์ อย่าลืมติดตาม ฟุตบอลไทย GOALSIAM กันไว้ให้ดี