เมสซี่ประกาศชัด ยังขอสู้บนสนามจนกว่าจะเล่นไม่ไหว

ลิโอเนล เมสซี่ ยังไม่ปิดฉากเส้นทางลูกหนังง่ายๆ หลังออกมายืนยันหนักแน่นว่าเขายังคงรักการเล่นฟุตบอล และจะลงสนามต่อไปตราบเท่าที่ร่างกายยังเอื้ออำนวย ท่ามกลางกระแสจับตาว่าศึกฟุตบอลโลก 2026 อาจเป็นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ครั้งสุดท้ายของเจ้าตัวกับทีมชาติอาร์เจนตินา

“ผมรักการเล่นฟุตบอล และผมจะเล่นต่อไปจนกว่าจะเล่นไม่ไหวอีกแล้ว”

คำพูดนี้สะท้อนชัดว่าไฟในตัวของเมสซี่ยังไม่มอด แม้วัยกำลังจะย่างเข้า 39 ปีในเดือนนี้ แต่หัวใจนักสู้ของกัปตันทีมชาติอาร์เจนตินายังคงดุดันเหมือนเดิม

ความกระหายชัยชนะยังเต็มเปี่ยม

เมสซี่ยอมรับว่าเขาเป็นคนที่มีความเป็นผู้ชนะสูง ชอบแข่งขัน และอยากชนะในทุกอย่าง แม้กระทั่งการเล่นวิดีโอเกมกับลูกๆ ก็ยังไม่ยอมปล่อยผ่านง่ายๆ

“ผมเป็นคนชอบแข่งขัน ผมชอบชนะทุกอย่าง บางครั้งผมยังไม่ปล่อยให้ลูกๆ ชนะวิดีโอเกมเลยด้วยซ้ำ นั่นคือนิสัยของผม และเป็นสิ่งที่พาผมมาถึงทุกความสำเร็จที่มีในวันนี้”

นี่คือภาพสะท้อนตัวตนของเมสซี่แบบชัดเจน ไม่ใช่แค่พรสวรรค์ที่พาเขาไปถึงจุดสูงสุด แต่เป็นความกระหาย ความดื้อรั้น และจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ ซึ่งหล่อหลอมให้เขากลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

อาร์เจนตินาหวังปิดฉากฟุตบอลโลกให้สวยกว่าอดีต

อาร์เจนตินามีความทรงจำเจ็บปวดกับฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดที่สหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพในปี 1994 เมื่อ ดีเอโก้ มาราโดน่า ถูกตัดออกจากทัวร์นาเมนต์หลังตรวจโด๊ปไม่ผ่าน และทีมต้องจอดป้ายเพียงรอบ 16 ทีมสุดท้าย

เวลาผ่านมา 32 ปี ทัพฟ้าขาวกลับมาสู่แผ่นดินอเมริกาอีกครั้งในศึก ฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งสหรัฐอเมริกาเป็นเจ้าภาพร่วมกับเม็กซิโกและแคนาดา โดยครั้งนี้ความหวังทั้งหมดถูกจับจ้องไปที่เมสซี่ ทายาทลูกหนังของมาราโดน่า ที่อาจลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นสมัยที่ 6 และอาจเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตทีมชาติ

หากอาร์เจนตินาป้องกันแชมป์โลกที่คว้ามาจากกาตาร์เมื่อปี 2022 ได้สำเร็จ พวกเขาจะเป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์โลก 2 สมัยติดต่อกันนับตั้งแต่บราซิลทำได้ในปี 1962 และจะยิ่งตอกย้ำสถานะของเมสซี่ในฐานะนักเตะระดับตำนานอย่างไร้ข้อกังขา

สภาพร่างกายยังเป็นโจทย์ใหญ่ของทัพฟ้าขาว

แม้ชื่อของเมสซี่ยังทรงอิทธิพล แต่ร่างกายของเขาเริ่มส่งสัญญาณจากการกรำศึกมายาวนานกว่า 20 ปี ทั้งกับบาร์เซโลน่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และอินเตอร์ ไมอามี่ โดยล่าสุดเขายังอยู่ระหว่างฟื้นตัวจากปัญหาแฮมสตริง หลังถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมสุดท้ายของอินเตอร์ ไมอามี่ ก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม

เมสซี่ต้องแยกซ้อมเดี่ยวที่แคมป์ทีมชาติอาร์เจนตินาในแคนซัส ซิตี้ ขณะที่ ลิโอเนล สกาโลนี่ กุนซือทีมชาติ ยอมรับแบบตรงไปตรงมาว่า ทีมไม่ได้อยู่ในสภาพสมบูรณ์เต็มร้อย

“พวกเราทุกคนอยากให้เมสซี่มาถึงโดยไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่มันไม่ใช่แบบนั้น ไม่ใช่แค่เขา นักเตะส่วนใหญ่ก็ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่เช่นกัน”

ตัวหลักเจ็บเพียบ แต่สกาโลนี่ยังเชื่อในชุดแชมป์โลก

ปัญหาของอาร์เจนตินาไม่ได้มีแค่เมสซี่เท่านั้น เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ นายด่านจอมหนึบที่เคยเป็นฮีโร่ดวลจุดโทษในฟุตบอลโลก 2022 มีอาการกระดูกนิ้วนางมือขวาแตกจากเกมยูโรปาลีกนัดชิงชนะเลิศกับแอสตัน วิลล่า

แนวรับอย่าง คริสเตียน “คูตี้” โรเมโร่ ก็กำลังฟื้นตัวจากอาการเจ็บเข่า ส่วน นาอูเอล โมลิน่า, กอนซาโล่ มอนเทียล และ เลอันโดร ปาเรเดส ต่างมีปัญหากล้ามเนื้อรบกวน

ถึงอย่างนั้น สกาโลนี่ยังเลือกใช้นักเตะ 17 คนจากชุดแชมป์โลก 2022 เพราะมองว่านักเตะเหล่านี้ยังมีคุณภาพ ความมุ่งมั่น และยังไม่ควรถูกเปลี่ยนออกเพียงเพราะสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์เต็มร้อย

“ทำไมต้องเปลี่ยนพวกเขา ถ้าพวกเขาไม่ได้สมควรโดนแบบนั้น? เราซื่อสัตย์กับพวกเขามาเสมอ นักเตะที่อยู่ตรงนี้แสดงให้เราเห็นแล้วว่าพวกเขาอยากอยู่ที่นี่ และอีกอย่าง ระดับของพวกเขายังไม่ได้ตกลง”

เส้นทางรอบแบ่งกลุ่มของอาร์เจนตินา

อาร์เจนตินา ซึ่งเคยคว้าแชมป์โลกมาแล้วในปี 1978, 1986 และ 2022 จะเริ่มต้นฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม วันที่ 16 มิถุนายน พบ แอลจีเรีย ที่แคนซัส ซิตี้ จากนั้นจะเจอ ออสเตรีย วันที่ 22 มิถุนายน และปิดท้ายกลุ่ม J พบ จอร์แดน วันที่ 27 มิถุนายน ที่อาร์ลิงตัน รัฐเท็กซัส

นอกจากแกนหลักชุดเดิม สกาโลนี่ยังเรียกหน้าใหม่เข้ามาเติมเลือดสด ทั้ง วาเลนติน บาร์โก้ กองกลางที่เพิ่งเซ็นกับเชลซี, นิโคลัส ปาซ แนวรุกตัวสำคัญของโคโม่ในอิตาลี และ ฮวน มานูเอล โลเปซ ดาวยิงฟอร์มแรงของพัลไมรัส

เงาของดิมาเรียยังแทนยาก

หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงสำคัญจากทีมชุดแชมป์โลก 2022 คือการไม่มี อังเคล ดิ มาเรีย ที่อำลาทีมชาติไปแล้วในปี 2024 โดยสกาโลนี่ยอมรับตรงๆ ว่าบทบาทของดิมาเรียแทบไม่มีใครแทนได้ เช่นเดียวกับเมสซี่

“เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีใครมาแทนที่ดิมาเรีย เขาและเมสซี่คือคนที่ไม่มีใครทดแทนได้”

อนาคตที่ไม่มีเมสซี่ยังเป็นภาพที่ทำใจยาก

แม้เมสซี่ยังไม่ประกาศชัดว่าจะเลิกเล่นทีมชาติหลังฟุตบอลโลกครั้งนี้ แต่สัญญาณสำคัญเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา เมื่อเขาพูดถึงเกมคัดบอลโลกกับเวเนซุเอลาที่บัวโนสไอเรสว่าเป็นเกมแข่งขันอย่างเป็นทางการในบ้านนัดสุดท้ายของเขากับอาร์เจนตินา

“มันเต็มไปด้วยอารมณ์มาก เมื่อรู้ว่านี่คือเกมแข่งขันอย่างเป็นทางการนัดสุดท้ายของผมที่นี่”

เมสซี่ยังบอกด้วยว่าเขาผ่านทั้งช่วงเวลายิ่งใหญ่และช่วงเวลายากลำบากที่สนามโมนูเมนตัล แต่การได้ลงเล่นต่อหน้าแฟนบอลอาร์เจนตินายังคงพิเศษเสมอ

ด้านสกาโลนี่เองก็ยอมรับว่าการคิดถึงวันที่ทีมชาติอาร์เจนตินาไม่มีเมสซี่ เป็นเรื่องที่ทำใจยากไม่ต่างจากตอนโลกฟุตบอลต้องอำลามาราโดน่า

“ผมชอบคิดว่าเขาจะยังเล่นต่อไป เพราะไม่อย่างนั้นมันจะทำให้เศร้า เหมือนที่เกิดขึ้นกับดีเอโก้ มาราโดน่า พวกเขาคือนักเตะที่สร้างประวัติศาสตร์ให้ฟุตบอล และการคิดว่าพวกเขาจะไม่เล่นอีกต่อไป มันทำให้ใจไม่สงบ ผมเลือกที่จะคิดถึงปัจจุบันมากกว่า”

เมสซี่กับภารกิจไล่ล่าสถิติฟุตบอลโลก

เมสซี่ถือสถิติลงเล่นฟุตบอลโลกมากที่สุดที่ 26 นัด และต้องการอีก 4 ประตูเพื่อแซงสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลฟุตบอลโลกของ มิโรสลาฟ โคลเซ่ ตำนานทีมชาติเยอรมนีที่ทำไว้ 16 ประตู

นี่จึงไม่ใช่แค่ฟุตบอลโลกอีกครั้งของเมสซี่ แต่คือบทสุดท้ายที่อาจกลายเป็นตำนานยิ่งกว่าเดิม หากเขาพาอาร์เจนตินาป้องกันแชมป์ได้ และปิดฉากเวทีโลกด้วยภาพจำที่สมบูรณ์แบบที่สุด

สรุปสถานการณ์

เมสซี่ยังไม่ยอมถอยจากเกมลูกหนัง และคำประกาศว่าจะเล่นจนกว่าจะเล่นไม่ไหว คือข้อความที่ทำให้แฟนบอลทั่วโลกได้เห็นหัวใจของนักสู้ตัวจริง แม้ร่างกายเริ่มโรยรา แต่ความกระหายชัยชนะยังคงอยู่ครบถ้วน

สำหรับอาร์เจนตินา ฟุตบอลโลก 2026 คือภารกิจที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน ทั้งการป้องกันแชมป์โลก ปัญหาความฟิตของตัวหลัก และคำถามใหญ่เรื่องอนาคตของเมสซี่ แต่ตราบใดที่เบอร์ 10 ยังยืนอยู่ในสนาม ทัพฟ้าขาวยังคงเป็นทีมที่ไม่มีใครกล้ามองข้าม

เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับ ลิโอเนล เมสซี่

  • เมสซี่เป็นเจ้าของสถิติลงเล่นฟุตบอลโลกมากที่สุด 26 นัด
  • เขาต้องการอีก 4 ประตูเพื่อแซงสถิติดาวยิงสูงสุดฟุตบอลโลกของ มิโรสลาฟ โคลเซ่
  • อาร์เจนตินาจะกลายเป็นทีมแรกนับตั้งแต่บราซิลปี 1962 ที่ป้องกันแชมป์โลกได้ หากคว้าแชมป์ปี 2026 สำเร็จ

แฟนบอลที่อยากตามทุกจังหวะของโลกฟุตบอล ทั้งข่าวทีมชาติ ข่าวฟุตบอลโลก และประเด็นร้อนของซูเปอร์สตาร์ลูกหนัง อย่าลืมติดตามความเคลื่อนไหวเข้มข้นแบบถึงใจได้ที่ ฟุตบอลโลก 2026 GOALSIAM